ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

แบบรายงาน ครูผู้จัดการเรียนรู้ที่มีแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practice) เพื่อยกระดับผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT)

แบบรายงาน ครูผู้จัดการเรียนรู้ที่มีแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practice)

ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อยกระดับผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

1. ความสำคัญของผลงาน/นวัตกรรม/วิธีปฏิบัติ

ปัญหาและความจำเป็น: นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มักประสบปัญหาการเปลี่ยนผ่านจากระดับอนุบาล ขาดทักษะการแจกลูกสะกดคำ และเมื่อเข้าสู่การทดสอบระดับชาติ (RT) มักตื่นสนามสอบ อ่านโจทย์ยาวๆ ไม่เข้าใจ และไม่คุ้นเคยกับการฝนหรือกากบาทในกระดาษคำตอบ ส่งผลให้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

แนวคิดการพัฒนานวัตกรรม: ครูผู้สอนจึงจัดทำ แบบฝึกการเตรียมความพร้อม RT “ชุดตะลุยโจทย์ RT” ซึ่งออกแบบตามโครงสร้างข้อสอบจริง (Test Blueprint) เพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้แบบท่องจำ มาเป็นการฝึกฝนเชิงรุก (Active Learning) สร้างความคุ้นชิน ปิดจุดอ่อน และเสริมความมั่นใจให้ผู้เรียนก่อนวันสอบจริง

2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน

จุดประสงค์

1. เพื่อพัฒนาแบบฝึกการเตรียมความพร้อม RT “ชุดตะลุยโจทย์ RT” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

2. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบความสามารถด้านการอ่าน (RT) ทั้งการอ่านออกเสียงและการอ่านรู้เรื่อง

3. เพื่อลดความวิตกกังวล และสร้างความมั่นใจในการทำข้อสอบให้กับผู้เรียน

เป้าหมาย:

เชิงปริมาณ: นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 100 ได้รับการพัฒนาด้วยชุดตะลุยโจทย์ RT และมีคะแนนเฉลี่ยผ่านเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด

เชิงคุณภาพ: นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีทักษะการอ่านและการเขียนตามหลักภาษาไทย สามารถทำข้อสอบและจัดการเวลาในสถานการณ์สอบจริงได้ดีขึ้น

3. ขั้นตอนการดำเนินงาน/กระบวนการบริหารจัดการ/กระบวนการจัดการเรียนรู้

ดำเนินงานตามกระบวนการคุณภาพ PDCA ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ดังนี้:

• P (Plan - วางแผน): วิเคราะห์ข้อสอบ RT ย้อนหลัง สกัดคลังคำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยและจุดที่เด็กมักตอบผิด นำมาออกแบบรูปเล่ม “ชุดตะลุยโจทย์ RT” ที่มีขนาดตัวอักษรและรูปแบบคล้ายข้อสอบจริง

• D (Do - ปฏิบัติ): นำแบบฝึกไปใช้จัดกิจกรรมในชั่วโมงภาษาไทยและชั่วโมงซ่อมเสริม ใช้เทคนิค “ตะลุยโจทย์วันละนิด” (วันละ 5–10 ข้อ) เพื่อไม่ให้เด็กเครียด และจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน

• C (Check - ตรวจสอบ): ตรวจแบบฝึกรายวัน บันทึกความก้าวหน้า และจัดสถานการณ์สอบเสมือนจริง (Mock RT) ล่วงหน้า 1 เดือน โดยจำลองการกั้นโต๊ะ การจับเวลา และการใช้กระดาษคำตอบจริง

• A (Act - ปรับปรุง): นำข้อผิดพลาดจากขั้นตอนการตรวจสอบมาสรุปเป็น “คลังคำศัพท์จุดอ่อน” เพื่อติวเข้มรายบุคคลก่อนสอบจริง

