ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 2/2556

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 2/2556

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 ก.พ. 2556 เปิดอ่าน : 6,433 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ ๒/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารฝ่ายการเมือง คือ นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประแสง มงคลศิริ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.วรกร คำสิงห์นอก ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้

l ความก้าวหน้าการปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอน

ที่ประชุมรับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานและเตรียมการในการปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนของหน่วยงานต่างๆ ดังนี้

• สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินงานวางแผนเป็น ๒ ระยะ คือ - ระยะเร่งด่วน จะดำเนินการให้ทันเปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๖ โดยจัดทำคู่มือแนวทางการจัดการเรียนรู้บูรณาการแบบครบวงจร จัดทำแนวทางการรายงานผลการประเมินที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จัดการประชุมชี้แจงเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำแนวทางการจัดการเรียนรู้บูรณาการลงสู่การปฏิบัติ - ระยะยาว จะดำเนินทบทวนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ จัดทำคู่มือการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระดับชั้นเรียน และพัฒนาหนังสือเรียน ฉบับกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะปรับปรุงให้มีความทันสมัย เป็นชุดการเรียนการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการ เช่น รูปแบบ Interactive Textbooks กิจกรรมกระตุ้นการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงกับแหล่งความรู้ต่างๆ ได้ ฯลฯ

• สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้กำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้สถาบันอาชีวศึกษาแต่ละแห่งสามารถพัฒนาหลักสูตรได้เอง โดยยึดกรอบคุณวุฒิการศึกษาวิชาชีพ ตามสาขาวิชาในการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา ในรูปแบบอาศัยแรงขับจากผู้ใช้ ซึ่งหลักสูตรที่พัฒนาจะต้องเป็นหลักสูตรแบบฐานสมรรถนะ (Competency Based Curriculum) ซึ่งนำสมรรถนะของผู้ประกอบอาชีพที่ปฏิบัติงานอาชีพ มาตรฐานอาชีพ หรือมาตรฐานสมรรถนะมาเป็นปัจจัยในการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา เพื่อทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะวิชาชีพที่ตรงกับสมรรถนะอาชีพ สามารถประกอบอาชีพได้ทันที โดยมีแนวคิดในด้านคุณภาพการอาชีวศึกษา ที่พัฒนาผู้เรียนให้ผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพของแต่ละสาขาใน ๓ ด้าน คือ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ สมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป และสมรรถนะวิชาชีพ ซึ่งจะมีการกำหนดระบบการประกันคุณภาพหลักสูตรใน ๔ ประเด็นคือ คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา การบริหารหลักสูตร ทรัพยากรการจัดการอาชีวศึกษา และความต้องการกำลังคนของตลาดแรงงาน

• สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ดำเนินการ ๓ ด้าน คือ ๑) จัดทำกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (Thai Qualifications Framework for Higher Education) โดยแบ่งระดับคุณวุฒิออกเป็น ๖ ระดับ คือ อนุปริญญา ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง และปริญญาเอก ซึ่งกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังให้บัณฑิตมี ๕ ด้าน คือ คุณธรรมจริยธรรม ความรู้ ทักษะทางปัญญา ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ๒) การจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Work-integrated Learning) ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษามีโอกาสในการประยุกต์ความรู้ ทักษะการทำงาน และทักษะเฉพาะที่สัมพันธ์กับวิชาชีพ ได้รู้จักชีวิตที่แท้จริงของการทำงานก่อนสำเร็จการศึกษา ๓) การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา (Internal Quality Assurance) ที่จะต้องมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก ๓ ปี ตามตัวบ่งชี้ที่จะบ่งบอกถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการอุดมศึกษา คือ ปรัชญา/ปณิธาน/วัตถุประสงค์/แผนดำเนินการ การผลิตบัณฑิต กิจกรรมการพัฒนานักศึกษา การวิจัย การบริการทางวิชาการแก่สังคม การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การบริหาร/จัดการ การเงิน/งบประมาณ และระบบ/กลไกการประกันคุณภาพ โดยปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งต้องเสนอข้อมูลการประกันคุณภาพภายในผ่านระบบ CHE QA Online

l แนวทางการยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก

ที่ประชุมรับทราบแนวทางการยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ. ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน จำนวน ๑๔,๘๑๖ แห่ง ซึ่ง สพฐ.มีข้อเสนอให้ ศธ.ประกาศนโยบายการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในระดับชาติ และต้องเป็นนโยบายที่ชัดเจนต่อเนื่อง สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ทุกระดับ นอกจากนี้ควรให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ปรับแก้กฎระเบียบหรือข้อบังคับต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานตามนโยบาย โดยเฉพาะระเบียบบริหารงานบุคคล การไม่แต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๖๐ คน ซึ่งการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กควรมีหลากหลายรูปแบบในการพัฒนา เพราะในแต่ละพื้นที่มีบริบทแตกต่างกัน

