
คำราชาศัพท์ถ้าแปลตามรูปศัพท์ หมายถึง ศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ คำราชาศัพท์ใช้กับระมหากษัตริย์ เจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์และคนสุภาพ ราชาศัพท์เป็นวัฒนธรรมทางภาษาที่ชาวไทยใช้สื่อสารกับบุคคลดังกล่าวด้วยความเชื่อและการยกย่องมาแต่โบราณกาล
ความหมายของคำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์ คือ คำสุภาพที่ใช้ให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคลต่างๆ คำราชาศัพท์เป็นการกำหนดคำและภาษาที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของไทย แม้คำราชาศัพท์จะมีโอกาสใช้ในชีวิตน้อย แต่เป็นสิ่งที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนของภาษาไทยที่มีคำหลายรูปหลายเสียงในความหมายเดียวกัน และเป็น ลักษณะพิเศษของภาษาไทย โดยเฉพาะ ซึ่งใช้กับบุคคลกลุ่มต่างๆ ดังต่อไปนี้
บุคคลในกลุ่มที่ 1 และ 2 จะใช้ราชาศัพท์ชุดเดียวกัน เช่นเดียวกับบุคคลในกลุ่มที่ 4 และ 5 ก็ใช้คำราชาศัพท์ในชุดเดียวกันและเป็นคำราชาศัพท์ที่เราใช้อยู่เป็นประจำในสังคมมนุษย์เราถือว่าการให้เกียรติแก่บุคคลที่เป็นหัวหน้าชุมชน หรือผู้ที่ชุมชนเคารพนับถือนั้น เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ ทุกชาติ ทุกภาษา ต่างยกย่องให้เกียรติแก่ผู้เ ป็นประมุขของชุมชนด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นแทบทุกชาติ ทุกภาษาจึงต่างก็มี คำสุภาพ สำหรับใช้กับประมุขหรือผู้ที่เขาเคารพนับถือ จะมากน้อยย่อมสุดแต่ขนบประเพณีของชาติ และจิตใจของประชาชนในชาติว่ามีความเคารพในผู้เป็นประมุขเพียงใด เมืองไทยเราก็มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ และพระประมุขของเรา แต่ละพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความ เคารพสักการะอย่างสูงสุดและมีความจงรกภักดีอย่างแนบแน่นตลอดมานับตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันคำราชาศัพท์เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใด
ในแหล่งอ้างอิงบางฉบับได้ให้ข้อสันนิษฐานไว้ว่า คนไทยเริ่มใช้คำราชาศัพท์ในรัชสมัยพระธรรมราชาลิไท พระร่วงองค์ที่ 5 แห่งสุโขทัย เพราะศิลาจารึกต่างในแผ่นดินนั้น รวมทั้งบทพระราชนิพนธ์ของท่าน คือ ไตรภูมิพระร่วง ปรากฏว่ามีคำราชาศัพท์อยู่หลายคำ เช่น ราชอาสน์ พระสหาย สมเด็จ ราชกุมาร เสด็จ บังคม เสวยราชย์ ราชาภิเศก เป็นต้น
บางท่านกล่าวว่า คำราชาศัพท์นั้นเริ่มใช้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะพระปฐมบรมกษัตริย์ที่ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยา ทรงนิยมเขมร ถึงกับเอาลัทธิและภาษาเขมรมาใช้ เช่น เอาคำว่า "สมเด็จ" ซึ่งเขมรใช้เป็นคำนำพระนามพระเจ้าแผ่นดินมาเป็นคำนำพระนามของพระองค์ และใช้ภาษาเขมรเป็นราชาศัพท์
