ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > Technology > กว่าจะมาเป็น "ไอโฟน" จุดกำเนิดและความบังเอิญ

กว่าจะมาเป็น "ไอโฟน" จุดกำเนิดและความบังเอิญ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 12 ก.ย. 2557 เปิดอ่าน : 4,733 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

กว่าจะมาเป็น "ไอโฟน" จุดกำเนิดและความบังเอิญ

ก่อนที่ "ไอโฟน" จะโด่งดังเป็นพลุแตกและปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟนอย่างทุกวันนี้ เคยสงสัยไหมว่า โทรศัพท์ฉลาด ๆ ของ "แอปเปิล" มีจุดเริ่มต้นอย่างไร ในจังหวะที่ไอโฟนรุ่นใหม่ ซึ่งเดินมาถึงไอโฟน 6 แล้วกำลังจะเปิดตัว

ลองย้อนไปดูเรื่องราวของจุดกำเนิด "ไอโฟน" ที่ได้รับการเปิดเผย เพราะสงครามกฎหมายระหว่างแอปเปิลและซัมซุง

"แอปเปิล" ต้องอนุญาตให้ "เกรก คริสตี้" วิศวกรผู้ร่วมออกแบบซอฟต์แวร์ของ "ไอโฟน" เปิดเผยข้อมูลการคิดค้นสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อคำฟ้องร้อง กรณีที่ "ซัมซุง" ละเมิดสิทธิบัตรของบริษัท ใครจะรู้ว่าหนทางในการสร้างไอโฟนเครื่องแรกช่างทรหดอดทน ยาวนาน และเต็มไปด้วยขั้นตอนการเก็บความลับมากมาย ไม่ต่างจากหนังสายลับเลยทีเดียว

"เดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัล" รายงานว่า กุมภาพันธ์ ปี 2548 "สตีฟ จ็อบส์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร "แอปเปิล" ในขณะนั้น ได้ยื่นคำขาดกับ "เกรก คริสตี้" วิศวกรซอฟต์แวร์ระดับอาวุโสของแอปเปิล (ซึ่งในเวลานี้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมยูสเซอร์อินเตอร์เฟส) เนื่องจากคริสตี้และทีมงานของเขาล้มลุกคลุกคลานมาเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อวางรากฐานของซอฟต์แวร์ ซึ่งจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไอโฟนแบบทุกวันนี้ รวมถึงออกแบบว่าจะให้ซอฟต์แวร์แต่ละส่วนทำงานด้วยกันอย่างไร 


ในที่สุด ซีอีโอ "แอปเปิล" ต้องออกมาบอกพวกเขาว่า มีเวลาอีกแค่ 2 สัปดาห์ในการตีโจทย์ให้แตก ไม่อย่างนั้นจะโยกโปรเจ็กต์นี้ไปให้ทีมอื่นทำแทน 

"สตีฟน่าจะหมดความอดทนแล้ว เขาต้องการไอเดียและคอนเซ็ปต์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม" คริสตี้พูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น

สิ่งที่ "คริสตี้" และทีมของเขาทำคือ คิดค้นฟังก์ชั่นการทำงานหลายอย่างของไอโฟน เช่น ฟังก์ชั่นการใช้นิ้วสไลด์จอเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์, การกดโทร.ได้ทันทีจากสมุดโทรศัพท์ (ในเครื่อง) รวมถึงโปรแกรมเล่นเพลงแบบสั่งการด้วยหน้าจอสัมผัส 

ดังนั้น "ไอโฟน" รุ่นแรกจึงเป็นการโละแป้นพิมพ์ทิ้ง แทนที่ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่สุดทันสมัยรองรองรับระบบสัมผัส และใช้ระบบปฏิบัติการที่ละม้ายคล้ายคลึงกับโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์มากกว่าระบบปฏิบัติการสำหรับโทรศัพท์มือถือ

