ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ ชื่อวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) กระบวนการ 4 ระยะ/4R Model สร้างเด็กดีแม่ดอกแดง” สู่การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง”

ความเป็นมาและความสำคัญวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบายด้านการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ ทั้งนี้การจัดการศึกษาของประเทศไทยยังได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2567) พระบรมราโชบายด้านการศึกษามุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรม การมีงานทำหรือมีอาชีพ และการเป็นพลเมืองดีของสังคม แนวทางดังกล่าวถือเป็นกรอบสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยมุ่งให้ผู้เรียน มีความรู้ควบคู่กับคุณธรรม มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าในสังคมไทย

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 (สพป.เชียงใหม่ เขต 1) ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา โดยนำนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมาบูรณาการกับบริบทของพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และสังคมในปัจจุบัน ทั้งนี้การดำเนินงานดังกล่าวได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมทั้งมีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสในการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือพื้นที่อยู่อาศัย สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 จึงได้นำนโยบายและแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างหลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมและประเทศชาติ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้บรรลุเป้าหมายของระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1. (2568)

โรงเรียนบ้านแม่ดอกแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 152 คน จัดเป็นสถานศึกษาขนาดกลางตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ผู้เรียนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านแม่ดอกแดง ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เนื่องจากชุมชนประกอบด้วยประชากรหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ กลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) และกลุ่มคนพื้นเมืองล้านนา ซึ่งดำรงชีวิตร่วมกันในลักษณะสังคมพหุวัฒนธรรม ภายใต้วิถีชีวิตที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐกิจครัวเรือนเป็นหลัก ผู้ปกครองของนักเรียนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รับจ้างทั่วไป และแรงงานนอกระบบ รายได้ของครอบครัวค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้ผู้ปกครองบางส่วนมีเวลาน้อยในการดูแลด้านการเรียนรู้และพฤติกรรมของบุตรหลาน นอกจากนี้ ครอบครัวในชุมชนบางส่วนยังคงใช้ภาษาท้องถิ่นหรือภาษาชาติพันธุ์ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เช่น ภาษาลาหู่ และภาษากะเหรี่ยง ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาทักษะด้านภาษาไทยของผู้เรียนในบางช่วงวัย และทำให้การจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาจำเป็นต้องคำนึงถึงความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรมของผู้เรียน (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, 2564) กลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการเกษตรบนพื้นที่สูง การทำไร่หมุนเวียน และการดำรงชีวิตตามวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอ มีวัฒนธรรมที่เน้นความสามัคคีในชุมชน การเคารพผู้อาวุโส และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลกับสิ่งแวดล้อม ส่วนกลุ่มคนพื้นเมืองล้านนามีวัฒนธรรมและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาและวิถีชีวิตชุมชน เช่น ประเพณีท้องถิ่น การทำบุญ และกิจกรรมของหมู่บ้าน ซึ่งล้วนเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกต่อสังคม (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่, 2565)

นอกจากนี้ โรงเรียนบ้านแม่ดอกแดงมีนักเรียนจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหอพักของเอกชน เนื่องจากบ้านพักของผู้เรียนอยู่ห่างไกลจากสถานศึกษา มีระยะทางไกล มีความยากลำบากของเส้นทางคมนาคม อยู่ในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงข้อจำกัดด้านโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ต้นทางส่งผลให้ผู้เรียนจำนวนหนึ่งประสบปัญหาในการเดินทางมาเรียน ด้วยเหตุนี้ ผู้ปกครองจึงมีความจำเป็นต้องส่งบุตรหลานเข้าพักอาศัยในหอพักของเอกชนที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียน เพื่อให้สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง ลดปัญหาการขาดเรียน และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาตนเองทั้งด้านวิชาการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ปัจจุบันโรงเรียนบ้านแม่ดอกแดงมีนักเรียนที่พักอาศัยอยู่ในหอพักจำนวนประมาณ 9 แห่ง โดยแต่ละหอพักมีผู้ปกครองหรือผู้ดูแลหอพัก (House Parent) ทำหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของนักเรียนอย่างใกล้ชิด ดูแลความปลอดภัย สุขอนามัย ตลอดจนการปลูกฝังพฤติกรรมที่เหมาะสม การมีวินัย และการดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม นักเรียนที่พักอยู่ในหอพักส่วนหนึ่งเดินทางมาจากต่างอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ เช่น อำเภออมก๋อย อำเภอฝาง และพื้นที่ภูเขาในเขตชนบท ซึ่งบางพื้นที่มีข้อจำกัดด้านการคมนาคมและโอกาสทางการศึกษา เช่น ถนนหนทางไม่สะดวก การเดินทางใช้เวลานาน หรือขาดแคลนสถานศึกษาที่มีคุณภาพใกล้บ้าน ดังนั้น หอพักนักเรียนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็น “พื้นที่รองรับทางการศึกษา” ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพทั้งด้านความรู้ ทักษะชีวิต และคุณธรรม โรงเรียนบ้านแม่ดอกแดงมีหอพักนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการ จำแนกเป็นรายแห่ง ดังนี้ 1. บ้านแห่งความเชื่อ (หอคุณยงยุทธ : อาก่อ) มีนักเรียนจำนวน 7 คน เป็นหอพักที่มุ่งเน้นการปลูกฝังด้านคุณธรรม ความเชื่อ และการดำเนินชีวิตอย่างมีระเบียบวินัย 2. บ้านพักเด็กหญิง (หอแซมมี่) มีนักเรียนจำนวน 6 คน ดูแลนักเรียนหญิงโดยเฉพาะ เน้นความปลอดภัยและการพัฒนาทักษะชีวิตในชีวิตประจำวัน

