ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. 25 สิงหาคม 2558

ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. 25 สิงหาคม 2558

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ส.ค. 2558 เปิดอ่าน : 3,727 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยพลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมกับผู้บริหาร 5 องค์กรหลัก เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2558 ณ ห้องประชุม MOC อาคารราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

 

รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า ได้รับฟังแนวทางการดำเนินงานของ 5 องค์กรหลักตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องต่างๆ ซึ่งเป็นการขยายความเพิ่มเติมจากที่ได้นำเสนอไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวานนี้ (24 สิงหาคม) โดยตนได้ขอให้เพิ่มเติมแนวทางดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีใน 2 ประเด็น คือ

ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. 25 สิงหาคม 2558

Advertisement

การลดเวลาเรียนของเด็กให้น้อยลง โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปพิจารณาปรับลดชั่วโมงเรียนของบางวิชาให้น้อยลง เพื่อต้องการให้เด็กผ่อนคลาย ไม่เครียดในการเรียนมากเกินไปหรือต้องหอบการบ้านไปทำต่อที่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีเวลาที่จะอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น หรือมีเวลาว่างเรียนรู้ตามวัย คิดบ้างทดลองปฏิบัติบ้าง ไม่ใช่ท่องตำราอย่างเดียว โดยอาจจะเลิกเรียนในชั้นเรียนเวลาประมาณ 14.00 น. ส่วนเวลาที่เหลือให้ สพฐ.ไปพิจารณารายละเอียดและกิจกรรมว่าควรดำเนินการอย่างไรกับเด็ก 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่จะเดินทางกลับบ้าน หรือกลุ่มซึ่งรอกลับบ้านพร้อมผู้ปกครองหลังเลิกงาน

ทั้งนี้ สพฐ.จะนำร่องโรงเรียนในสังกัดประมาณร้อยละ 10 จากทั้งหมด 38,000 โรงเรียนก่อน เริ่มต้นได้ทันทีในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ดังนั้นจึงขอให้ สพฐ.จัดระบบนิเทศและเตรียมการให้ดีในช่วงปิดภาคเรียนนี้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจร่วมกันกับโรงเรียน นักเรียน ครู ผู้ปกครองในการดำเนินการด้วย

การเน้นการสอนอาชีพเฉพาะด้านของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เพื่อต้องการให้ มทร.แต่ละแห่งมีจุดเด่นในการผลิตผู้เรียนในแต่ละสาขาอาชีพเฉพาะทางแตกต่างกันไป ซึ่งนอกจากจะต้องปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรแล้ว จะต้องพัฒนาครูผู้สอนและเครื่องมือช่วยสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็วภายในเดือนกันยายน 2559 อาจจะเริ่มต้นจาก 2-3 แห่งก่อน โดยจัดให้มีทั้งสถาบันหลักและรองลงไปในแต่ละสาขา เช่น มทร.ตะวันออก แม้จะมีความชำนาญด้านการสอนต่อเรือ แต่ก็ต้องวางแผนจัดระบบสำหรับเด็กที่อยู่ห่างไกลในภาคอื่นเช่นภาคใต้ที่ต้องการเรียนในสาขาอาชีพนี้ ซึ่งอาจต้องมี มทร. ระดับรองลงไปในภาคใต้ที่มีความพร้อมในการสอนสาขาอาชีพดังกล่าวรองรับด้วย

 

แนวทางการดำเนินงานของ 5 องค์กรหลัก ตามนโยบายรัฐบาล
รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องต่างๆ

1. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) โดยนายแพทย์กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้นำเสนอถึงนโยบายการดำเนินงานที่สำคัญ 5 เรื่อง คือ