และจากหลักฐานที่พบข้อความในศิลาจารึกวัดศรีชุม กล่าวถึงเรื่องตั้งราชวงศ์และเมืองสุโขทัยตอนหนึ่งมีความว่า "พ่อขุนผาเมืองจึงอภิเสกพ่ขุนบางกลางหาวใหเมืองสุโขไท" คำว่า "อภิเษก" นี้เป็นภาษาสันสกฤต ไทยเรารับมาใช้สำหรับพิธีการแต่งตั้งตำแหน่งชั้นสูง จึงอยู่ในประเภทราชาศัพท์ และพิธีนี้มีมาตั้งแต่ราชวงศ์สุโขทัย จึงน่าสงสัยว่าในสมัยนั้นอาณาจักรสุโขทัยนี้ ก็คงจะมีการใช้คำราชาศัพท์บางคำกันแล้ว
ภาษาที่ใช้คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์มิได้มีที่มาจากภาษาไทยภาษาเดียว ด้วยว่าการใช้คำราชาศัพท์เป็นการใช้ด้วยตั้งใจ จะทำให้เกิดความรู้สึกยกย่อง เทิดทูน จึงได้เจาะจงรับคำในภาษาต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยมาใช้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาษาที่นับถือกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ คำราชาศัพท์ส่วนใหญ่จึงมีที่มาจากภาษาต่างประเทศมากมาย อย่างไรก็ตามก็ยังมีคำราชาศัพท์จำนวนไม่น้อยที่ใช้คำภาษาไทยแท้ ซึ่งเป็นคำสามัญยกระดับขึ้นเป็นคำราชาศัพท์ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าคำราชาศัพท์นั้นมีที่มาจากทั้งภาษาต่างประเทศและภาษาไทยของเราเอง ดังจะได้พิจารณาต่อไปนี้จากภาษาต่างประเทศ
ตั้งแต่สมัยโบราณมา คนไทยได้ติดต่อกับคนต่างชาติต่างภาษามากมาย ในบรรดาภาษาทั้งหลายเหล่านั้น มีบางภาษาที่เรายกย่องกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็ได้แก่ ภาษาเขมร บาลี และสันกฤต ภาษาอื่นๆก็นำมาใช้เป็นคำราชาศัพท์บ้าง แต่ก็ไม่มากและสังเกตได้ชัดเจนเท่า 3 ภาษาที่กล่าวแล้ว
การเรียนรู้เรื่องคำราชาศัพท์
ตามที่หลายคนคิดว่าคำราชาศัพท์เป็นเรื่องของในรั้วในวัง เป็นเรื่องของผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทนั้น ทำให้คิดต่อไปอีกว่า คำราชาศัพท์เป็นเรื่องยากซึ่งเมื่อก่อนอาจเป็นจริง แต่ปัจจุบันคำราชาศัพท์เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว แม้มิได้ใช้มากเท่ากับภาษาสามัญที่ใช้อยู่ในการดำรงชีวิตประจำวันแต่ทุกคนโดยเฉพาะผู้มีการศึกษาก็ต้องมีโอกาสที่จะสัมผัสกับคำราชาศัพท์ทุกวัน ไม่โดยตรงก็โดยทางอ้อม โดยเฉพาะทางสื่อมวลชน
การเรียนรู้วิธีใช้คำราชาศัพท์นั้น กล่าวโดยสรุป ต้องเรียนรู้ใน 2 ประการ คือ เรียนรู้คำ ประการหนึ่งกับ เรียนรู้วิธี อีกประการหนึ่ง
ประโยชน์ของการเรียนรู้คำราชาศัพท์
