การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ธรณีภาคและปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ธรณีภาคและปรากฏการณ์ ทางธรณีวิทยา 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ธรณีภาคและปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนลิ้นฟ้าพิทยาคมอำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนลิ้นฟ้าพิทยาคม อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 1 ห้อง นักเรียนจำนวน 20 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ และชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ธรณีภาคและปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา จำนวน 7 ชุด
2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าความยากระหว่าง 0.30 - 0.80 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.20 - 0.80 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.82 และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.82 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ธรณีภาคและปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา วิชาโลก ดาราศาสตร์
และอวกาศ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนลิ้นฟ้าพิทยาคม อำเภอยางชุมน้อย
จังหวัดศรีสะเกษ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.14/81.88 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ธรณีภาคและปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ธรณีภาคและปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.35, S.D. = 0.30 )