1) การปรับปรุงคุณภาพครูให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งมีโครงการสำคัญที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น โครงการคุรุทายาท แนวทางการพัฒนา/สรรหา/ประเมินวิทยฐานะ/เลื่อนตำแหน่ง/ย้ายครูผู้สอน ใบประกอบวิชาชีพครู การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู การแก้ปัญหาการขาดแคลนครู ฯลฯ
2) การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ การส่งเสริมการศึกษาปฐมวัย การแก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน การฝึกวิชาชีพระยะสั้นหรือส่งเสริมรายได้ให้แก่ประชาชน การส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ค่านิยมหลัก 12 ประการ
3) การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา คือ การจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Distance Learning Information Technology : DLIT)
4) การพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้มีการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดตั้งศูนย์ครูใต้ที่ จ.ยะลาและนราธิวาส การจัดการศึกษานอกระบบเพื่อสร้างโอกาสการมีอาชีพมีงานทำ การจัดโครงการ DLIT การช่วยเหลือเยียวยาครูที่เสียชีวิตและทุพพลภาพ
5) การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน คือ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ การพัฒนาทักษะการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้าน และการพัฒนาอาชีพรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดน

2. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) โดยนางสุทธศรี วงษ์สมาน เลขาธิการสภาการศึกษา ได้นำเสนอการดำเนินงานตามนโยบายและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในประเด็นต่างๆ ดังนี้ ร่างวิสัยทัศน์และกรอบทิศทางการพัฒนาการศึกษาระยะ 5 ปี (พ.ศ.2559-2563) การปฏิรูปการศึกษาในภาพรวมทั้งระบบ การทบทวนปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ การจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ (พ.ศ.2560-2574) และแผนพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต การจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัย การศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบสภาวะการศึกษาไทยในเวทีโลก และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยนายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้นำเสนอในประเด็นการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน เด็กจบ ป.1 ต้องอ่านออกเขียนได้และต้องมีการประเมินผลที่เป็นรูปธรรม การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเสริมทักษะอาชีพเด็กชั้น ม.1 ถึง ม.6 (ทวิศึกษา) ที่ต้องเลือกเรียนวิชาเสริมเป็นสาขาวิชาชีพเพื่อการวางแผนอาชีพในอนาคตได้ การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการปรับลดเวลาเรียนของเด็กให้น้อยลง

4. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้นำเสนอ

1) ประเด็นเชิงนโยบายรัฐบาล 6 เรื่อง คือ การเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ สอศ.มีนักศึกษาใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 ซึ่งรวมถึงโครงการทวิศึกษาด้วย, การพัฒนาทักษะอาชีพประชาชนทุกช่วงวัย 1 ล้านคน, การแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษาอาชีวะ, โครงการอาชีวะมาตรฐานสากลโดยร่วมมือกับประเทศชั้นนำของโลกด้านอาชีวศึกษา 7 ประเทศ คือ เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ อิสราเอล อังกฤษ และไต้หวัน, การเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษเพื่องานอาชีพและพัฒนาฝีมือแรงงานให้สถานประกอบการ, การเพิ่มบทบาทของสถานประกอบการในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ซึ่งปัจจุบันมีความร่วมมือ 10,527 แห่ง นักศึกษา 89,489 คน ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ได้เสนอแนะให้สถานศึกษากลุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทได้จับคู่กับสถานประกอบการเพื่อจัดระบบทวิภาคีให้ผู้เรียน ซึ่งจะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อีกทางหนึ่งด้วย
2) ประเด็นเร่งด่วน 4 เรื่อง คือ ทวิศึกษา หรือนักเรียนเรียนหลักสูตร ม.ปลายคู่ ปวช. ในโรงเรียนมัธยมฯ โดยจะเสนอของบกลางดำเนินการเพิ่มอีก 92 ล้านบาท, การของบประมาณเพิ่มเพื่อสร้างศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ จ.สงขลาอีก 302 ล้านบาท หลังจากใช้งบฯ ก่อสร้างไปแล้วกว่า 835 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการจัดสรรเพิ่มเติม, การแก้ปัญหาขาดแคลนครูอาชีวศึกษาโดยขอกรอบอัตรา 7,455 อัตรา ใช้งบประมาณ 1,610 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้อัตราส่วนครู : นักศึกษา จากปัจจุบัน 1 : 44 เหลือ 1 : 27 (สัดส่วนที่เหมาะสมคือ 1:20), ทุนช่างเทคนิคและบัณฑิตนักปฏิบัติ (TTS) ระยะเวลา 15 ปี (พ.ศ.2558-2572) งบประมาณ 29,059 ล้านบาท เพื่อส่งนักศึกษาอาชีวะไปศึกษาต่อในและต่างประเทศ 5 รุ่น รวม 11,500 คน

5. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยนายพินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เสนอการแนวทางดำเนินงานของ สกอ. ดังนี้

1) ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในการผลิตครูตามโครงการคุรุทายาท, การพัฒนาครูโดยใช้เครือข่ายสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา, การจัดการศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโครงการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ (UBI) 60 แห่ง และการส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการเรียนรู้กับการทำงาน (WIL) เช่น สหกิจศึกษา, การส่งเสริมศูนย์ความเป็นเลิศ 11 ศูนย์ในการสร้างงานวิจัยเชิงพาณิชย์ฯ, โครงการวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ
2) ข้อขัดข้องที่ให้พิจารณาผลักดัน อาทิ พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. ...., ร่างประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ ได้แก่ เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา และแนวทางการบริหารเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา, การแก้ไขเยียวยาให้กับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาสายวิชาการ (ร้อยละ 8), โครงการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในอุดมศึกษาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกระยะ 20 ปี วงเงิน 43,196 ล้านบาท, โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี 9,300 ล้านบาท, โครงการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไทยสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก, โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่, โครงการกองทุนตั้งตัวได้

นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการทบทวนและจัดทำข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อประโยชน์ในการวางแผนดำเนินการตามนโยบาย เพราะที่ผ่านมาหลายหน่วยงานและหลายกระทรวงก็ไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากนัก หรืออาจนำแนวทางดำเนินการจัดทำ "ตารางประสานสอดคล้อง" มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน ส่วนการแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้น กระทรวงศึกษาธิการควรจะต้องนำปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ มากางให้สังคมดูว่าจะแก้ปัญหาให้ถูกทางได้อย่างไร

ทั้งนี้ แม้จะเร่งการทำงานตามนโยบายเร่งด่วนดังกล่าว แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นด้วย. 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. 25 สิงหาคม 2558 , , ผลประชุมองค์กรหลัก , ศธ. , 25 , สิงหาคม , 2558 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559
เปิดอ่าน 133,067 ครั้ง
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)
เปิดอ่าน 126,769 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559
เปิดอ่าน 140,412 ครั้ง
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559 ☕ คลิกอ่านเลย
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 157,217 ครั้ง
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่☕ คลิกอ่านเลย
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่
เปิดอ่าน 160,491 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การเรียนการสอนแบบ e-Learning การเรียนการสอนแบบ e-Learning
เปิดอ่าน 51,257 ครั้ง
การเลือกโต๊ะที่เป็นมงคลการเลือกโต๊ะที่เป็นมงคล
เปิดอ่าน 7,890 ครั้ง
9 เพลงที่มีจังหวะตรงตามงานวิจัยว่าจะช่วยให้คุณผอม!!9 เพลงที่มีจังหวะตรงตามงานวิจัยว่าจะช่วยให้คุณผอม!!
เปิดอ่าน 21,474 ครั้ง
ฮอร์โมนสังเคราะห์รักษาโรคอ้วนได้ฮอร์โมนสังเคราะห์รักษาโรคอ้วนได้
เปิดอ่าน 9,412 ครั้ง
กูเกิล เผยอันดับคำค้นหายอดนิยมของคนไทย ประจำปี 2014กูเกิล เผยอันดับคำค้นหายอดนิยมของคนไทย ประจำปี 2014
เปิดอ่าน 7,609 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