บทคัดย่อ
ชื่อผลงาน การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้ PHOSAWAT Model เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) ของโรงเรียนบ้านโพธิ์สวัสดิ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1
ผู้เสนอผลงาน นางสาวสาวิตรี ศิริเวิน
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านโพธิ์สวัสดิ์
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1
ปีการศึกษา 2568
การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้ PHOSAWAT Model เพื่อยกระดับ
คุณภาพผู้เรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) ของ
โรงเรียนบ้านโพธิ์สวัสดิ์ เล่มนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาของโรงเรียน
บ้านโพธิ์สวัสดิ์ 2) เพื่อสงเสริมกระบวนการนิเทศในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น 3) เพื่อส่งเสริมให้
ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 4) เพื่อพัฒนาการ
อ่านออกเขียนได้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนบ้านโพธิ์สวัสดิ์
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 กลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงาน ได้แก่ ครูผู้สอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ของโรงเรียนบ้านโพธิ์สวัสดิ์ จำนวน 10 คน และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 75 คน เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานประกอบด้วย คู่มือการใช้นำรูปแบบการนิเทศภายใน PHOSAWAT Model, แผนการจัดกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study), แบบประเมินทักษะการจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning), และแบบบันทึกผลการประเมินความสามารถในการอ่านและการเขียนของผู้เรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( X-bar) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการดำเนินงานพบว่า
1. รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้ PHOSAWAT Model มีความเหมาะสม สอดคล้อง และมีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนงานวิชาการอย่างเป็นระบบ
2. กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษามีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ครูผู้สอนร้อยละ 100 มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ร่วมกับการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) ไปใช้ในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกันเปิดห้องเรียน สังเกตการณ์สอน และสะท้อนคิดเพื่อแก้ปัญหาชั้นเรียนได้อย่างต่อเนื่อง โดยผลการประเมินทักษะการจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิงรุกของครูผู้สอนอยู่ในระดับดีมาก
3. ผลที่เกิดกับผู้เรียน พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีทักษะและพัฒนาการด้านการอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บรรลุตามมาตรฐานและตัวชี้วัดตรงตามหลักสูตร มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในภาพรวมสูงขึ้น ตลอดจนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์จากการได้ลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก
4. ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษาและชุมชน โรงเรียนบ้านโพธิ์สวัสดิ์มีระบบการนิเทศภายในที่เข้มแข็ง ได้รับความร่วมมือและการยอมรับจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และผู้นำชุมชนในการเข้ามามีส่วนร่วมตรวจเยี่ยมชั้นเรียน มีการบูรณาการแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นเข้าสู่การจัดการเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และชุมชนมีความเชื่อมั่นต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในระดับดีเยี่ยม