นอกจากนี้ สพฐ.ได้รายงานสรุปผลโครงการที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก คือ โครงการโรงเรียนดี ศรีตำบล ซึ่งกระจายอยู่ทุกตำบลๆ ละ ๑ โรงเรียน รวมทั้งสิ้น ๖,๕๔๕ โรง โดยมีบันไดความสำเร็จตามลำดับ คือ ๑) กำหนดนโยบาย ๗-๗-๗-๗ ที่เน้นปัจจัย ๗ ประการ กระบวนการ ๗ ประการ กระบวนการฝึกนิสัย ๗ ประการ และผลลัพธ์ ๗ ประการ ๒) การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กผ่านกระบวนการฝึกนิสัย ๓) การสร้างเครือข่าย "บวร" คือบ้าน วัด โรงเรียน หรือ "บรม" คือ บ้าน โรงเรียน มัสยิด โดยโครงการเน้นสร้างการบริหารจัดการโรงเรียนทั้งระบบ (Whole School Approach) การสร้างผู้บริหารและครูต้นแบบศีลธรรม การสร้างขวัญกำลังใจและแรงจูงใจ การนิเทศโรงเรียน การประเมินผลงาน การประเมินโรงเรียนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนมีคุณธรรมนำวิชาการ เป็นเด็กดี เป็นศักดิ์ศรีของตำบล รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และมีภูมิคุ้มกันตนเองเพื่อรองรับการเปิดประตูสู่อาเซียน ส่วนผู้บริหารและครูเป็นตัวอย่างคนดี มีศีล ๕ มีธรรมข้อวัตรปฏิบัติทั้งกาย วาจา ใจ เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมเครือข่าย บวร หรือ บรม ซึ่งโรงเรียนใดที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับป้ายรับรองต้นแบบโรงเรียนดี ศรีตำบล ติดหน้าโรงเรียนและโล่เชิดชูเกียรติ ซึ่งสามารถขยายผลไปยังโรงเรียนต่างๆ ได้ (รายละเอียดโรงเรียนดี ศรีตำบล : ติดต่อ ดร.อรทัย มูลคำ ผู้อำนวยการโครงการ)



l การเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีของสถาบันการอาชีวศึกษา

สอศ.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบการเตรียมความพร้อมด้านหลักสูตร ด้านการส่งเสริมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานทั่วไป วิชาการ ทรัพยากร ความร่วมมือกับสถานประกอบการ จุดเด่นของสาขาวิชาที่เปิดสอน และจุดที่ต้องพัฒนาของสาขาวิชาที่เปิดสอน และการเตรียมการการได้มาของสภาสถาบันการอาชีวศึกษา ที่จะต้องเตรียมการสรรหากรรมการสภา จัดทำโครงสร้างอัตราตำแหน่ง หลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งและการกลับเข้าสู่ตำแหน่ง ร่างประกาศ ข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการในการเสนอขออนุมัติหลักสูตร



l การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy)

จากการที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ หารือกันในเรื่องการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) นั้น ในส่วนของ ศธ. ได้เป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ซึ่ง สป.ศธ.ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปถึงแนวทางการพัฒนา ๖ ประเด็น คือ ๑) พัฒนาคุณภาพการศึกษา ๒) สร้างโอกาสทางการศึกษา ๓) ปฏิรูปครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ๔) พัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ๕) ผลิตและพัฒนาคุณภาพกำลังคนรองรับการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ๖) พัฒนาการศึกษารองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่ง รมว.ศธ.ได้เห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖



l (ร่าง) ยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๕๘

ที่ประชุมรับทราบรายงานความก้าวหน้าของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในการดำเนินการจัดทำ (ร่าง) ยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๕๘ ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ว่า "คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึง เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ นำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ พึ่งพาตนเองได้ และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข" ซึ่งได้กำหนด ๗ ยุทธศาสตร์ ๖๓ มาตรการ ในการดำเนินการ คือ ๑) ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับทุกประเภท ๒) ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชากรทุกกลุ่มอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ๓) ยุทธศาสตร์การปฏิรูปครู เพื่อยกฐานะวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง ๔) ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และการฝึกอาชีพ ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ๕) ยุทธศาสตร์การพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ ๖) ยุทธศาสตร์การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ ๗) ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน



l แนวทางช่วยเหลือ รร.เอกชนจากนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการวุฒิปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท

ที่ประชุมได้รับทราบกรณีที่คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๖ เห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือโรงเรียนที่เงินอุดหนุนไม่พอจ่ายเงินเดือนครูในอัตรา ๑๑,๖๘๐ บาท (ค่าครองชีพ ๓,๓๒๐ บาท) ในระยะเร่งด่วน ด้วยวิธีอุดหนุนเพื่อจ่ายเงินเดือนครูส่วนที่ขาดโดยตรง (Fast Track) พร้อมทั้งมอบสมาคมทางการศึกษาเอกชน สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ศึกษาหลักเกณฑ์การช่วยเหลือที่มีความเหมาะสมกับโรงเรียนแต่ละประเภทแต่ละขนาด งบประมาณที่ต้องใช้ รวมทั้งแนวทางการอุดหนุนค่าใช้จ่ายระยะยาว เสนอคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ ศธ.ช่วยเหลือต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้แก้ไขแล้วโดยให้ปรับอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมทบ เป็นเงินเดือนครูในอัตราเดียวกันทุกครั้งที่มีการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ

- ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ปรับเงินเดือนครูจาก ๑๑,๖๘๐ บาท เป็น ๑๓,๓๐๐ บาท เพิ่มเงินอุดหนุนอีก ๗๗๗.๕๐ บาท / ๙๗๒.๐๐ บาทต่อคนต่อปี ใช้งบประมาณปี ๒๕๕๖ เพิ่มขึ้น ๑,๙๒๑.๘๔ ล้านบาท
- ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ ปรับเงินเดือนครูจาก ๑๓,๓๐๐ บาท เป็น ๑๕,๐๐๐ บาท เพิ่มเงินอุดหนุนอีก ๘๑๖.๐๐ บาท / ๑,๐๒๐.๐๐ บาทต่อคนต่อปี ใช้งบประมาณปี ๒๕๕๗ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๖ จำนวน ๓,๙๒๑.๑ ล้านบาท



l โครงการผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา

สป.และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมจัดโครงการผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา (Leadership for Education Change : LEC) โดยให้สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา รับผิดชอบดำเนินการระหว่างปี ๒๕๕๖-๒๕๕๙ จำนวน ๒ รุ่นๆ ละ ๓๐ คน โดยเน้นให้ข้าราชการ ศธ.ระดับชำนาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญ ที่มีอายุไม่เกิน ๔๕ ปี (ยกเว้นกรณีที่คณะกรรมการอำนวยการพิจารณาเห็นว่าเป็นผู้ที่มีความเหมาะสม) มีจิตอาสา ความเป็นผู้นำ มีความเสียสละ และความทุ่มเทในการปฏิบัติงานเพื่อส่วนรวมเข้าร่วมโครงการได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของระยะเวลาดำเนินงานโครงการ ซึ่งคาดว่าโครงการความร่วมมือดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างให้ผู้นำมีกระบวนทัศน์ ทักษะ ภาวะผู้นำใหม่ ที่มีคุณสมบัติเอื้อต่อการพัฒนาการศึกษา และการพัฒนาสุขภาวะเด็กและเยาวชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นการปรับเวลาเปิดปิดภาคเรียนของสถาบันอุดมศึกษาให้ตรงกับอาเซียน ซึ่งที่ประชุมขอให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาทุกระดับไปหารือร่วมกับ ทปอ. และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประเด็นการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลด้านพลังงาน ซึ่งรัฐบาลได้ขอความร่วมมือประชาชนและทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดการใช้พลังงานและไฟฟ้า โดยได้ตั้งเป้าหมายให้หน่วยงานต่างๆ ลดการใช้พลังงานร้อยละ ๑๐ หากหน่วยงานใดมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๕ ให้สำนักงบประมาณดำเนินการปรับลดงบประมาณในปีต่อไป ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ของ ศธ.จะมีมาตรการในการประหยัดพลังงาน (น้ำมัน) และไฟฟ้าต่อไป

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2013/feb/068.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 2/2556 , , ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ , ครั้งที่ , 2 , 2556 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559
เปิดอ่าน 133,138 ครั้ง
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)
เปิดอ่าน 126,859 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559
เปิดอ่าน 140,473 ครั้ง
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559 ☕ คลิกอ่านเลย
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 157,307 ครั้ง
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่☕ คลิกอ่านเลย
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่
เปิดอ่าน 160,583 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

13 แอพพลิเคชั่น อันตราย ที่ "Google" แบน ใครลงแล้วต้องแฟลชโอเอสใหม่เท่านั้น13 แอพพลิเคชั่น อันตราย ที่ "Google" แบน ใครลงแล้วต้องแฟลชโอเอสใหม่เท่านั้น
เปิดอ่าน 16,567 ครั้ง
มาดู เด็กมัธยมต้นของญี่ปุ่น กับรายการ ดูให้รู้ ตอน มัธยมต้น ค้นหาตัวเองมาดู เด็กมัธยมต้นของญี่ปุ่น กับรายการ ดูให้รู้ ตอน มัธยมต้น ค้นหาตัวเอง
เปิดอ่าน 8,388 ครั้ง
1 มิถุนายน วันดื่มนมโลก1 มิถุนายน วันดื่มนมโลก
เปิดอ่าน 5,888 ครั้ง
ร้อยความเชื่อหลักการ ร้อยความเชื่อหลักการ 'ตั้งชื่อ'
เปิดอ่าน 12,614 ครั้ง
ที่แท้ ซีอิ๊ว ก็มีต้นกำเนิดจากน้ำปลาบ้านเรานี่เองที่แท้ ซีอิ๊ว ก็มีต้นกำเนิดจากน้ำปลาบ้านเรานี่เอง
เปิดอ่าน 8,186 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