ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สคช.จับมือไอซีที-ศึกษาธิการ ขับเคลื่อน 45 สาขาอาชีพ รองรับสังคมไทยแลนด์ 4.0

สคช.จับมือไอซีที-ศึกษาธิการ ขับเคลื่อน 45 สาขาอาชีพ รองรับสังคมไทยแลนด์ 4.0

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 1 ก.พ. 2560 เปิดอ่าน : 16,892 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สคช.จับมือไอซีที-ศึกษาธิการ ขับเคลื่อน 45 สาขาอาชีพ รองรับสังคมไทยแลนด์ 4.0

Advertisement

ปฏิเสธกันไม่ได้อีกแล้ว กับการรุกคืบของระบบไอทีและดิจิทัลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนไทย จนกลายเป็นปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้ ทุกนาทีทุกชั่วโมง คนจำนวนมากเฝ้าจดจ้องและติดตามความเคลื่อนไหวใกล้ตัวผ่านระบบต่าง ๆ เหล่านี้ แต่กว่าข้อมูลและข่าวสาร จะประมวลถึงผู้บริโภคและผู้ใช้บริการ มีขั้นตอนและผู้เกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังจำนวนมาก ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องเตรียมการรองรับด้านกำลังคน เพื่อให้การเข้าขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่สังคมไทยแลนด์ 4.0 สมบูรณ์แบบที่สุดในปี 2560

นายวีระชัย ศรีขจร ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ที่สถาบันจับมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เพื่อพัฒนามาตรฐานคนในอาชีพไอทีเป็นผลสำเร็จ ด้วยการพัฒนาคนในสายงานให้สอดคล้องกับแผนงานปี 2010-2020 ไปสู่ระบบดิจิตอลที่เรียกว่า Digital Economy และ E-Government โดยระยะแรก เราต้องการพัฒนาคนในสายอาชีพไอทีที่มีอยู่เดิมให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากเดิมภาครัฐและเอกชน มีอยู่ประมาณ 500,000 คน

"หลังจากที่เราทำมาตรฐานเสร็จแล้ว กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะมีบทบาทในการให้ความรู้และให้ข้อมูล เพื่อให้ประชากรหลักของประเทศ อาทิ ภาคอุตสาหกรรม ภาคราชการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ชาวไร่ชาวนา มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ IT literacy และ Digital literacy ได้ตามเป้าหมาย อีกทั้งมาตรฐานนี้ คาดว่า จะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2559 และสามารถใช้งานได้ในปี 2560 นี้ "

สิ่งสำคัญประการหนึ่ง คือ การปูพื้นคนไทยให้มีความรู้ โดยคนไอทีข้างต้น จะต้องหาวิธีและดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนใช้งานเป็น ใช้งานได้ และสร้างภูมิความรู้ควบคู่กันไป รองรับการปรับเปลี่ยนประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่จะมีการปรับเปลี่ยนภาครัฐและราชการ เข้าสู่ยุค Digital Government และเป็นภาพที่ใหญ่กว่านโยบาย Electronic Government ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานราชการเพียง 1,000-2,000 คน เท่านั้น ดังนั้น ภาครัฐ และบุคลากรในสังกัดส่วนงานราชการทุกคน จึงต้องมีการพัฒนาคนและเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรองรับการพัฒนาการบริการไปสู่ Digital Economy และ E-Government อย่างเร่งด่วนที่สุด

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มมีการอบรมให้ความรู้กับส่วนราชการในสังกัดแต่ละกระทรวง ครั้งละ 40–50 คน เพื่อเตรียมความพร้อมส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วระยะหนึ่ง ฉะนั้นส่วนราชการหลักจำเป็นต้องร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อให้ผู้ใช้งานระบบเป็นมาตรฐานเดียวกัน ในส่วนของการให้บริการผ่าน E-Government ซึ่งขณะนี้มีการลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการพัฒนามาตรฐาน จากประเทศเกาหลี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญอันดับ 1 ในโลกแล้ว โดยมีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเป็นเจ้าภาพในการจัดทำมาตรฐาน เพื่อส่งต่อให้มหาวิทยาลัยนำไปอบรมตามหลักสูตรให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในระดับปริญญาตรี และปริญญาโทด้วย

ผอ.สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวอีกว่า ในระยะยาว การพัฒนาเด็กนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังจะจบใหม่ โดยนำมาตรฐานของเราไปให้ทางสถานศึกษาเหล่านั้น ทั้งระดับอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัย เพื่อเอาไปปรับหลักสูตรให้เด็กมีความสามารถในด้านต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งดำริของกระทรวงศึกษา ที่อยากให้เด็กมีการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพทุกคน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เราจึงของบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา อนุมัติให้ผู้เข้าทดสอบและประเมินผลจำนวน 310,000 คน ในช่วง 5 ปีข้างหน้า สามารถเข้าทดสอบได้ฟรี

"เน้นนักเรียน นักศึกษาและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาทั้งหมด โดยตั้งเป้าหมายในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น โลจิสติกส์และไอซีที เนื่องจากสาขาโลจิสติกส์ ครอบคลุมระบบงานหลายประเภท และประเทศไทยกำลังจะเป็นศูนย์กลางภูมิภาคของระบบโลจิสติกส์ในอนาคตด้วย ส่วนสาขาอาชีพไอที ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน จึงต้องให้ความสำคัญค่อนข้างมาก ขณะนี้เราได้มีการลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย 19 แห่งทั่วประเทศ เพื่อทดสอบและประเมินผลด้านไอทีแล้ว"