เพราะเหตุที่ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่สูงสุดของประเทศมาแต่โบราณ พระเจ้าแผ่นดินทรงใกล้ชิดกับประชาชนอย่างแนบแน่นประการหนึ่ง คำราชาศัพท์นั้นเป็นแบบอย่างวัฒนธรรมอันดีทางด้านการใช้ภาษาไทยประการหนึง และการอ่านหรือศึกษาวรรณคดีก็ดี การรับสารสื่อมวลชนในปัจจุบันก็ดี เหล่านี้ล้วนต้องมีคำราชาศัพท์เกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมออีกประการหนึ่ง ดังนั้นการเรียนรู้คำราชาศัพท์จึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากมาย ดังจะเห็นได้ดังต่อไปนี้
ประโยชน์ทางตรง
เป็นประโยชน์ที่เกิดจากการตั้งเป้าหมายไว้ล่วงหน้า อันได้แก่
1. ประโยชน์จากการใช้คำราชาศัพท์ถูกต้อง
2. ประโยชน์จากการเข้าใจที่ถูกต้อง
ประโยชน์โดยทางอ้อม
เป็นประโยชน์ผลพลอยได้ แม้ตั้งเป้าหมายไว้ล่วงหน้าหรือไม่ตั้งเป้าหมายไว้ก็ตาม คือ เมื่อรู้คำราชาศัพท์ดี ถูกต้อง ฟังหรืออ่านเรื่องราวที่มีคำราชาศัพท์เข้าใจผลประโยชน์พลอยได้ ก็จะเกิดขึ้นเสมอ ดังนี้
1. ธำรงรักษาวัฒนธรรมอันดีงานของชาติไว้
2. เพิ่มความมีเสน่ห์ในตัวบุคคล
คำราชาศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ลำดับพระราชอิสริยศักดิ์พระบรมราชวงศ์
มูลเหตุที่ทำให้เกิดมีคำราชาศัพท์
คือ ต้องการยกย่องให้เกียรติดังนั้นการศึกษาเรื่องคำราชศัพท์ นี้ จึงแบ่งเป็น 2 ตอน ใหญ่ๆคือ ตอนที่ 1 ศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตอนที่ 2 ศัพท์สำหรับพระภิกษุสงฆ์
ราชาศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์
ศัพท์สำหรับเจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ คือตั้งแต่สมเด็จพระบรมราชินีลงไปถึงหม่อมเจ้า
คำราชาศัพท์ที่ควรทราบ
คำราชาศัพท์ที่ใช้เป็นคำนาม
| คำสามัญ | คำราชาศัพท์ | คำสามัญ | คำราชาศัพท์ |
| หัว(พระมหากษัตริย์) | พระเจ้า | หัว | พระเศียร |
| ผม(พระมหากษัตริย์) | เส้นพระเจ้า | ผม | พระเกศา,พระเกศ,พระศก |
| หน้าผาก | พระนลาฎ | คิว | พระขนง,พระภมู |
| ขนระหว่างคิว | พระอุณาโลม | ดวงตา | พระจักษุ,พระนัยนา,พระเนตร |
| จมูก | พระนาสา,พระนาสิก | แก้ม | พระปราง |
| ปาก | พระโอษฐ์ | ฟัน | พระทนต์ |
| ลิ้น | พระชิวหา | คาง | พระหนุ |
| หู | พระกรรณ | คอ | พระศอ |
| ดวงตา | พระพักตร์ | หนวด | พระมัสสุ |
| บ่า,ไหล่ | พระอังสา | ต้นแขน | พระพาหา,พระพาหุ |
| ปลายแขน | พระกร | มือ | พระหัตถ์ |
| นิ้วมือ | พระองคุลี | เล็บ | พระนขา |
| ห้อง | พระอุทร | เอว | พระกฤษฎี,บั้นพระเอว |
| ขา,ตัก | พระเพลา | แข้ง | พระชงฆ์ |
| เท้า | พระบาท | ขน | พระโลมา |
| ปอด | พระปัปผาสะ | กระดูก | พระอัฐิ |
หมวดขัตติยตระกูล
| คำสามัญ | คำราชาศัพท์ | คำสามัญ | คำราชาศัพท์ |
| ปู่,ตา | พระอัยกา | ย่า,ยาย | พระอัยยิกา,พระอัยกี |
| ลุง,อา(พี่-น้องชาย ของพ่อ | พระปิตุลา | ป้า,อา(พี่-น้องสาวของ พ่อ) | พระมาตุจฉา |
