| ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ |
เจ้าของโพสต์นี้ นายศุภวัฒน์ คุณานุวัฒน์ จากจังหวัด จันทบุรี |
|
10 ประเด็นเพื่อพัฒนาการเมือง |
โพสต์เมื่อวันที่ : 21 มิ.ย. 2552 IP : เปิดอ่าน : 8443 ครั้ง คะแนนของ BLOG นี้ -ไม่มีผลโหวต-
Advertisement
|
.....
ประเวศ วะสี เสนอ10ข้อรักษาการเมืองบกพร่อง พาพ้นวิกฤตใน 10ปี
เสนอย้ำ 10 ประเด็น รักษา-ป้องกันโรคการเมืองบกพร่อง เช่น สร้างสมดุล อำนาจการเมือง-รัฐ-เงิน กำหนดจริยธรรมนักการเมือง สื่อมวลชน สร้างปชต.ชุมชน พลเมืองเข้มแข็ง พัฒนาระบบยุติธรรม เน้นรักษาระยะยาว ทำได้จะพ้นวิกฤตภายใน 10 ปี
---------------
10 ประเด็นเพื่อพัฒนาการเมือง
โดย : ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี
การเมืองที่ด้อยคุณภาพคือปัญหาของชาติ เป็นเหตุให้พัฒนาอะไร ๆ ไม่สำเร็จ เช่น แก้ปัญหาความยากจนและความยุติธรรมในสังคมไม่ได้ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้ แก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ ก่อให้เกิดความแตกแยกและรุนแรง
สังคมเอือมระอากับนักการเมืองที่ความรู้ความสามารถน้อยแต่โกงมาก และต้องการพัฒนาการเมืองให้หลุดพ้นจากความด้อยคุณภาพ ดังที่มีการเคลื่อนไหวของบุคคลและกลุ่มต่าง ๆ มากขึ้น
ควรที่คนไทยทุกวงการจะเคลื่อนไหวระดมความคิดว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่จะพัฒนาคุณภาพการเมือง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับควรระดมความคิด มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัย ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ชุมชนท้องถิ่น ราชการทหารพลเรือน หรือกลุ่มอื่นใด ควรระดมความคิด ถ้าคนไทยทุกภาคส่วนระดมความคิดและร่วมกันเคลื่อนไหวผลักดันเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ประเทศก็สามารถหลุดจากความติดขัดไปสู่จุดลงตัวใหม่ได้ อย่าปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมืองเท่านั้น
จุดลงตัวใหม่ น่าจะเป็นทั้งประชาธิปไตย- ธรรมาธิปไตย- สังคมาธิปไตย
ที่จริงคำว่าประชาธิปไตยคำเดียวก็น่าจะกินความได้ทั้งหมด ถ้าเป็นประชาธิปไตยที่แท้ แต่มักมองประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งเท่านั้น จริงอยู่เราควรยอมรับการเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่เลือกตั้งได้อำนาจแล้วไปทำไม่ดีอะไรก็ได้ ทำให้ประชาธิปไตยบิดเบี้ยว จึงต้องมี ธรรมาธิปไตยด้วย คือ มีธรรมหรือความถูกต้องเป็นอำนาจ
สังคมาธิปไตย หมายถึง สังคมมีความเข้มแข็ง ความเป็นสังคมคือความร่วมกัน มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำกันเต็มสังคม อำนาจของความเป็นสังคมเข้มแข็งทำให้เกิดสิ่งถูกต้องดีงาม บางคนจึงมองว่าความเป็นประชาสังคม หรือสังคมาธิปไตยนั่นแหละคือประชาธิปไตยที่แท้จริง
ฉะนั้น การพัฒนาการเมืองอย่าไปมองแคบเฉพาะนักการเมือง และการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ต้องมองระบบการเมืองอย่างบูรณาการที่เชื่อมโยงกับเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมด
ในการระดมความคิดควรจะกำหนดประเด็นว่า แต่ละกลุ่มจะทำงานในประเด็นใดบ้าง และเกาะติดค้นคว้าหาความรู้มาประกอบการทำงานในประเด็นนั้น ๆ เคลื่อนไหวให้เกิดการมีส่วนร่วม จนนำไปสู่การปฏิบัติได้ ในที่นี้ขอเสนอประเด็นเพื่อระดมความคิด ๑๐ ประเด็นด้วยกันคือ
๑. การแยกอำนาจการเมือง อำนาจรัฐ อำนาจเงิน การเสียดุลอำนาจคือต้นเหตุของความขัดแย้ง แตกแยกรุนแรง ในระบบทุนนิยมทุนมีขนาดใหญ่อย่างมโหฬารและมีอำนาจมาก เมื่อทุนขนาดใหญ่ถูกนำเข้ามาใช้ในการแสวงหาอำนาจทางการเมือง ประเทศก็เสียดุลอย่างรุนแรง เพราะทุนขนาดใหญ่สามารถซื้อได้ทุกเรื่องและทุกวงการ เมื่อพรรคการเมืองอยู่ในฐานทุนแทนที่จะอยู่ในฐานมวลชนก็ขาดความเป็นประชาธิปไตยที่แท้ เกิดธนาธิปไตยเข้ามาแทน