3. Love of God (หอแม่ดิ่ง) มีนักเรียนจำนวน 4 คน มุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างมีเมตตา 4. บ้านทูตแห่งชัยชนะ (หอแม่ประสี) มีนักเรียนจำนวน 4 คน เน้นการสร้างแรงจูงใจ ความเข้มแข็งทางจิตใจ และความมุ่งมั่นในการเรียน 5. บ้านมิตรภาพ (หอแม่เปโต) มีนักเรียนจำนวน 13 คน ซึ่งเป็นหอพักที่มีนักเรียนมากที่สุด มุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน 6. บ้านโซวา (Sower House) (หออาจารย์ชาติชาย) มีนักเรียนจำนวน 3 คน เน้นการปลูกฝังแนวคิดด้านการให้ การแบ่งปัน และการพัฒนาศักยภาพตนเอง 7. หอชดา มีนักเรียนจำนวน 6 คน เน้นการดูแลแบบใกล้ชิด และสร้างบรรยากาศเสมือนครอบครัว 8. บ้านพักเด็กชาโลม (หอแม่ไนท์) มีนักเรียนจำนวน 4 คน มุ่งเน้นความสงบ ความอบอุ่น และการพัฒนาพฤติกรรมเชิงบวก 9. บ่อน้ำแห่งชีวิต (Home School)มีนักเรียนจำนวน 2 คน เป็นหอพักขนาดเล็ก เน้นการดูแลเฉพาะบุคคลและการพัฒนาศักยภาพรายบุคคลอย่างเต็มที่ จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า หอพักนักเรียนของโรงเรียนบ้านแม่ดอกแดงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักอาศัยเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น “กลไกสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม” โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่ห่างไกล หอพักช่วยลดอุปสรรคด้านระยะทางและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อีกทั้งยังมีบทบาทในการปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น ความมีวินัย ความรับผิดชอบ การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการมีทัศนคติที่ดีต่อสังคม

อย่างไรก็ตาม ภายใต้บริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเข้าถึงสื่อดิจิทัล โทรศัพท์มือถือ และเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้เรียนได้รับอิทธิพลจากสื่อและวัฒนธรรมภายนอกอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อพฤติกรรมและค่านิยมของผู้เรียนบางส่วน เช่น การใช้ภาษาและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การขาดความตระหนักในหน้าที่ของตนเอง การขาดระเบียบวินัย และการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมเพื่อส่วนรวมในระดับที่ยังไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เรียนบางส่วนยังไม่เห็นคุณค่าของการเป็นพลเมืองที่ดีในระดับครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เช่น การไม่เคารพกฎระเบียบของโรงเรียน การขาดจิตสาธารณะ และการไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ในขณะเดียวกัน การจัดการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม และหน้าที่พลเมืองของสถานศึกษาที่ผ่านมา แม้จะมีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดรูปแบบหรือกระบวนการที่เป็นระบบชัดเจนในการพัฒนาทัศนคติของผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึกและเชื่อมโยงกับประสบการณ์ชีวิตจริงของผู้เรียนในชุมชน โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับหน้าที่ของตนเองต่อครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ

จากสภาพบริบทและปัญหาดังกล่าว โรงเรียนบ้านแม่ดอกแดงจึงตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนากระบวนการจัดการศึกษาเชิงระบบ เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมืองให้กับผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยแนวคิดการมีส่วนร่วมของครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น พร้อมทั้งบูรณาการทุนทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่เข้ากับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนบ้านแม่ดอกแดงจึงได้ออกแบบแนวทางการดำเนินงานในรูปแบบ กระบวนการ 4 ระยะ (4R Model) ภายใต้แนวคิด “สร้างเด็กดีแม่ดอกแดง สู่การมีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง” เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการตระหนักรู้ การลงมือปฏิบัติ การทบทวน และการสะท้อนคิดอย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การสร้างผู้เรียนที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ

เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นเด็กดี มีวินัย มีจิตสาธารณะ รู้หน้าที่ เคารพกติกา และเติบโตเป็นพลเมืองดีของชาติ สอดคล้องกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาด้านการมีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมืองอย่างยั่งยืน เป็นการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน มีการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชน ดังนี้

ระยะที่ 1 สร้างความตระหนัก/R1 : Realization

หมายถึง กระบวนการในการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้เรียน ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตนเองในฐานะพลเมืองของสังคมและประเทศชาติ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนรับรู้ถึงคุณค่า ความสำคัญ โดยการวิเคราะห์สภาพปัญหาพฤติกรรมต่างๆ ของนักเรียนประชุมครูและบุคลากรทุกคน มีการกำหนดแนวทางและออกแบบการดำเนินกิจกรรม โดยศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ และบริบทของโรงเรียน เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีดำเนินงาน และรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับการพัฒนานักเรียนให้มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง พร้อมทั้งออกแบบกระบวนการ 4 ระยะ / 4R Model และกำหนดเครื่องมือในการประเมินผลอย่างชัดเจน