| พ่อ | พระชนก,พระบิดา | แม่ | พระชนนี,พระมารดา |
| พี่ชาย | พระเชษฐา,พระเชษฐภาตา | น้องสาว | พระราชธิดา,พระธิดา |
| หลาน | พระนัดดา | แหลน | พระปนัดดา |
| ลูกเขย | พระชามาดา | ลูกสะใภ้ | พระสุณิสา |
หมวดเครื่องใช้
| คำสามัญ | คำราชาศัพท์ | คำสามัญ | คำราชาศัพท์ | คำสามัญ | คำราชาศัพท์ |
| ยา | พระโอสถ | แว่นตา | ฉลองพระเนตร | หวี | พระสาง |
| กระจก | พระฉาย | น้ำหอม | พระสุคนธ์ | หมวก | พระมาลา |
| ตุ้มหู | พระกุณฑล | แหวน | พระธำมรงค์ | ร่ม | พระกลด |
| ประตู | พระทวาร | หน้าต่าง | พระบัญชร | อาวุธ | พระแสง |
| ฟูก | พระบรรจถรณ์ | เตียงนอน | พระแท่นบรรทม | มุ้ง | พระวิสูตร |
| ผ้าห่มนอน | ผ้าคลุมบรรทม | ผ้านุ่ง | พระภูษาทรง | ผ้าเช็ดหน้า | ผ้าชับพระพักตร์ |
| น้ำ | พระสุธารส | เหล้า | น้ำจัณฑ์ | ของกิน | เครื่อง |
| ช้อน | พระหัตถ์ ช้อน | ข้าว | พระกระยาเสวย | หมาก | พระศรี |
คำราชาศัพท์ที่ใช้เป็นคำสรรพนาม
บุรุษที่ 1
| สรรพนาม | ผู้พูด | ผู้ฟัง |
| ข้าพระพุทธเจ้า | บุคคลทั่วไป | พระมหากษัตริย์,เจ้านายชั้นสูง |
| เกล้ากระหม่อมฉัน | บุคคลทั่วไป(หญิง) | เจ้านายชั้นรองลงมา |
| เกล้ากระหม่อม | บุคคลทั่วไป(ชาย) | |
| เกล้ากระผม | บุคคลทั่วไป | |
บุรุษที่ 2
| สรรพนาม | ผู้พูด | ผู้ฟัง |
| ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท | เจ้านายหรือบุคคลทั่วไป | พระมหากษัตริย์,พระบรมราชินีนาถ |
| ใต้ฝ่าละอองพระบาท | เจ้านายหรือบุคคลทั่วไป | พระบรมโอรสาธิราช,พระบรมราชกุมารี |
| ใต้ฝ่าพระบาท | เจ้านายหรือบุคคลทั่วไป | เจ้านายชั้นสูง |
| ฝ่าพระบาท | เจ้านายที่เสมอกันเหรือผู้น้อย | เจ้านายชั้นหม่อมเจ้าถึงพระเจ้าวรวงศ์เธอ |
บุรุษที่ 3
| สรรพนาม | ผู้พูด | ใช้กับ |
| พระองค์ | บุคคลทั่วไป | พระมหากษัตริย์,เจ้านายชั้นสูง |
| ท่าน | บุคคลทั่วไป | เจ้านาย |
คำขานรับ
| คำ | ผุ้ใช้ | ใช้กับ |
| พระพุทธเจ้าข้าขอรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม | ชาย | พระมหากษัตริย์ |
| เพคะใส่เกล้าใส่กระหม่อมหรือเพคะ | หญิง | พะมหากษัตริย์ |
| พระพุทธเจ้าข้าขอรับ,พระพุทธเจ้าข้า | ชาย | เจ้านายชั้นสูง |
| เพค่ะกระหม่อม | หญิง | เจ้านายชั้นสูง |
คำราชาศัพท์ที่ใช้เป็นคำกริยา
เป็นคำแสดงอาการ แบ่งเป็น 4 ชนิด
คำกริยาที่ประสมขึ้นใช้เป็นราชาศัพท์ตามลำดับชั้นบุคคล
| กริยา | ราชาศัพท์ | ชั้นบุคคล |
| เกิด | พระราชสมภพ | พระมหากษัตริย์,พระบรมราชินี |
| ประสูติ | เจ้านาย | |
| ตาย | สวรรคต | พระมหากษัตริย์,พระบรมราชินี |
| ทิวงคต | พระยุพราชหรือเทียบเท่า | |
| สิ้นพระชนม์ | พระองค์เจ้าหรือเจ้านายชั้นสู | |