อำนาจรัฐ หมายถึง ระบบราชการ ขณะนี้อำนาจการเมืองครอบงำระบบราชการหมดทุกกระทรวง ทำให้ระบบราชการอ่อนแอ และเป็นเครื่องมือคอร์รัปชั่นของนักการเมือง ควรจะคิดถึงการลดอำนาจเงินในทางการเมือง การควบคุมภาคธุรกิจไม่ให้รวมศูนย์ผูกขาดอำนาจและเชื่อมโยงกับการเมือง การเคลื่อนไหวของเงินต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ว่ามีความถูกต้อง ต้องทำให้รอยต่อระหว่างอำนาจการเมืองและอำนาจรัฐเป็นไปอย่างถูกต้องสร้างสรรค์ ระบบราชการจะต้องมีศักดิ์ศรี มีความรู้ มีความสุจริต เป็นเสาหนึ่งของประเทศ
๒.กำหนดจริยธรรมของพรรคการเมืองและนักการเมือง สื่อมวลชน มหาวิทยาลัย สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า ภาคประชาสังคม ควรจะเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนมาให้ความเห็นว่า เขาอยากเห็นจริยธรรมของพรรคการเมืองและนักการเมืองเป็นอย่างไร แล้วนำความเห็นมาสังเคราะห์เป็นข้อกำหนดทางจริยธรรมของพรรคการเมืองและนักการเมืองที่คนทั้งประเทศร่วมกันสร้างและเข้ามากำกับ นั่นคือสังคมกำกับจริยธรรมของพรรคการเมืองและนักการเมือง
๓.ประชาธิปไตยชุมชนท้องถิ่น ประชาธิปไตยระดับชาติโดยขาดฐานนั้นไม่สำเร็จ ฐานของสังคมคือชุมชนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งทั้งทางเศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม-วัฒนธรรม-การเรียนรู้-สุขภาพ-ประชาธิปไตย เป็นบ่อเกิดของความสงบสุข จะแก้ปัญหาต่างๆ เกือบทั้งหมด ควรกระจายอำนาจไปให้ชุมชนท้องถิ่นทำเองให้มากที่สุด ภาครัฐปรับบทบาทไปเป็นผู้สนับสนุน ความขัดแย้งต่าง ๆ จะลดลง รวมทั้งความรุนแรงที่ชายแดนภาคใต้
ความรุนแรงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดจากความขัดแย้งระหว่างอำนาจรัฐรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นจะทำให้รัฐประหารไม่ได้และลดการดึงดูดนักการเมืองที่จะเข้ามาคอร์รัปชั่น เพราะอำนาจกระจายไปหมดแล้ว
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อยังรวมศูนย์อำนาจนั้น คนชั้นสูงและคนรวยมีอำนาจมากมีการเล่นพวกและคอร์รัปชั่นมโหฬาร เมื่อกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง ประชาชนเข้ามาควบคุมการทำงานของรัฐได้โดยตรงคอร์รัปชั่นก็หมดไป สวิตเซอร์แลนด์มีพลเมืองประมาณ ๗ ล้านคนเท่านั้น แต่แบ่งเป็นท้องถิ่น(Canton) ถึง ๒๓ และส่วนการปกครองกึ่งอัตโนมัติอีก ๓ รวมเป็น ๒๖
ถ้าช่วยกันทำความเข้าใจและสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นอย่างจริงจังประเทศไทยน่าจะพ้นวิกฤตภายใน ๑๐ ปี
๔. ความเข้มแข็งของภาคพลเมือง ประชาธิปไตยที่แท้จริงอยู่ที่คุณภาพและการมีส่วนร่วมของภาคพลเมือง พลเมืองที่มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมและความถูกต้องดีงาม มีความรู้ มีเหตุผล มีส่วนร่วมในกิจสาธารณะจะเป็นผู้ควบคุมให้การเมืองมีคุณภาพ ระบบการศึกษาประสบความล้มเหลวในการสร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึก เพราะเอาแต่ท่องวิชา
ระบบการศึกษาทุกระดับทุกประเภทควรจะปรับวัตถุประสงค์มาสร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึก พลังจิตสำนึกนั้นเสมือนพลังนิวเคลียร์มนุษย์ที่ซ่อนอยู่ภายใน ถ้าระเบิดพลังจิตสำนึกออกมาได้จะเกิดพลังมหาศาล ระบบการศึกษาต้องรีบทำความเข้าใจว่าจะสร้างพลังจิตสำนึกได้อย่างไร มาตรา ๘๗ ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ กำหนดให้รัฐต้องสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายในการพัฒนาและในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ
นี่คือที่เรียกว่าการเมืองภาคพลเมือง กลไกของรัฐทุกระดับทุกประเภทควรปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ เพื่อให้ภาคพลเมืองมีความเข้มแข็ง กระบวนการผลักดันการพัฒนาการเมืองควรหามาตรการที่ทำให้กลไกของรัฐปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญในการสนับสนุนความเข้มแข็งภาคพลเมือง
๕. การสื่อสารและสื่อมวลชนเข้มแข็ง การสื่อสารที่ดีและทั่วถึงจะทำให้ประชาธิปไตยเติบโตอย่างรวดเร็ว ควรมีระบบการสื่อสารที่ดีที่ทำให้ประชาชนรู้ความจริงโดยทั่วถึง มีจิตสำนึก มีเหตุมีผล มีส่วนร่วม
สื่อมวลชนที่เข้มแข็งเป็นเครื่องมือหยุดยั้งคอร์รัปชั่นชะงัดที่สุด ขณะนี้สื่อมวลชนยังขาดระบบสนับสนุน มหาวิทยาลัยทั้งหลายก็ยังเกือบไม่ได้สนับสนุนสื่อมวลชนอย่างเป็นระบบเลย อยากเห็นนักการเมืองมีคุณภาพต้องมีระบบสนับสนุนสื่อมวลชนที่แข็งแรง
๖. มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยควรจะเป็นหัวรถจักรทางปัญญาของประเทศออกจากวิกฤต ที่แล้วมหาวิทยาลัยเป็นการศึกษาที่ลอยตัวจากปัญหาสังคม (Non-engaged education) เพราะเอาวิชาเป็นตัวตั้ง มหาวิทยาลัยควรสร้างบัณฑิตที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยเป็นบุคคลอุดมคติท่มีจิตสำนึกสาธารณะสูง มีความกล้าหาญ มีความสุจริต มีความรอบรู้ เป็นกำลังที่จะพัฒนาสังคมไปสู่ความถูกต้องดีงาม
มหาวิทยาลัยควรทำการสังเคราะห์นโยบายสาธารณะและเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร เพื่อสนับสนุนบทบาทของสังคมในการพัฒนาการเมืองทั้ง ๙ ประเด็น ที่กำลังกล่าวถึง การเมืองภาคพลมืองคงจะเข้มแข็งได้ยาก ถ้ามหาวิทยาลัยไม่สนับสนุนเชิงข้อมูลข่าวสารและประเด็นเชิงนโยบาย ชุมชนท้องถิ่นจะเข้มแข็งโดยรวดเร็วถ้ามหาวิทยาลัยสนับสนุนเชิงวิชาการ โดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เช่นหนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด
๗. ระบบความยุติธรรม ระบบความยุติธรรมที่ถูกต้องทันกาลเป็นปัจจัยของประชาธิปไตย ควรมีการรวมตัวกันพัฒนาระบบความยุติธรรม
๘. ธรรมาภิบาลขององค์กร องค์กรต่างๆ เช่นองค์กรอิสระ ธนาคารแห่งประเทศไทย การบินไทย การสื่อสาร ฯลฯ ถ้าขาดธรรมาภิบาล จะนำไปสู่ความล่มสลายของประเทศ
๙. กองทัพในสังคมสมัยใหม่ ต้องเป็นมืออาชีพ ปลอดการเมือง ไม่เข้าไปทำรัฐประหาร ไม่กินหัวคิวค่าซื้ออาวุธ เป็นสถาบันพัฒนากำลังคน มีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีความรู้ ได้รับค่าตอบแทนสมฐานะ กองทัพที่มีความเป็นสถาบันจะเป็นเสาหลักค้ำยันประชาธิปไตย
๑๐. ความเป็นธรรม ประเทศไทยจะต้องทำเรื่องความเป็นธรรมอย่างจริงจัง เพราะความไม่เป็นธรรมเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวง เป็นบ่อเกิดของความขัดแย้ง และความรุนแรง ถ้าช่องว่างห่างกันมากเกินจะอยู่ร่วมกันด้วยสันติไม่ได้ มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยควรจะวิจัยเรื่องความไม่เป็นธรรมเพื่อคลี่ความซับซ้อนให้สาธารณะเข้าใจและขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นธรรมได้
ประเทศไทยคงต้องทำให้ ๓ เรื่องใหญ่ๆ คือ (๑) ป้องกันความรุนแรง (๒) รักษาตามอาการทำนองใช้พาราเซตามอล แก้ไข้ แก้ปวด (๓) รักษาตามสมุฏฐานดังเช่นประเด็นทั้ง ๑๐ ที่ยกตัวอย่างมา
ซึ่งอาจจะเพิ่มเติมขึ้นได้อีก บุคคล กลุ่มหรือสถาบัน ควรระดมความคิดและหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้ประเด็นมีความชัดเจนถึงขั้นปฏิบัติได้ คนไทยทั้งหมดควรร่วมเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก
|
การเมืองมันเครียด.....แต่อย่าลืมซีเรียสเรื่องการบ้าน....ต้องอ่าน10Amazing"ฯ

|
Advertisement
|