4. ผลการดำเนินการและผลลัพธ์เชิงประจักษ์

ผลผลิต (Output): ได้นวัตกรรมแบบฝึกการเตรียมความพร้อม RT “ชุดตะลุยโจทย์ RT” จำนวน 1 ชุด (แบ่งเป็น ภาคการอ่านออกเสียง ภาคการอ่านรู้เรื่อง และชุดข้อสอบจำลอง)

ผลลัพธ์ (Outcome): นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีทักษะการอ่านจับใจความ การเว้นวรรคตอนเวลาอ่านออกเสียง และมีพฤติกรรมการสอบที่นิ่ง มีสมาธิ ไม่ตื่นตระหนกเมื่อเข้าห้องสอบจริง

ผลลัพธ์เชิงประจักษ์: ผลการทดสอบ RT ของโรงเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละสูงขึ้นกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา และนักเรียนส่วนใหญ่มีผลการประเมินอยู่ในระดับ "ดีมาก"

5. ผลการประเมินของผู้เรียน จากระบบ NT Access

(หมายเหตุ: ระบบ NT Access ของ สพฐ. จะใช้ในการประกาศและจัดเก็บผลคะแนนสอบระดับชาติ ทั้ง NT ของ ป.3 และ RT ของ ป.1)

• ผลการประเมินผ่านระบบ: เมื่อนำคะแนนการทดสอบ RT ของนักเรียนกรอกและประมวลผลผ่านระบบ NT Access พบว่า:

o คะแนนเฉลี่ยรวมทั้ง 2 ด้าน (การอ่านออกเสียงและการอ่านรู้เรื่อง) สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยรวมระดับประเทศ

o กราฟเปรียบเทียบพัฒนาการ (จากระบบ NT Access) แสดงให้เห็นว่ากลุ่มนักเรียนที่เคยได้คะแนนระดับ "ปรับปรุง" ในช่วง Pre-test มีการย้ายฝั่งขึ้นมาอยู่ในระดับ "ดี" และ "ดีมาก" อย่างชัดเจนหลังผ่านการใช้นวัตกรรม

6. ปัจจัยความสำเร็จ และบทเรียนที่ได้รับ

• ปัจจัยความสำเร็จ:

1. ความสมจริงของนวัตกรรม: การทำรูปเล่มและกระดาษคำตอบให้เหมือนข้อสอบจริง ช่วยตัดปัญหาเรื่องเด็กตื่นสนามสอบ

2. การวัดผลรายบุคคล: ครูผู้สอนบันทึกและวิเคราะห์จุดอ่อนของเด็กละเอียดเป็นรายข้อ ทำให้ซ่อมเสริมได้ตรงจุด

3. การมีส่วนร่วม: ผู้บริหารสนับสนุนงบประมาณผลิตสื่อ และผู้ปกครองช่วยกวดขันการอ่านทบทวนที่บ้าน

• บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned): การฝึกฝนด้วยข้อสอบจำลองที่สม่ำเสมอควบคู่กับการให้แรงเสริมทางบวก (เช่น การสะสมแต้ม/สติกเกอร์ดาว) สามารถเปลี่ยนความเครียดของการทำข้อสอบให้เป็นความท้าทายที่สนุกสนานสำหรับเด็ก ป.1 ได้

โพสต์โดย จูน : [14 พ.ค. 2569 (22:59 น.)]
อ่าน [1732] ไอพี : 171.5.241.72
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,669 ครั้ง
ตำแหน่ง "สิว" บอกสุขภาพ
ตำแหน่ง "สิว" บอกสุขภาพ

เปิดอ่าน 2,025 ครั้ง
ไม้กอล์ฟมีกี่แบบ? แชร์ทริกมือใหม่ เลือกยังไงให้เหมือนมือโปร
ไม้กอล์ฟมีกี่แบบ? แชร์ทริกมือใหม่ เลือกยังไงให้เหมือนมือโปร

เปิดอ่าน 20,581 ครั้ง
เผยสูตร "หน้าใส" 4 วิธี
เผยสูตร "หน้าใส" 4 วิธี

เปิดอ่าน 14,265 ครั้ง
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?