ก่อนหน้านี้ "คริสตี้" เข้ามาทำงานกับแอปเปิลตั้งแต่ปี 2539 เพื่อพัฒนาโปรแกรม "นิวตัน" อุปกรณ์ไอทีที่ทำหน้าที่เป็นเลขาฯส่วนตัว มาพร้อมหน้าจอสัมผัสที่ต้องใช้คู่กับปากกาสไตลัส แต่นิวตันยังเป็นของใหม่เกินไปสำหรับตลาดในเวลานั้น มันทั้งใหญ่ ทั้งแพง และมีซอฟต์แวร์ที่ไม่ตอบสนองการใช้งานเท่าที่ควร 

แม้นิวตันจะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่ความสนใจของคริสตี้ในการสร้างอุปกรณ์ประมวลผลคอมพิวเตอร์ขนาดเหมาะกับกระเป๋าเสื้อ (หรือกระเป๋ากางเกง) ยังไม่เลือนหายไปไหน

จนกระทั่งอีก 8 ปีต่อมา ระหว่างที่เขากำลังทำงานด้านซอฟต์แวร์เครื่องแมคอินทอชของแอปเปิล "สก็อต ฟอร์สตอลล์" หนึ่งในสมาชิกทีมซอฟต์แวร์ระดับอาวุโสในเวลานั้นก็เดินเข้ามาหา และชักชวนให้คริสตี้เข้ามาทำงานในโปรเจ็กต์ลับที่มีชื่อว่า "เพอร์เพิล" โดยทีมของโปรเจ็กต์นี้จะร่วมกันพัฒนาโทรศัพท์ที่สามารถใช้เป็นเครื่องฟังเพลงได้ และใช้งานด้วยระบบหน้าจอสัมผัส

ช่วงนั้น "สตีฟ จ็อบส์" เข้ามาคืนชีพ "แอปเปิล" แล้ว และกำลังให้ความสำคัญกับสายผลิตภัณฑ์หลักแค่ไม่กี่ตัว 

หนึ่งในนั้นคือสายสินค้า "ไอพอด" ซึ่ง "เกรก จอสเวียค" รองประธานด้านการตลาดของไอโฟนและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไอโอเอสมองเห็นสัญญาณว่า ผู้ผลิตรายอื่นที่สร้างโทรศัพท์ผสมผสานกับเครื่องเล่นเพลงถือเป็นภัยสำหรับไอพอด

"คริสตี้" ให้สัมภาษณ์ว่า ทีมงานต้องพยายามคิดว่าความเร็วในการเลื่อนหาบัญชีรายชื่อโทรศัพท์ต้องประมาณเท่าไรจึงจะเหมาะสมที่สุด และต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้การเด้งภาพกลับมาหลังจากผู้ใช้เลื่อนลงจนสุดหน้าจอดูเป็นธรรมชาติ 

นอกจากนี้ ทีมของเขายังหัวชนฝาเกี่ยวกับการหาทางเปลี่ยนข้อความตัวอักษรที่เคยเรียงแยกกันตามลำดับเวลามาเป็นกล่องข้อความสนทนาแบบแยกเป็นส่วน ๆ ที่คล้ายกับโปรแกรมส่งข้อความสนทนาบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญทีมของเขายังมีขนาด "เล็กจนน่าใจหาย" อีกด้วย

เขายังต้องทำพรีเซนเทชั่นเสนอให้ "จ็อบส์" ฟังเดือนละสองหนเป็นเวลาติดต่อกันหลายต่อหลายเดือนในห้องไร้หน้าต่างที่ชั้นสองของบริษัทแม่แอปเปิลในแคลิฟอร์เนีย ห้องนั้นมีเพียงพนักงานไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสิทธิ์เหยียบย่างเข้าไป และแม้แต่พนักงานทำความสะอาดก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปได้ หลังจากทีมของคริสตี้สามารถทำให้ "จ็อบส์" ประทับใจกับซอฟต์แวร์ไอโฟนของพวกเขาได้ เขาก็ต้องไปพรีเซนต์ให้ "บิล แคมป์เบลล์" หัวหน้าของแอปเปิลฟังอีกที 

