ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ศธ.รื้อ "มาตรฐาน" ใหม่ ฟื้น "ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่" : ชีพจรครู

ศธ.รื้อ "มาตรฐาน" ใหม่ ฟื้น "ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่" : ชีพจรครู

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 10 มี.ค. 2559 เปิดอ่าน : 27,691 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ศธ.รื้อ "มาตรฐาน" ใหม่ ฟื้น "ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่" : ชีพจรครู

Advertisement

คอลัมน์ ชีพจรครู

ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างมาตามลำดับสำหรับนโยบายของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่อยากให้ผู้ที่จะก้าวมาเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาผ่านประสบการณ์การบริหารในโรงเรยีนขนาดเล็กก่อน จากนั้นค่อยขยับมาสู่โรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่ ตามลำดับ

โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้จัดประชุมเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งของ รองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษาใหม่ โดยสำนักงาน ก.ค.ศ.จะไปคิดหลักเกณฑ์ว่า โรงเรียนขนาดเล็ก ควรจะต้องมีมาตรฐานตำแหน่งอย่างไร เพราะมาตรฐานตำแหน่งในปัจจุบัน จะเรียก "ผู้อำนวยการโรงเรียน" เท่ากันหมด ขณะที่แนวทางที่สำนักงาน ก.ค.ศ.ดำเนินการ จะไปอิงกับกฎหมายเก่า เพื่อเปรียบเทียบ ซึ่งกฎหมายเก่าได้กำหนดมาตรฐานและเรียกชื่อตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กว่า "ครูใหญ่" เรียกชื่อโรงเรียนขนาดกลางว่า "อาจารย์ใหญ่" และเรียกชื่อโรงเรียนขนาดใหญ่ว่า "ผู้อำนวยการโรงเรียน" ดังนั้น จึงต้องเปรียบเทียบว่า ถ้าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ผู้อำนวยการโรงเรียน ควรต้องได้เงินประจำตำแหน่ง หรือเงินวิทยฐานะแค่ไหน โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ ควรจะได้รับเงินประจำตำแหน่ง จำนวนเท่าไร

นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. บอกว่า การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะต้องคำนึงถึงผู้ที่มีคุณสมบัติในการเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการในปัจจุบันด้วย ซึ่งตามหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งในปัจจุบัน กำหนดคุณสมบัติว่า เฉพาะตำแหน่งสำหรับการเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา เปิดกว้างให้ครูที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูชำนาญการ มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ ซึ่งเท่ากับว่า หากจบปริญญาตรี เมื่อเป็นครูผู้ช่วย 2 ปี และทำงานอีก 6 ปี ก็สามารถสอบเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ หากจบปริญญาโท จะใช้เวลารวม 6 ปี แต่หากจบปริญญาเอก ก็จะใช้เวลา 4 ปี ซึ่งมาตรฐานตำแหน่งใหม่ที่อยู่ระหว่างจัดทำ จะมีการกำหนดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งของครู ซึ่งจะทำให้ผู้มีคุณสมบัติสมัครสอบเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาในปัจจุบัน ไม่สามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้ โดยคณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์ฯ เห็นว่าน่าจะให้โอกาสคนกลุ่มนี้สักระยะหนึ่งก่อน

ส่วนการได้มาซึ่งวิทยฐานะชำนาญการยังเป็นไปตามเดิม เพราะตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ต้องการให้ไล่ไปตามลำดับตำแหน่ง โดยอยางให้เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนมาก่อน และรองผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อจะขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนก็ควรต้องไล่ตามลำดับขนาดโรงเรียนเช่นกัน และถ้าจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ต้องสมัครเข้ารับการคัดเลือกใหม่ โดยสำนักงานก.ค.ศ. จะเร่งให้จัดทำร่างดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญฯ วันที่ 11 มีนาคม ก่อนเสนอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 18 มีนาคม

