ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ปวดหลังรักษาอย่างไรดี

ปวดหลังรักษาอย่างไรดี

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 13 พ.ย. 2553 เปิดอ่าน : 12,478 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

อาการปวดหลังเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดโรคหนึ่งในผู้ป่วยที่มีปัญหาของระบบกระดูกและข้อ โดยมากสาเหตุมักเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังส่วนเอวที่ผิดวิธี ทำให้เกิดภาวะเสื่อมหรือเคลื่อนของกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง

โดยปกติอาการปวดหลังรักษาได้ด้วยวิธีการพักและรับประทานยา ร่วมกับการทำกายบริหารร่างกายที่ถูกวิธี ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 95 อาการจะดีขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถรับการรักษาด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยประมาณร้อยละ 1-3 ที่ยังคงมีอาการปวดมากหรืออาการไม่ทุเลา ไม่สามารถทำงานได้ หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ขาอ่อนแรง เดินลำบาก กลั้นอุจจาระ-ปัสสาวะไม่ได้ อาการเหล่านี้เป็นข้อบ่งชี้ว่า ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

ปัจจุบันวิทยาการผ่าตัดกระดูกสันหลังได้รับการพัฒนา ทำให้สามารถทำการรักษาด้วยวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัด หรือผ่าตัดแผลเล็กขนาด 0.9 เซนติเมตร ภายใต้การให้ยาชาเฉพาะที่ โดยไม่ต้องดมยาสลบ ประกอบกับมีการพัฒนากล้องส่องกระดูกสันหลังขนาดเล็ก 6.9 มิลลิเมตร และล่าสุดขนาด 2 มิลลิเมตร ทำให้การผ่าตัดเล็กลงมาก ผู้ป่วยจะได้รับการพักฟื้นสังเกตอาการ 1-2 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้

การรักษาอาการปวดหลังด้วยวิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลังโดยไม่ต้องผ่าตัด

ในปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลัง เป็นวิธีที่สามารถทำให้ผู้ป่วยลดอาการเจ็บปวดได้ถึงร้อยละ 70-80 ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งก่อนที่จะเลือกเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้ผลการรักษาดีและพึงพอใจในการระงับความเจ็บปวดจากการทำวิธีนี้ อาจหลีกเลี่ยงการรักษาโดยการผ่าตัดได้ โดยแนะนำวิธีนี้ในผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงสูงหากมีการผ่าตัด เช่น ผู้ป่วยที่ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจชนิดต่าง ๆ ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยารุนแรงหลายชนิด

อาการที่สามารถเข้ารับการรักษาโดยการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลัง ได้แก่ มีอาการปวดหลัง, โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือมีอาการปวดร้าวลงขาทั้งสองข้าง, โรคกระดูกสันหลังเสื่อมทับเส้นประสาทขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือปวดขา ชาขาทั้งสองข้าง, ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง ปวดขาจากโรคต่าง ๆ เช่น เนื้องอก ผู้ป่วยมะเร็งกดทับเส้นประสาท วิธีนี้จะช่วยผู้ป่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้มาก และอาจลดปริมาณยาที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้ รวมทั้งในผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดบริเวณกระดูกสันหลังแล้วอาการดีขึ้นไม่มาก ยังคงมีอาการอักเสบ อาการปวดหลังเหลืออยู่หลังการผ่าตัด

วิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลังและผลการรักษา

ใช้ยาฉีดเฉพาะที่ ผู้ป่วยไม่ต้องดมยาสลบหรือระงับความรู้สึกทางประสาทไขสันหลัง ใช้เครื่องมือเอกซเรย์นำร่องเพื่อบอกตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำในห้องผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 20 นาที ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวหรือเดินได้ทันทีหลังการฉีดยาระงับปวดเสร็จ หลังทำวิธีนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ยกเว้นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง แนะนำนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย 1 วัน ซึ่งผลการรักษา ทำให้มีอาการดีขึ้นภายใน 1-3 วัน หลังได้รับการฉีดยา ซึ่งแพทย์จะใช้เวลาติดตามผลการรักษาต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ ผู้ป่วยร้อยละ 20 ที่อาการยังไม่ดีขึ้นชัดเจน อาจพิจารณาฉีดยาระงับปวดซ้ำได้ เนื่องจากความเสี่ยงต่ำกว่าการผ่าตัด แต่หากติดตามแล้วอาการปวดหลังไม่ดีขึ้น แพทย์จะพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการ รักษาโดยการผ่าตัดส่องกล้อง กระดูกสันหลัง หรือผ่าตัดด้วยวิธีอื่นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย

การรักษาภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ขาด้วยวิธีการผ่าตัดผ่าน กล้อง