ระยะที่ 2 ดำเนินกิจกรรม/R2 : Responsibility

การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสังคม นักเรียนนักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมวันสำคัญของชาติ กิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง โรงเรียนวางแผนและดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์และทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง ชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นสนับสนุนสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และร่วมจัดกิจกรรมกับโรงเรียน

ระยะที่ 3 นิเทศ กำกับ ติดตาม/R3 : Review

การทบทวน ติดตาม และประเมินผลการดำเนินกิจกรรม นักเรียน ได้รับการดูแล แนะนำ และปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทางด้านทัศนคติและพฤติกรรมที่เหมาะสม ผู้บริหารและครูติดตามการดำเนินกิจกรรม ประเมินพฤติกรรม และให้คำแนะนำเพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรม ผู้ปกครองและชุมชนร่วมสังเกตพฤติกรรมและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนานักเรียน

ระยะที่ 4 สรุป รายงาน และนำเสนอผลงาน/R4 : Reflection

การสะท้อนคิดและตระหนักถึงคุณค่าของการเป็นพลเมืองที่ดี นักเรียนเกิดการสะท้อนผลการเรียนรู้และนำเสนอผลงานจากการเข้าร่วมกิจกรรม เกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง โรงเรียนสรุปผลการดำเนินงาน จัดทำรายงาน และเผยแพร่ผลการดำเนินกิจกรรม มีชุมชนร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานและให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนากิจกรรมในอนาคต

โพสต์โดย วัชรินทร์ : [1 เม.ย. 2569 (20:37 น.)]
อ่าน [38] ไอพี : 223.24.169.46
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 23,298 ครั้ง
13-17 พ.ค.2554 ครม.ไฟเขียวให้เป็นวันหยุดยาว 5 วัน
13-17 พ.ค.2554 ครม.ไฟเขียวให้เป็นวันหยุดยาว 5 วัน

เปิดอ่าน 54,220 ครั้ง
10 อันดับของผลไม้ที่มี "วิตามินอี" สูง
10 อันดับของผลไม้ที่มี "วิตามินอี" สูง

เปิดอ่าน 10,982 ครั้ง
เคล็บลับอร่อยได้ดังใจ แต่..ไม่อ้วน
เคล็บลับอร่อยได้ดังใจ แต่..ไม่อ้วน

เปิดอ่าน 10,968 ครั้ง
ซูฮก! ครูมะกันพิการแขน ใช้เท้าต่างมือสอนนักเรียน
ซูฮก! ครูมะกันพิการแขน ใช้เท้าต่างมือสอนนักเรียน

เปิดอ่าน 2,357 ครั้ง
การตลาดออนไลน์ 2024 มีอะไรบ้างที่ต้องอัปเดต
การตลาดออนไลน์ 2024 มีอะไรบ้างที่ต้องอัปเดต

เปิดอ่าน 38,921 ครั้ง
เด็กๆ ควรใช้นิ้วมือในการนับเลขหรือไม่
เด็กๆ ควรใช้นิ้วมือในการนับเลขหรือไม่

เปิดอ่าน 17,924 ครั้ง
Gen Y วายร้ายจริงหรือ (จบ)
Gen Y วายร้ายจริงหรือ (จบ)

เปิดอ่าน 15,760 ครั้ง
วิธีทำให้ความจำดีขึ้น
วิธีทำให้ความจำดีขึ้น

เปิดอ่าน 23,415 ครั้ง
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ พ.ศ.2561
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ พ.ศ.2561

เปิดอ่าน 75,224 ครั้ง
ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดน์
ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดน์

เปิดอ่าน 23,937 ครั้ง
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน

เปิดอ่าน 13,543 ครั้ง
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล

เปิดอ่าน 16,765 ครั้ง
คำเตือน เมนทอส กับเบียร์ อันตรายถึงชีวิต
คำเตือน เมนทอส กับเบียร์ อันตรายถึงชีวิต

เปิดอ่าน 28,836 ครั้ง
ที่มาของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ที่มาของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เปิดอ่าน 16,043 ครั้ง
ประโยชน์ของวิตามินบี...ที่ไม่ควรมองข้าม
ประโยชน์ของวิตามินบี...ที่ไม่ควรมองข้าม

เปิดอ่าน 37,742 ครั้ง
กำจัด "กลิ่นปาก" ให้สิ้นซาก
กำจัด "กลิ่นปาก" ให้สิ้นซาก
เปิดอ่าน 38,058 ครั้ง
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เปิดอ่าน 4,746 ครั้ง
เลือก "เคาน์เตอร์ครัว" ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำครัว
เลือก "เคาน์เตอร์ครัว" ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำครัว
เปิดอ่าน 11,707 ครั้ง
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 24,222 ครั้ง
คณิตศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไร
คณิตศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