ทั้งนี้ มาตรฐานการเข้าสู่ตำแหน่งในปัจจุบัน ไม่ได้ห้ามหากรองผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็ก จะไปเป็นผู้อำนวยการโณงเรียนขนาดใหญ่ แต่ในทางปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็จะต้องพิจารณาความเหมาะสม โดยคนที่เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนส่วนใหญ่ จะย้ายไปอยู่โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ก่อน เหลือโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ตามหลักเกณฑ์ใหม่ที่กำลังจะดำเนินการ จะเป็นการล็อกไว้โดยอัตโนมัติ ว่าต้องเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กก่อน รวมถึงจะกำหนดคุณสมบัติการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในแต่ละระดับด้วย ว่าจะต้องผ่านโรงเรียนขนาดเล็กก่อน

ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ได้ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ ซึ่งหากได้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีคุณภาพ ก็จะทำให้โรงเรียนมีคุณภาพไปด้วย ขณะเดียวกันเนื้อหาการคัดเลือก ก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วย คากว่าจะเ้นคัดเลือกที่ประสบการณ์ โดยนอกจากการทดสอบข้อเขียนทั่วไปแล้ว อาจจะต้องมีการทดสอบประสบการณ์ด้านการบริหาร ร่วมด้วย

ส่วนข้อสรุปจะเป็นอย่างไร "ชีพจรครู" จะนำมารายงานให้เพื่อนครูรับทราบในโอกาสต่อไป

 

ที่มา คอลัมน์ชีพจรครู หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 9 มีนาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ศธ.รื้อ "มาตรฐาน" ใหม่ ฟื้น "ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่" : ชีพจรครู , , ศธ.รื้อ , , มาตรฐาน , , ใหม่ , ฟื้น , , ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่ , , : , ชีพจรครู << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ด่วนที่สุด! สพฐ.มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้ง ผอ.เขต - รองผอ.เขต ทั่วประเทศ☕ 29 ต.ค. 2563
ด่วนที่สุด! สพฐ.มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้ง ผอ.เขต - รองผอ.เขต ทั่วประเทศ
เปิดอ่าน 13,172 ครั้ง
“ณัฎฐพล”สั่ง สพฐ.ควบรวมรร.ขนาดเล็กให้ได้ไม่ต้องกลัวใครขวาง พร้อมลดไซส์ รร.ขนาดใหญ่ ผุดมัธยมสี่มุมเมือง☕ 29 ต.ค. 2563
“ณัฎฐพล”สั่ง สพฐ.ควบรวมรร.ขนาดเล็กให้ได้ไม่ต้องกลัวใครขวาง พร้อมลดไซส์ รร.ขนาดใหญ่ ผุดมัธยมสี่มุมเมือง
เปิดอ่าน 16,293 ครั้ง
นักวิชาการไม่เห็นด้วย ศธ.อัพเดทหลักสูตรเก่าเป็นของใหม่☕ 29 ต.ค. 2563
นักวิชาการไม่เห็นด้วย ศธ.อัพเดทหลักสูตรเก่าเป็นของใหม่
เปิดอ่าน 1,718 ครั้ง
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563☕ 29 ต.ค. 2563
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563
เปิดอ่าน 3,257 ครั้ง
การปรับราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย☕ 27 ต.ค. 2563
การปรับราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย
เปิดอ่าน 5,429 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา อนุบาล-จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี2557แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา อนุบาล-จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี2557
เปิดอ่าน 9,812 ครั้ง
ปัญหาการศึกษาไทย...อยู่ตรงไหน?ปัญหาการศึกษาไทย...อยู่ตรงไหน?
เปิดอ่าน 12,662 ครั้ง
จุฬาฯวิจัยเปลือกมังคุดพบคุณค่าอื้อ ต้านอักเสบ รักษาเซลล์มะเร็งจุฬาฯวิจัยเปลือกมังคุดพบคุณค่าอื้อ ต้านอักเสบ รักษาเซลล์มะเร็ง
เปิดอ่าน 10,842 ครั้ง
เอกสารประกอบการบรรยาย การอบรมคณะกรรมการขับเคลื่อนกระบวนการ PLC สู่สถานศึกษา(26 เม.ย –3 พ.ค. 2560)เอกสารประกอบการบรรยาย การอบรมคณะกรรมการขับเคลื่อนกระบวนการ PLC สู่สถานศึกษา(26 เม.ย –3 พ.ค. 2560)
เปิดอ่าน 46,142 ครั้ง
ส่งท้ายปีเก่า 2553ส่งท้ายปีเก่า 2553
เปิดอ่าน 8,491 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