ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การสร้างรูปแบบนวัตกรเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญา เชิงดิจิทัล โรงเรียนเทศบาลประตูลี้ จังหวัดลำพูน

ชื่อวิจัย : การสร้างรูปแบบนวัตกรเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาเชิงดิจิทัล โรงเรียนเทศบาลประตูลี้ จังหวัดลำพูน

ผู้วิจัย : กมลชนก สะคำปัน

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเทศบาลประตูลี้ จังหวัดลำพูน

ปีที่วิจัย : 2561

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการสร้างรูปแบบนวัตกรเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาเชิงดิจิทัลโรงเรียนเทศบาลประตูลี้ จังหวัดลำพูน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหา องค์ประกอบการเรียนรู้ 2) ออกแบบและพัฒนารูปแบบนวัตกรเพื่อพัฒฯนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์3)ศึกษาการใช้และผลการใช้การสร้างรูปแบบนวัตกรเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาเชิงดิจิทัล และ 4) ประเมินและปรับปรุงการสร้างรูปแบบนวัตกรเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาเชิงดิจิทัล โรงเรียนเทศบาลประตูลี้ จังหวัดลำพูน มีประชากรเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ครูผู้สอนเกี่ยวกับวิชาวิทยาศาสตร์ และ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลประตูลี้จังหวัดลำพูนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561จำนวน117คนโดยใช้เครื่องมือที่ศึกษาจากสื่อการสอนwww.kamonchanok.com แผนจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ แบบทดสอบวัดความสามารถด้านทักษะก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามที่เกี่ยวกับการพัฒนาการสร้างรูปแบบนวัตกรเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาเชิงดิจิทัล โรงเรียนเทศบาลประตูลี้ จังหวัดลำพูนแล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม SPSS เพื่อหาจำนวน ค่าร้อยละ คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความสัมพันธ์ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ค่าพยากรณ์ แล้วใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เอสพีเอสเอส วิเคราะห์แบบการถดถอยแบบพหุคูณ และค่าทางสถิติ t-test

ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาของการสร้างคุณลักษณะความเป็นนวัตกรโดยศึกษาจากครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ พบว่า ปัญหามาจากพฤติกรรมความสามารถในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ อยู่ในเกณฑ์ระดับ มากที่สุด ประกอบด้วย ด้านความสามารถด้านการแก้ปัญหา รองลงมาคือ ด้านความสามารถในการแสวงหาความรู้ และ ด้านการสร้างสรรค์งานที่มีมีประสิทธิภาพ ตามลำดับ สอดคล้องกับวิธีการเรียนแบบการรู้คิด การรู้ทำ และการรู้ใช้ ซึ่งมีแนวทางการสร้างนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์โดยการสร้างการเรียรู้สู่ทักษะ คือการรู้คิด และการใช้ทักษะสู่การต่อยอดนวัตกรรมคือ การรู้ทำ และการรู้ใช้ โดยมีรูปแบบนวัตกรเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ทฤษฎี พหุปัญญาเชิงดิจิทัลโรงเรียนเทศบาลประตูลี้ จังหวัดลำพูน3 ด้าน คือ1)การรู้คิดประกอบด้วยการ ระบุปัญหา ร่วมหาหลักการ สื่อสารแนวคิด พินิจรอบด้าน ชำนาญการคิด2)การรู้ทำประกอบด้วย การลงมือปฎิบัติ การบูรณาการ การมีทักษะและ3)การรู้ใช้ประกอบด้วยการประยุกต์ใช้ การวิเคราะห์ การประเมินและการสร้างเครือข่าย มีความสัมพันธ์การสร้างนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 โดยการสร้างรูปแบบนวัตกรมีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ และประโยชน์ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1-6/4 ทั้งหมดมีคะแนนเกินร้อยละ 80 และคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01ทำให้ผู้เรียนมีความพึงพอใจในการใช้รูปแบบนวัตกรเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์มากที่สุด

โพสต์โดย panudda : [27 พ.ย. 2562 เวลา 10:42 น.]
อ่าน [800] ไอพี : 184.82.26.94
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