ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > แนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

แนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 10 ส.ค. 2558 เปิดอ่าน : 4,764 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
คกก.อำนวยการปฏิรูปการศึกษา เห็นชอบแนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เสนอให้ สพฐ.ออกประกาศให้มีผลใช้บังคับภายในภาคเรียนที่ 2/2558 .....

Advertisement

ผลการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา 9/2558

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 9/2558 เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2558 ระหว่างเวลา 13.30-17.45 น. ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร โดยมีพลเอก สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุม

 

เห็นชอบแนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่บังคับให้สถานศึกษาทุกขนาดทุกประเภทใช้เหมือนกัน ทั้งจำนวนชั่วโมงในการสอนแต่ละกลุ่มสาระ และบังคับให้ใช้ทุกตัวชี้วัดกับทุกระดับทุกกลุ่มสาระเหมือนกันทุกโรงเรียน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละโรงเรียน

ที่ประชุมจึงมอบให้คณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ ซึ่งมีนางสิริกร มณีรินทร์ เป็นประธานอนุกรรมการฯ ได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้ดูแลหลักสูตร และผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา จาก 4 ภูมิภาคเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้ข้อสรุปถึงแนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรดังกล่าว แล้วนำมาเสนอให้ที่ประชุมครั้งนี้ได้พิจารณา

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบแนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรดังกล่าวใน 2 ประเด็น คือ

1) การผ่อนคลายจำนวนชั่วโมงที่สอนในแต่ละกลุ่มสาระ/แต่ละชั้นปี

ควรให้สถานศึกษากำหนดจำนวนชั่วโมงเองตามสภาพปัญหาและบริบทของตน แต่ต้องมีจำนวนชั่วโมงรวมครบถ้วนและจำนวนวันที่จัดการเรียนการสอนครบ 200 วันต่อปีการศึกษา

ทั้งนี้ การผ่อนคลายจำนวนชั่วโมงสอนดังกล่าว ในทางปฏิบัติมีความเป็นไปได้ เพราะจำนวนชั่วโมงที่กำหนดไว้ในหลักสูตร สามารถนับชั่วโมงได้จากทั้งใน/นอกห้องเรียน และการยืดหยุ่นของจำนวนชั่วโมงที่สอนในแต่ละสาระนั้น ถือว่าเอื้อประโยชน์ให้กับสถานศึกษาในการปรับเปลี่ยนเวลาให้สาระต่างๆ ตามปัญหาหรือจุดเน้นของแต่ละโรงเรียนได้

ข้อดีของการผ่อนคลาย คือ ครูสามารถคิดรูปแบบการเรียนการสอนใหม่ๆ และหลากหลายมากขึ้น ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้เรียน และตรงกับจุดเน้นของสถานศึกษา ผู้ปกครอง รวมทั้งความต้องการของชุมชน ตลอดจนส่งผลให้เกิดเป็นชุมชนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพครู เพราะครูจะได้มาทำงานวิชาการร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันมากขึ้น

2) การผ่อนคลายการวัดผลทุกตัวชี้วัด

โดยให้นำตัวชี้วัดออกให้หมดไปไว้ในภาคผนวก ไม่บังคับใช้ และให้นำเกณฑ์การวัดผลและประเมินผลผู้เรียนข้อ 2 "ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนด" ออกไป ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพราะในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้น ครูไม่เพียงพอ หรือโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนให้ครบทุกตัวชี้วัดได้

ดังนั้น ข้อดีของการผ่อนคลายการวัดผลทุกตัวชี้วัด ก็จะเอื้อให้โรงเรียนขนาดเล็กสามารถบูรณาการวิชาการต่างๆ ได้ ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ก็สามารถมีจุดเน้นในสาระวิชาสำคัญๆ ของโรงเรียนได้ ทั้งยังจะช่วยให้ครูคิดรูปแบบใหม่ๆ ในการสอนโดยไม่ยึดติดกับตัวชี้วัดหรือวิธีการนับเวลาเรียนตามแบบเดิม ตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสให้ครูสามารถสอนแบบบูรณาการได้อย่างเต็มที่ เพราะจะไม่เกิดความยุ่งยากในการจัดทำเอกสารเพื่อการวัดผลตามตัวชี้วัดแบบเดิมๆ อีกต่อไป

นอกจากนี้ การมีตัวชี้วัดหลักๆ ที่เหมือนกันทั่วประเทศ เป็นตัวชี้วัดที่มีลำดับขั้นของเกณฑ์ขั้นต่ำที่นักเรียนแต่ละคนควรมีในแต่ละสาขาวิชาและตามจุดเน้นของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ครูสามารถสอนแบบบูรณาการได้

ทั้งนี้ ที่ประชุมขอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำข้อสรุปและแนวทางดังกล่าวไปพิจารณาออกประกาศ เรื่อง การผ่อนคลายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้มีผลใช้บังคับภายในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 รวมทั้งให้ สพฐ.จัดเตรียมแนวทางการปฏิบัติไปสู่สถานศึกษา ทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาต่อไปด้วย

การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสถานศึกษานิติบุคคลในกำกับ