| ถึงชีพิตักษัย,สิ้นชีพิตักษัย | หม่อมเจ้า | |
| ถึงแก่อสัญกรรม | นายกรัฐมนตรี | |
| ถึงแก่อนิจกรรม | รัฐมนตรี | |
คำขึ้นต้นและคำลงท้ายในการกราบบังคมทูล กราบทูล และทูลด้วยวาจา
| ฐานันดรของผู้ฟัง | คำขึ้นต้น | คำลงท้าย |
| พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว , สมเด็จพระบรมราชินีนาถ | ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม | ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ |
| สมเด็จพระบรมราชินี , สมเด็จพระบรมราชชนนี , สมเด็จพระยุพราช , สมเด็จพระสยามบรมราชกุมารี | ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาท | ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ควรมีควรแล้วแต่จะทรงพิจารณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม |
| สมเด็จเจ้าฟ้า | ขอพระราชทานกราบทูลทราบฝ่าพระบาท | ควรมีควรแล้วแต่จะทรงพิจารณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม |
| พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า | ขอประทานกราบทูลทราบฝ่าพระบาท | ควรมีควรแล้วแต่จะทรงพิจารณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม |
| พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า | กราบทูลฝ่าพระบาท | ควรมีควรแล้วแต่จะโปรด |
| หม่อมเจ้า | ทูลฝ่าพระบาททรงทราบ | แล้วแต่จะโปรด |
การใช้คำราชาศัพท์ในการเพ็ดทูล
หลักเกณฑ์ในการกราบบังคมทูลพระเจ้าแผ่นดิน
สำหรับเจ้านายตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป
วิธีใช้คำประกอบหน้าคำราชาศัพท์
วิธีใช้คำประกอบหลังคำราชาศัพท์
ราชาศัพท์สำหรับพระภิกษุสงฆ์
ไทยเรามีคำพูดที่ใช้กับพระภิกษุโดยเฉพาะอยู่ประเภทหนึ่งบางทีก็เป็นคำที่พระภิกษุเป็นผู้ใช้เอง ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักกันหมดแล้ว เช่น คำว่า อาตมาภาพ หรืออาตมา มีความหมายเท่ากับ ฉัน บางคำก็ทั้งท่านใช้เองและเราใช้กับท่าน เช่น คำว่า ฉัน หมายถึง กิน เป็นต้น การพูดกับพระภิกษุต้องมีสัมมาคารวะ สำรวม ไม่ใช้ถ้อยคำที่เป็นไปในทำนองพูดเล่นหรือพูดพล่อยๆ ซึ่งจะเป็นการขาดความเคารพไปสำหรับพระภิกษุ เราจำเป็นต้องทราบราชทินนาม เรียกว่า พระภิกษุผู้ทรงสมณศักดิ์ ของพระภิกษุเรียงลำดับได้ดังนี้ เพื่อที่จะได้ใช้ได้อย่างถูกต้อง
การใช้คำพูดกับพระภิกษุทรงสมณศักดิ์ ที่ผิดกันมากคือชั้นสมเด็จพระราชาคณะเห็นจะเป็นเพราะมีคำว่า "สมเด็จ" นำหน้าจึงเข้าใจว่าต้องใช้คำราชาศัพท์ ซึ่งผิด ความจริงแล้ว พระภิกษุทรงสมณศักดิ์ที่ต้องใช้ราชาศัพท์มีเฉพาะเพียงสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น เว้นแต่พระภิกษุรูปนั้นๆ ท่านจะมีฐานันดรศักดิ์ทางพระราชวงศ์อยู่แล้ว.
