ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี

ชื่อวิจัย: การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ

เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย: นางซามีฮะห์ บุญมาศ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนบ้านตะบิงตีงี สังกัดกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี

ปีที่วิจัย: 2562-2563

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5L Model) วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5L Model) วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ และ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5L Model) วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ

กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโรงเรียนบ้านตะบิงตีงี สังกัดกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 19 คน ใช้กลุ่มเป้าหมายทั้งหมดในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) แบบวิเคราะห์เอกสารเกี่ยวกับนโยบาย จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาและสภาพปัจจุบัน ของผลการจัดการศึกษาตามนโยบายและจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา 2) แบบวิเคราะห์เอกสารเกี่ยวกับแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5L Model) วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ 3) รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5L Model) วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองใช้รูปแบบการจัดกาเรียนรู้ จำนวน 4 ชนิด ดังนี้ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 20 แผน 2) แบบฝึกเสริมทักษะ จำนวน 7 เล่ม 3) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือกจำนวน 20 ข้อ 4) แบบประเมินวัดความพึงพอใจ จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (x̄) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)

ผลการวิจัยและพัฒนา พบว่า

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบาย เป้าหมาย ของการจัดการศึกษาในระดับประถมศึกษา พบว่ามีสภาพที่คาดหวังคือมุ่งปฏิรูปการเรียนรู้ โดยยึดหลักผู้เรียนเป็นศูนย์กลางจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความแตกต่างของผู้เรียน โดยผู้ศึกษายึดหลักการตามแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของ Dienes แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวการเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐานตามแนวคิดของ Caine and Caine และ Jensen และแนวคิดเกี่ยวกับวิธีสอนสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ตามแนวคิดของ McCarthy มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5L Model) วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ (5L Model) ที่พัฒนาขึ้นมีขั้นตอนการสอน 5 ขั้น คือ 1) ขั้นคลายสมอง (Loosen the brain) 2) ขั้นเชื่อมโยงประสบการณ์ (Linking experience) 3) ขั้นเรียนรู้เนื้อหา (Learning the contents) 4) ขั้นนำพาปฏิบัติ (Lead practice) และ 5) ขั้นความรู้คงอยู่ (Lifelong knowledge) โดยรูปแบบการสอนมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.40/82.00 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่าหลังเรียน ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5L Model) วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 2 ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ สูงกว่าก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ 49.03

3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัด การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5L Model) วิชาคณิตศาสตร์ 2 (ค 12101) เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ (5L Model) อยู่ในระดับมาก

โพสต์โดย ครูซามีฮะห์ โรงเรียนบ้านตะบิงต : [25 ก.พ. 2564 เวลา 12:12 น.]
อ่าน [102683] ไอพี : 183.89.148.8
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,036 ครั้ง
7 วิธี ช่วยคุณจัดสรรเวลา
7 วิธี ช่วยคุณจัดสรรเวลา

เปิดอ่าน 148,311 ครั้ง
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู

เปิดอ่าน 11,247 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาเรียนรู้จากผู้ประสบความสำเร็จ: "สิงคโปร์"
ปฏิรูปการศึกษาเรียนรู้จากผู้ประสบความสำเร็จ: "สิงคโปร์"

เปิดอ่าน 69,738 ครั้ง
ฟื้นความทรงจำ  ลำนำบทอาขยานย้อนยุค
ฟื้นความทรงจำ ลำนำบทอาขยานย้อนยุค

เปิดอ่าน 22,432 ครั้ง
เทคนิคปลดหนี้ที่ควรรู้ หมดหนี้สินไว ๆ ต้องทำตามนี้
เทคนิคปลดหนี้ที่ควรรู้ หมดหนี้สินไว ๆ ต้องทำตามนี้

เปิดอ่าน 27,917 ครั้ง
การใช้งานโปรแกรม Google Earth
การใช้งานโปรแกรม Google Earth

เปิดอ่าน 5,592 ครั้ง
พกมือถือในกระเป๋ากางเกง หันหน้าเข้าหรือหันหน้าออกดี?
พกมือถือในกระเป๋ากางเกง หันหน้าเข้าหรือหันหน้าออกดี?

เปิดอ่าน 2,128 ครั้ง
ประโยชน์ของการเดิน
ประโยชน์ของการเดิน

เปิดอ่าน 13,767 ครั้ง
คู่มือถนอมผิวสวยใต้แสงแดด
คู่มือถนอมผิวสวยใต้แสงแดด

เปิดอ่าน 1,228 ครั้ง
ผ่าตัดหัวใจ จำเป็นเมื่อไร ? ตอบสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ผ่าตัดหัวใจ จำเป็นเมื่อไร ? ตอบสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

เปิดอ่าน 10,740 ครั้ง
รู้หรือยัง? เจ้าของเสียงประกาศบน BTS คือใคร
รู้หรือยัง? เจ้าของเสียงประกาศบน BTS คือใคร

เปิดอ่าน 239,005 ครั้ง
รูปแบบจำลอง S M C R Model
รูปแบบจำลอง S M C R Model

เปิดอ่าน 24,180 ครั้ง
คณิตศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไร
คณิตศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไร

เปิดอ่าน 9,600 ครั้ง
เดินหน้า ปฏิรูปการศึกษา 2559
เดินหน้า ปฏิรูปการศึกษา 2559

เปิดอ่าน 4,063 ครั้ง
เปิดทริกเพิ่ม "ไอคิว" ลูก เริ่มได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์-กินนมแม่-เล่นอิสระ
เปิดทริกเพิ่ม "ไอคิว" ลูก เริ่มได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์-กินนมแม่-เล่นอิสระ

เปิดอ่าน 11,839 ครั้ง
กิน"กระเทียม"ดีต่อสุขภาพหัวใจ
กิน"กระเทียม"ดีต่อสุขภาพหัวใจ
เปิดอ่าน 16,748 ครั้ง
ชี้เอเชียรู้จักเทคนิควาดภาพด้วยสีน้ำมันก่อนยุโรปหลายร้อยปี
ชี้เอเชียรู้จักเทคนิควาดภาพด้วยสีน้ำมันก่อนยุโรปหลายร้อยปี
เปิดอ่าน 29,135 ครั้ง
เครดิตบูโร (Credit Bureau) คืออะไร?
เครดิตบูโร (Credit Bureau) คืออะไร?
เปิดอ่าน 14,025 ครั้ง
ผงะนมเสียผุดก๊าซพิษร้ายเทียบเท่า"ควันรถ"
ผงะนมเสียผุดก๊าซพิษร้ายเทียบเท่า"ควันรถ"
เปิดอ่าน 12,697 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง การประชุมทางไกล "เครือข่ายโรงเรียนดีใกล้บ้าน" 2 ธันวาคม 2559
รับชมย้อนหลัง การประชุมทางไกล "เครือข่ายโรงเรียนดีใกล้บ้าน" 2 ธันวาคม 2559

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