ที่ประชุมได้พิจารณาหารือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสถานศึกษานิติบุคคลในกำกับ พ.ศ. .... ตามที่คณะอนุกรรมการปฏิรูปกฎหมายการศึกษาได้เสนอ โดยมีหลักการเพื่อให้เป็นกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมให้สถานศึกษาของรัฐและเอกชนที่จัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา มีความเป็นอิสระและมีความคล่องตัว สามารถบริหารจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ได้หารือถึงแนวทางการดำเนินการ 2 รูปแบบที่สำคัญ คือ ควรดำเนินการในรูปแบบโรงเรียนที่เป็นนิติบุคคลแบบเดียวกับที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ หรือรูปแบบการเป็นสถานศึกษาที่ไม่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกำกับของรัฐ ตามที่เสนอ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ จึงขอให้คณะอนุกรรมการฯ นำความเห็นจากที่ประชุมไปพิจารณาปรับปรุงให้เกิดความรอบคอบและถี่ถ้วน รวมทั้งให้เชิญผู้ที่ศึกษาวิจัยในเรื่องนี้มาหารือถึงแนวทางรูปแบบของการเป็นสถานศึกษานิติบุคคลที่เหมาะสมว่า ควรเลือกใช้รูปแบบใดหรือควรพิจารณาดำเนินการทั้ง 2 รูปแบบ

แต่สิ่งสำคัญคือ ควรจะต้องคำนึงถึงความสมัครใจและความพร้อมของแต่ละสถานศึกษา รวมทั้งนำปัญหาการเป็นนิติบุคคลของสถาบันอุดมศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งรัฐมนตรีหรือหน่วยงานส่วนกลางไม่มีอำนาจเข้าไปกำกับดูแล ต่างไปจากรูปแบบของรัฐวิสาหกิจที่แม้จะเป็นนิติบุคคล แต่ก็ยังมีเจ้าของเข้ามากำกับดูแล เป็นต้น

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า เมื่อกล่าวถึงการกระจายอำนาจ จะมองไปที่การบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความอิสระและความคล่องตัวของสถานศึกษาเป็นส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่คนมักไม่ค่อยพูดถึงคือ เมื่อกระจายอำนาจไปแล้ว เกิดผลดีต่อวิชาการหรือคุณภาพการเรียนการสอนมากขึ้นได้อย่างไร จึงให้คณะอนุกรรมการปฏิรูปกฎหมายการศึกษา นำความเห็นหลากหลายจากที่ประชุมไปปรับปรุงแก้ไข และให้นำเสนอที่ประชุมพิจารณาครั้งต่อไป

การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ

ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการปฏิรูปกฎหมายการศึกษา ที่ได้มีการหารือร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา สภาปฏิรูปการศึกษา

แต่ที่ประชุมเห็นว่าควรจะต้องมีการปรับแก้ในรายละเอียดอยู่บ้าง เช่น ประเด็นการเสนอชื่อบุคคลเป็นกรรมการเฉพาะเรื่อง ประเด็นอำนาจหน้าที่หลักของคณะกรรมการและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ประเด็นสำนักงานฯ ควรเป็นส่วนราชการ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ฯลฯ

ทั้งนี้ ให้คณะอนุกรรมการปฏิรูปกฎหมายการศึกษา นำความเห็นจากที่ประชุมไปปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบครั้งต่อไป 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> แนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ผลการพิจารณาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประเภทผลงานดีเด่น ปีการศึกษา 2560☕ 18 ก.ย. 2562
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ผลการพิจารณาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประเภทผลงานดีเด่น ปีการศึกษา 2560
เปิดอ่าน 2,077 ครั้ง
สพฐ.แจ้งทุกเขตพื้นที่เตรียมพร้อมบริหารอัตรากำลัง หลังครู-ผู้บริหารเกษียณพร้อมกันจำนวนมาก☕ 18 ก.ย. 2562
สพฐ.แจ้งทุกเขตพื้นที่เตรียมพร้อมบริหารอัตรากำลัง หลังครู-ผู้บริหารเกษียณพร้อมกันจำนวนมาก
เปิดอ่าน 4,331 ครั้ง
สพฐ.แจ้งกำหนดกรอกข้อมูลระบบบัญชีการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562☕ 17 ก.ย. 2562
สพฐ.แจ้งกำหนดกรอกข้อมูลระบบบัญชีการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
เปิดอ่าน 4,347 ครั้ง
ติงร่างเกณฑ์การรับรองหลักสูตรครู 4 ปีไม่ชัดเจนเพียบ☕ 15 ก.ย. 2562
ติงร่างเกณฑ์การรับรองหลักสูตรครู 4 ปีไม่ชัดเจนเพียบ
เปิดอ่าน 2,500 ครั้ง
จวก"สุวิทย์"ทำสังคมไม่มั่นใจการสอนราชภัฏ☕ 15 ก.ย. 2562
จวก"สุวิทย์"ทำสังคมไม่มั่นใจการสอนราชภัฏ
เปิดอ่าน 5,851 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

9 สายงานไทย เทรนด์ใหม่มาแรง9 สายงานไทย เทรนด์ใหม่มาแรง
เปิดอ่าน 34,403 ครั้ง
ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค วันที่ 10 - 16 ตุลาคม 2551ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค วันที่ 10 - 16 ตุลาคม 2551
เปิดอ่าน 8,679 ครั้ง
นิทานเคมี เรื่อง ถ่านหินมหัศจรรย์นิทานเคมี เรื่อง ถ่านหินมหัศจรรย์
เปิดอ่าน 22,169 ครั้ง
แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ตอนที่ 1)แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ตอนที่ 1)
เปิดอ่าน 37,453 ครั้ง
งานแกะสลักไม้ งานแกะสลักไม้
เปิดอ่าน 81,254 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