คำราชาศัพท์ที่ควรทราบ
พระภิกษุที่เป็นพระราชวงศ์ ใช้ราชาศัพท์ตามลำดับชั้นแห่งพระราชวงศ์ สำหรับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า(สมเด็จพระสังฆราชที่เป็นพระราชวงศ์) ใช้ดังนี้
สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก ใช้ราชาศัพท์เสมอพระเจ้าวรวงศ์เธอ (ที่มิได้ทรงกรม) เช่น
สรรพนามบุรุษที่ 1 ที่พระภิกษุใช้
| คำที่ใช้ | โอกาสที่ใช้ |
| อาตมา | พระภิกษุใช้กับบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ใหญ่หรือมีฐานะตำแหน่งสูงในโอกาสที่ไม่เป็นทางการ |
| อาตมาภาพ | พระภิกษุใช้กับพระราชวงศ์ตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป และใช้ในโอกาสที่เป็นทางการ เช่น การแสดงพระธรรมเทศนา |
| เกล้ากระผม | พระภิกษุใช้กับพระภิกษุที่เป็นอุปัชฌาย์อาจารย์หรือที่ดำรงสมณศักดิ์สูงกว่า |
| ผม,กระผม | พระภิกษุใช้กับพระภิกษุด้วยกันโดยทั่ว ๆ ไป |
สรรพนามบุรุษที่ 2 ที่พระภิกษุใช้
| คำที่ใช้ | โอกาสที่ใช้ |
| มหาบพิตร | พระเจ้าแผ่นดิน |
| บพิตร | พระราชวงค์ |
| คุณโยม | บิดา, มารดา, ญาติผู้ใหญ่หรือผู้ที่อาวุโสสูง |
| คุณ,เธอ | ใช้กับบุคคลทั่วไป |
สรรพนามบุรุษที่ 2 ที่ฆราวาสใช้
| คำที่ใช้ | โอกาสที่ใช้ |
| พระคุณเจ้า | ฆราวาสใช้กับสมเด็จพระราชาคณะ, รองสมเด็จพระราชาคณะ |
| พระคุณท่าน | ฆราวาสใช้กับพระราชาคณะชั้นรองลงมา |
| ท่าน | ใช้กับพระภิกษุทั่วไป |
คำขานรับที่พระภิกษุใช้
| คำที่ใช้ | โอกาสที่ใช้ |
| ขอถวายพระพร | พระราชวงค์ |
| เจริญพร | ฆราวาสทั่วไป |
| ครับ,ขอรับ | ใช้กับพระภิกษุด้วยกัน |
ศัพท์สำหรับพระภิกษุที่พบบ่อย
| คำที่ใช้ | โอกาสที่ใช้ |
| รูป | ลักษณะนามสำหรับพระภิกษุสงฆ์ |
| อาราธนา | ขอเชิญ |
| เจริญพระพุทธมนต์ | สวดมนต์ |
| ภัตตาหาร | อาหาร |
| ประเคน | ยกของ(ด้วยมือ)ให้พระ |
| ฉัน | กิน |
| ถวาย | มอบให้ |
| เครื่องไทยธรรม | ของถวายพระ, ของทำบุญต่าง ๆ |
| อนุโมทนา | ยินดีด้วย |
| อาสนะ, อาสน์สงฆ์ | ที่นั่ง |
| ธรรมาสน์ | ที่แสดงธรรม |
| เสนาสนะ | สถานที่ที่ภิกษุใช้ |
| จำวัด | นอน |
| สรง | อาบน้ำ |
| มรณภาพ | ตาย |
| ปลงผม | โกนผม |
| กุฏิ | เรือนพักในวัด |
| จำพรรษ | อยู่ประจำวัด |
| อุปสมบท | บวช (บวชเป็นพระภิกษุ) |
| บรรพชา | บวช (บวชเป็นสามเณร) |
| ลาสิกขา | สึก |
| คิลานเภสัช | ยารักษาโรค |
| ลิขิต | จดหมาย |
| ครองผ้า | แต่งตัว |
| ถวายอดิเรก | กล่าวบทอวยพรพระมหากษัตริย์ |
| บิณฑบาต | รับของใส่บาตร |
| ปลงอาบัติ | แจ้งความผิดให้ทราบ |
| ปัจจัย | เงิน |
| ทำวัตร | สวดมนต์ |
| เผดียงสงฆ์ | แจ้งให้สงฆ์ทราบ |
| สุผ้า | ซักผ้า, ย้อมผ้า |
| อาพาธ | ป่วย |
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
โพสต์เมื่อ 9 มิ.ย. 2551 อ่าน 604236 | 0 ความเห็น
·····
·····
จัดทำเว็บไซต์โดย นายอดิศร ก้อนคำ (ครูโจ้)