"คริสตี้" จำได้ว่า บิล แคมป์เบลล์ ชมว่าโทรศัพท์ตัวนี้จะทำผลงานได้ดีกว่าเครื่องแมคเครื่องแรกเสียอีก 2-3 วันหลังจาก "จ็อบส์" เห็นดีด้วย เขาก็เรียกทีมของคริสตี้เข้ามาพรีเซนต์อีกครั้ง โดยให้ "โจนี่ ไอฟ์" หัวหน้าฝ่ายออกแบบของแอปเปิลเข้ามาร่วมฟังด้วย ซึ่งทีมของเขานี่เองที่เป็นผู้ออกแบบกระจกที่จะมีการนำมาใช้กับไอโฟน 

หัวหน้าฝ่ายออกแบบของแอปเปิลค่อนข้างสงสัยในประเด็นที่ว่า ทีมซอฟต์แวร์พัฒนาฟีเจอร์ที่ดูน่าอัศจรรย์ต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร ขณะที่ "จ็อบส์" ทำหน้าที่ปะติดปะต่อเรื่องราวไอโฟนในสไตล์ของตนเอง แต่ที่สำคัญกว่าคือเขาตื่นเต้นกับไอโฟนเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน "สตีฟ จ็อบส์" ต้องการเก็บเรื่องนี้ให้เป็นความลับที่สุด เขาสั่งให้พนักงานทุกคนทำงานกับโปรเจ็กต์นี้จากที่บ้าน และใช้คอมพิวเตอร์ที่วางเอาไว้ในส่วนที่ไม่เคยมีคนเดินผ่าน เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครเห็นรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่โดยบังเอิญ นอกจากนี้ ไฟล์ภาพทั้งหลายเกี่ยวกับโครงการนี้ก็ต้องเข้ารหัสเอาไว้ทั้งหมดด้วย

ในที่สุดในช่วงต้นปี 2548 "แอปเปิล" ไฟเขียวให้โปรเจ็กต์นี้ และเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานมาราธอนนาน 2 ปีครึ่ง 

"คริสตี้และทีมงาน" ต้องนั่งคิดกันตั้งแต่จะให้ผู้ใช้เช็กวอยซ์เมล์อย่างไร จะทำให้ปฏิทินปรากฏในรูปแบบไหน ซึ่งซีอีโอแอปเปิลในตอนนั้นจู้จี้กับทุกรายละเอียด 

จนในช่วงปลายปี 2549 ไม่กี่เดือนก่อนที่ "จ็อบส์" จะเปิดตัวไอโฟนอย่างเป็นทางการ เขาก็เรียกคริสตี้ไปปรึกษาว่า จะเอาอัลบั้มรูปอะไรสำหรับไปโชว์ฟังก์ชั่นเลื่อนภาพในไอโฟน (ต้องเป็นภาพที่มีสีสดและมีหน้าคนในภาพเยอะ ๆ เพื่อโชว์ให้เห็นศักยภาพของหน้าจอ) 

ส่วนเรื่องเพลงที่เปิดโชว์ "จ็อบส์" ล๊อกเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นเพลง "Sgt.Pepper"s Lonely Hearts Club Band" ของวงเดอะบีทเทิลส์ 6 เดือนหลังจากการเปิดตัวไอโฟนและกำลังเตรียมวางจำหน่าย "คริสตี้และทีมของเขา" ยังคงต้องปรับแก้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ เป็นระยะ แต่ช่วงเวลาที่เขาจำได้แม่นที่สุดคือตอนที่เขาได้เห็น "จ๊อบส์" ยืนอยู่บนเวที ม่านด้านหลังค่อย ๆ เลื่อนเปิดออก และปรากฏให้เห็นภาพหน้าจอโฮมสกรีนของ "แอปเปิล" เด่นเป็นสง่าขึ้นมาในห้องมืด 

