กางไทม์ไลน์ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ธันวาคม เข้าสภาฯ ลุ้นคลอดกลางปี 2570 ปรับโครงสร้างการศึกษาใหม่



เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ) เปิดเผยถึงทิศทางการปฏิรูปการศึกษา โดยขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้เร่งผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและระบบการศึกษาของประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามามีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็น โดยข้อเสนอที่ได้รับจะถูกนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขก่อนเดินหน้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนธันวาคม 2569 และคาดหวังว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จจนสามารถนำกฎหมายใหม่มาใช้ได้ในช่วงประมาณกลางปี 2570

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการศึกษาของประเทศ และกำหนดทิศทางของระบบการศึกษาในอนาคต จึงไม่ใช่เพียงการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ทันสมัยเท่านั้น แต่เป็นการวางระบบการศึกษาให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกและตอบโจทย์การพัฒนาคนของประเทศในอนาคต ทั้งนี้ทิศทางการจัดการศึกษาจะต้องเชื่อมโยงกับโลกศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะ “การเรียนรู้สู่โลกความจริง” หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ต้องตอบโจทย์โลกปัจจุบัน สิ่งที่เด็กเรียนจะต้องสามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิต การทำงาน และแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่เรียนแล้วไม่สามารถนำความรู้ไปใช้กับชีวิตจริง

นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ยังพูดถึงความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เพราะนักเรียนไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เฉพาะในห้องเรียน แต่ต้องเดินทาง ไปทัศนศึกษา และทำกิจกรรมต่าง ๆ โรงเรียนจึงต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย และต้องมีระบบรองรับเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือความเสี่ยงขึ้นกับนักเรียน พร้อมกันนี้ การศึกษาในโลกยุคใหม่ต้องสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษา และพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลผู้เรียนให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อให้สามารถติดตามและดูแลผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ผมให้ความสำคัญกับ Education for Sustainable Development หรือการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสถานศึกษาต้องสร้างความตระหนักและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่กับการสร้างผู้เรียนให้มีคุณธรรม มีทักษะชีวิต และรู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม แม้โลกในศตวรรษที่ 21 จะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว แต่ภารกิจสำคัญของสถานศึกษายังคงเป็น การสร้างคนดีและพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อโลก เพราะคุณภาพของการศึกษาไม่ควรวัดเพียงจากจำนวนผู้เรียน แต่ต้องวัดจากคุณภาพของเด็กว่าเป็นคนมีคุณธรรม มีทักษะในการใช้ชีวิต สามารถแก้ปัญหา และออกไปดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

 


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก FOCUSNEWS วันที่ 18 สิงหาคม 2569 

โพสต์เมื่อ 18 ส.ค. 2569 อ่าน 1018 | 0 ความเห็น

·····

เรื่องอื่นๆ


ศธ. โดย สกสค. จับมือออมสิน ลดดอกเบี้ยเงินกู้ครูเหลือ 3.50% ต่อปี ช่วยลดภาระหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา [อ่าน 347]
สพฐ.ประกาศผลคัดเลือกสถานศึกษาต้นแบบการนิเทศภายใน "ISMS Award" ปีการศึกษา 2568 [อ่าน 13180]
กางไทม์ไลน์ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ธันวาคม เข้าสภาฯ ลุ้นคลอดกลางปี 2570 ปรับโครงสร้างการศึกษาใหม่ [อ่าน 1018]
"ประเสริฐ" เผย ครม.ถกปม "ทรงผมนักเรียน" ย้ำโรงเรียนกำหนดได้ แต่ต้องฟังเสียงเด็ก-ห้ามลงโทษกระทบสิทธิ [อ่าน 412]
ว 9/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทอำนวยการ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2569 [อ่าน 545]

·····

จัดทำเว็บไซต์โดย นายอดิศร ก้อนคำ (ครูโจ้)