เปิดอ่าน 16,828 ครั้ง
เปิดเลคเชอร์ของ น้องปราง ศิรดา เด็กเก่งคะแนนแอดมิชชั่นสูงสุด ปี 2558
เปิดเลคเชอร์ของ น้องปราง ศิรดา เด็กเก่งคะแนนแอดมิชชั่นสูงสุด ปี 2558

เปิดอ่าน 17,121 ครั้ง
แสงสว่างของหิ่งห้อยมาจากไหน
แสงสว่างของหิ่งห้อยมาจากไหน

เปิดอ่าน 13,399 ครั้ง
เทคนิคการเรียนรู้ของไฟยน์แมน (Feynman Learning Technique)
เทคนิคการเรียนรู้ของไฟยน์แมน (Feynman Learning Technique)

เปิดอ่าน 14,585 ครั้ง
การยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบบำเหน็จบำนาญ
การยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบบำเหน็จบำนาญ

เปิดอ่าน 19,572 ครั้ง
แฉกลโกง40ขายตรงตุ๋นผู้บริโภคหมื่นล.
แฉกลโกง40ขายตรงตุ๋นผู้บริโภคหมื่นล.

เปิดอ่าน 113 ครั้ง
ข้อสอบ TPAT3 คืออะไร อยากเข้าคณะไหนต้องสอบ !
ข้อสอบ TPAT3 คืออะไร อยากเข้าคณะไหนต้องสอบ !

เปิดอ่าน 20,929 ครั้ง
มโนทัศน์ของเทคโนโลยีการศึกษา
มโนทัศน์ของเทคโนโลยีการศึกษา

เปิดอ่าน 15,149 ครั้ง
วิธีสำหรับทำให้ผิวขาวใส แบบไร้สารเคมี
วิธีสำหรับทำให้ผิวขาวใส แบบไร้สารเคมี

เปิดอ่าน 2,429 ครั้ง
เอเจนซีรับทำการตลาดออนไลน์ vs ฟรีแลนซ์ เลือกแบบไหนดี ?
เอเจนซีรับทำการตลาดออนไลน์ vs ฟรีแลนซ์ เลือกแบบไหนดี ?

เปิดอ่าน 10,549 ครั้ง
ชะตากรรมผู้ให้กำเนิด"บล็อก"
ชะตากรรมผู้ให้กำเนิด"บล็อก"

เปิดอ่าน 26,729 ครั้ง
คู่มือการปฏิบัติงานการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
คู่มือการปฏิบัติงานการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

เปิดอ่าน 12,169 ครั้ง
แบบคำขอมีบัตร ประจำตัวข้าราชการ ตำแหน่ง ผอ.สพท.
แบบคำขอมีบัตร ประจำตัวข้าราชการ ตำแหน่ง ผอ.สพท.
เปิดอ่าน 12,629 ครั้ง
Powerpoint บรรยายพิเศษ ดร.ชัยพฤษ์ เสรีรักษ์ ปลัดศธ. ในโครงการพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
Powerpoint บรรยายพิเศษ ดร.ชัยพฤษ์ เสรีรักษ์ ปลัดศธ. ในโครงการพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
เปิดอ่าน 22,450 ครั้ง
LearnSquare
LearnSquare
เปิดอ่าน 2,424 ครั้ง
ภาวะหมดไฟในการทำงาน ภัยเงียบที่หลายคนมักมองข้าม
ภาวะหมดไฟในการทำงาน ภัยเงียบที่หลายคนมักมองข้าม
เปิดอ่าน 3,276 ครั้ง
กรมอนามัย เผยไข่ต้มคลุกน้ำปลาสารอาหารไม่พอ เด็กวัยเรียนควรกินไข่คู่กับอาหารให้ครบหมู่หลากหลาย
กรมอนามัย เผยไข่ต้มคลุกน้ำปลาสารอาหารไม่พอ เด็กวัยเรียนควรกินไข่คู่กับอาหารให้ครบหมู่หลากหลาย

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