มี 2 วิธี ได้แก่ 1) วิธีไมโครสโคปิค ลัมบาร์ ดิสเซซโทมี่ เป็นวิธีการผ่าตัดที่นิยมแพร่หลายมานานในต่างประเทศและนิยมมากขึ้นในประเทศไทย ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 45 นาที แผลผ่าตัดประมาณ 2 เซนติเมตร ไม่ต้องตัดกระดูกสันหลัง สามารถหาช่องเข้าสู่หมอนรองกระดูกสันหลังโดยอาศัยกล้องไมโครสโคป ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนคือ ผู้ป่วยสามารถเดินได้หลังผ่าตัดภายใน 12-24 ชั่วโมง ฟื้นตัวได้เกือบปกติ ภายใน 1-2 วัน และกลับบ้านได้เร็ว

2) ฟูลลี่ เอ็นโดสโคปิค ดิสเซซโทมี่ เป็นการผ่าตัดแผลเล็กที่มีแผลผ่าตัดประมาณ 8 มิลลิเมตร ใช้กล้องส่องเข้าในช่องหมอนรองกระดูกสันหลังและตัดส่วนที่กดทับเส้นประสาทออก โดยไม่ต้องวางยาสลบ ระหว่างผ่าตัดเจาะแผลผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตลอดเวลา ดังนั้นจะบอกอาการและสื่อสารกับแพทย์ได้ตลอดเวลา นับเป็นการผ่าตัดเจาะที่ปลอดภัย ประสิทธิภาพสูงและได้ผลดี อาการปวดแผลน้อย นับเป็นทางเลือกที่ดีวิธีหนึ่งในปัจจุบัน

ข้อดีของการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทขาด้วยวิธีส่องกล้อง ได้แก่ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก, อาการปวดน้อยลงอย่างชัดเจน, ฟื้นสมรรถภาพได้เร็วหลังผ่าตัดภายใน 12-24 ชั่วโมง, เสียเลือดน้อยมาก และไม่ต้องรับเลือดจากการผ่าตัด, อัตราการติดเชื้อแผลผ่าตัดน้อยกว่าร้อยละ 1, สามารถผ่าตัดได้โดยใช้วิธีให้ยาชาบริเวณไขสันหลัง, อัตราการเกิดอาการปวดหลังซ้ำจากการผ่าตัดน้อย เพียงร้อยละ 2-7, ความสวยงามบริเวณแผลผ่าตัดดี, มีความปลอดภัยสูง, ภาวะแทรกซ้อนน้อย เนื่องจากมีกล้องขยายสูงในการมองเห็นเส้นเลือดและเส้นประสาททำงานได้ดีและชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาอื่นที่สามารถทำการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลภายใต้การใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ ทำให้ผู้ป่วยปัจจุบันสามารถลดอัตราการผ่าตัดด้วยวิธีเปิดแผลได้มากกว่าร้อยละ 90 เช่น วิธีการใช้คลื่นความถี่สูง ช่วยในการผ่าตัดผ่านกล้องขนาด 2 มิลลิเมตร, วิธีนิวคลิโอพลาสตี้ การรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนโดยใช้คลื่นความร้อน.


รศ.นพ.ธเนศ วัฒนะวงษ์
หน่วยกระดูกสันหลัง ภาควิชาออร์โธปิดิคส์
คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ขอบคุณที่มาจาก เดลินิวส์

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปวดหลังรักษาอย่างไรดี , , ปวดหลังรักษาอย่างไรดี , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล☕ คลิกอ่านเลย
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เปิดอ่าน 4,556 ครั้ง
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?☕ คลิกอ่านเลย
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?
เปิดอ่าน 1,770 ครั้ง
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว☕ คลิกอ่านเลย
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว
เปิดอ่าน 1,831 ครั้ง
5 สิ่งที่มนุษย์ต้องมี ก่อนเป็นส่วนเกินในสังคมหุ่นยนต์☕ คลิกอ่านเลย
5 สิ่งที่มนุษย์ต้องมี ก่อนเป็นส่วนเกินในสังคมหุ่นยนต์
เปิดอ่าน 7,049 ครั้ง
เรียนต่ออังกฤษต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง มาเจาะลึกกัน☕ คลิกอ่านเลย
เรียนต่ออังกฤษต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง มาเจาะลึกกัน
เปิดอ่าน 3,054 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

WebOS เว็บโอเอส เว็บโอเอส อะไรๆ ก็ เว็บโอเอสWebOS เว็บโอเอส เว็บโอเอส อะไรๆ ก็ เว็บโอเอส
เปิดอ่าน 13,388 ครั้ง
คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่งคุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง
เปิดอ่าน 24,378 ครั้ง
ความหมายของเครื่องในพิธีความหมายของเครื่องในพิธี
เปิดอ่าน 16,314 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 17 การเล่นลูกจากประตู  ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 17 การเล่นลูกจากประตู
เปิดอ่าน 45,042 ครั้ง
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)
เปิดอ่าน 4,879 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