ดังนั้น ถือเป็นการปูทางให้เด็กนักเรียนนักศึกษากว่าครึ่ง เข้าสู่ระบบทดสอบ คาดว่า ในปี 2560 จะเข้าสู่ระบบทดสอบทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมหาวิทยาลัยจะเป็นตัวกลางพิจารณาปรับปรุงหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาที่จบออกมา เข้าสู่ระบบมาตรฐานเดียวกันที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจัดทำขึ้น โดยเฉพาะความสามารถ 2 อย่างที่ทุกคนต้องมี คือ ภาษาอังกฤษ และ Digital literacy โดยปัจจุบันมหาวิทยาหาลัยทั้ง 19 แห่งข้างต้น ได้มีนโยบายส่งเสริมให้ครูอาจารย์ ต้องผ่านการสอบในระดับหนึ่ง และต้องค่อยๆเพิ่มระดับขึ้นไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการขับเคลื่อนสังคมไทยแลนด์ 4.0 ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนั้น ข้าราชการไทย 5 ล้านคนทั่วประเทศ ควรจะต้องมีความรู้เรื่อง IT literacy และ Digital literacy ส่วนชาวนา ชาวไร่ ก็ควรจะต้องมีความรู้ในเรื่องนี้สักระดับหนึ่งที่ไม่สูงมากนัก แต่ผู้ที่มีหน้าที่ถ่ายทอด เช่น ครูในสถาบันอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค ควรต้องผ่านการทดสอบ ซึ่งระยะแรกเด็ก ๆ อาจจะมองไม่เห็นความสำคัญ แต่ถ้าบริษัทในภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมและทดสอบคนในองค์กรให้ได้มาตรฐาน ในอนาคตการรับคนเข้าทำงานใหม่ ก็ต้องมีมาตรฐานเช่นกัน คนที่ผ่านการประเมินและทดสอบจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

ดังนั้น ในอนาคตนักเรียน นักศึกษา ต้องมีความสามารถที่จะเป็นผู้ใช้งานไอทีและผ่านการทดสอบและประเมินผลทุกคน ขณะเดียวกัน การให้ความรู้และอบรมการประเมินผลกับคนที่อยู่ตามหมู่บ้าน ไม่ควรเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยปีนี้สถาบันได้จัดทำมาตรฐานอาชีพด้านนี้ไว้แล้ว 20 สาขาอาชีพ เมื่อผนวกกับนโยบายผลักดัน ประเทศไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามที่รัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2560 อีก 25 สาขาอาชีพ จะทำให้มีมาตรฐานอาชีพเพิ่มขึ้นรวมกันถึง 45 สาขาอาชีพ เพื่อรองรับสังคมไทยแลนด์ 4.0 อย่างเต็มรูปแบบต่อไป

ขอบคุณที่มาจาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 31 มกราคม 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สคช.จับมือไอซีที-ศึกษาธิการ ขับเคลื่อน 45 สาขาอาชีพ รองรับสังคมไทยแลนด์ 4.0 , , สคช.จับมือไอซีที-ศึกษาธิการ , ขับเคลื่อน , 45 , สาขาอาชีพ , รองรับสังคมไทยแลนด์ , 4.0 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
นายกฯ ส.บ.ม.ท.เผยเหตุผล ที่ครูยังต้องเตรียมเอกสารประเมินภายนอกเหมือนเดิม☕ 4 เม.ย. 2563
นายกฯ ส.บ.ม.ท.เผยเหตุผล ที่ครูยังต้องเตรียมเอกสารประเมินภายนอกเหมือนเดิม
เปิดอ่าน 4,033 ครั้ง
สมศ.ประกาศแนวทางการดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่  เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19)☕ 3 เม.ย. 2563
สมศ.ประกาศแนวทางการดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19)
เปิดอ่าน 6,657 ครั้ง
ว4/2563 กรอบแนวทางการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา☕ 3 เม.ย. 2563
ว4/2563 กรอบแนวทางการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เปิดอ่าน 7,251 ครั้ง
วางแผนควบรวมโรงเรียนให้ครูรับมือสอนออนไลน์☕ 3 เม.ย. 2563
วางแผนควบรวมโรงเรียนให้ครูรับมือสอนออนไลน์
เปิดอ่าน 4,564 ครั้ง
กสศ.นำร่อง 4 จังหวัด เปลี่ยน การอ่านเป็นทุนการศึกษา☕ 2 เม.ย. 2563
กสศ.นำร่อง 4 จังหวัด เปลี่ยน การอ่านเป็นทุนการศึกษา
เปิดอ่าน 2,846 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สมุนไพร "เบญจอำมฤตย์" รักษามะเร็งตับราคาพุ่งสมุนไพร "เบญจอำมฤตย์" รักษามะเร็งตับราคาพุ่ง
เปิดอ่าน 11,874 ครั้ง
infoGraphics เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจพ.ร.บ.การตั้งท้องในวัยรุ่นinfoGraphics เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจพ.ร.บ.การตั้งท้องในวัยรุ่น
เปิดอ่าน 7,237 ครั้ง
หลวงประจักษ์ศิลปาคม นักรบคู่พระราชหฤทัยพระพุทธเจ้าหลวง หลวงประจักษ์ศิลปาคม นักรบคู่พระราชหฤทัยพระพุทธเจ้าหลวง
เปิดอ่าน 20,036 ครั้ง
พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2)พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2)
เปิดอ่าน 21,797 ครั้ง
ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี"ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี"
เปิดอ่าน 11,464 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