มันทำให้เขาตระหนักได้ว่า "ไอโฟน" เกิดขึ้นจริงแล้ว และกำลังจะเป็นเรื่องใหญ่ในอีกไม่ช้า ซึ่งจากวันที่ไอโฟนวางตลาดในเดือนมิถุนายน 2550 จนถึงวันนี้ มันมียอดขายรวมกันถึง 470 ล้านเครื่องทั่วโลก

 

 

ขอบคุณที่มาจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> กว่าจะมาเป็น "ไอโฟน" จุดกำเนิดและความบังเอิญ , , กว่าจะมาเป็น , , ไอโฟน , , จุดกำเนิดและความบังเอิญ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
วัฏจักรของเทคโนโลยี

วัฏจักรของเทคโนโลยี
เปิดอ่าน 14,008 ครั้ง
คลิกอ่าน!
qr code คืออะไร

qr code คืออะไร
เปิดอ่าน 8,957 ครั้ง
คลิกอ่าน!
กำเนิด 4 อาชีพใหม่ไอที

กำเนิด 4 อาชีพใหม่ไอที
เปิดอ่าน 21,020 ครั้ง
คลิกอ่าน!
5 เทคโนโลยีสำคัญในปี 2559

5 เทคโนโลยีสำคัญในปี 2559
เปิดอ่าน 6,442 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ปรับโฉมคนทำงาน ด้วยความสามารถด้านการเชื่อมต่อและระบบอัจฉริยะในยุคดิจิทัล☕ คลิกอ่านเลย
ปรับโฉมคนทำงาน ด้วยความสามารถด้านการเชื่อมต่อและระบบอัจฉริยะในยุคดิจิทัล
เปิดอ่าน 5,993 ครั้ง
ไพรเวทคลาวด์ เอ็นเตอร์ไพรซ์คลาวด์ และระบบอื่นๆ☕ คลิกอ่านเลย
ไพรเวทคลาวด์ เอ็นเตอร์ไพรซ์คลาวด์ และระบบอื่นๆ
เปิดอ่าน 1,799 ครั้ง
ไมโครซอฟท์ประกาศ ยุติโปรแกรม Paint แล้ว หลังอยู่คู่วินโดวส์มา 32ปี!☕ คลิกอ่านเลย
ไมโครซอฟท์ประกาศ ยุติโปรแกรม Paint แล้ว หลังอยู่คู่วินโดวส์มา 32ปี!
เปิดอ่าน 9,980 ครั้ง
อะโดบีเผยเอเชีย-แปซิฟิกใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเติบโตสูงสุดในโลก☕ คลิกอ่านเลย
อะโดบีเผยเอเชีย-แปซิฟิกใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเติบโตสูงสุดในโลก
เปิดอ่าน 3,684 ครั้ง
"กูเกิล"เผยสุดยอดคำค้นหาปี 59☕ คลิกอ่านเลย
"กูเกิล"เผยสุดยอดคำค้นหาปี 59
เปิดอ่าน 10,556 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เคล็ดลับ จำง่าย การอ่านหนังสือเตรียมสอบครูผู้ช่วยเคล็ดลับ จำง่าย การอ่านหนังสือเตรียมสอบครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 11,648 ครั้ง
เตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรคเตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรค
เปิดอ่าน 9,556 ครั้ง
โซเชียลแชร์ กระดาษคำตอบแบบใหม่ กันลอกข้อสอบโซเชียลแชร์ กระดาษคำตอบแบบใหม่ กันลอกข้อสอบ
เปิดอ่าน 8,625 ครั้ง
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ตในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต
เปิดอ่าน 8,019 ครั้ง
เทคนิคนวดผมพาเพลินเทคนิคนวดผมพาเพลิน
เปิดอ่าน 5,988 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