ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาไทยโดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาไทยโดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย นางสาวเจนจิรา อินภู่ โรงเรียนบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

ปีที่พิมพ์ 2563

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาไทยโดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของการพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาไทยโดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพการพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาไทยโดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียน เชิง สร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อศึกษาการส่งเสริมทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อรูปแบบการสอนวิชาภาษาไทยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์ โดยศึกษาจากประชากร ดังนี้ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน (R1) คือ นักเรียน 50 คน ผู้ปกครองจำนวน 30 คน และ ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย 10 คน ประชากรในการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบ (D1) คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในปีการศึกษา 2563 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 5 ห้อง จำนวน 183 คน ซึ่งจัดห้องเรียนคละความสามารถ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาการส่งเสริมทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ (R2)โดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในปีการศึกษา 2563 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 5 ห้อง จำนวน 183 คน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาความพึงพอใจ (D2) คือเรียน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในปีการศึกษา 2563 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 5 ห้อง จำนวน 183 คน เครื่องมือที่ใช้ในเก็บข้อมูล แบบสอบถาม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาความแตกต่างแบบไม่อิสระ (Dependent) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือการพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาไทยโดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผลการวิจัยปรากฏดังนี้

1. การศึกษาข้อมูลพื้นฐานการพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาไทยโดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีองค์ประกอบ ได้พบหลักการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยอาศัยกระบวนการเรียนแบบร่วมมือ ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญ คือการเรียนรู้แบบความร่วมมือโดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 6 ขั้น ที่ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 ขั้นนำ ผู้สอนให้ผู้เรียนทำงานต่าง ๆที่ต้องการให้ผู้เรียนทำ ขั้นที่ 2 ขั้นการสร้างอุปมาแบตรงหรือเปรียบเทียบแบบตรง ผู้สอนเสนอคำคู่ให้ผู้เรียนได้เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง ขั้นที่ 3 ขั้นการสร้างอุปมาบุคคลหรือเปรียบเทียบบุคคลกับสิ่งของ ผู้สอนให้ผู้เรียนสมมติตนเองเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งและแสดงความรู้สึกออกมา ขั้นที่ 4 ขั้นการสร้างอุปมาคำคู่แย้ง ผู้สอนให้ผู้เรียนนำคำหรือวลีที่ได้จากการเปรียบเทียบในขั้นที่ 2 และ 3 มาประกอบกันเป็นคำใหม่มี่มีความหมายแย้งกันในตนเอง ขั้นที่ 5 ขั้นอธิบายตามความหมายของคำคู่ขัดแย้ง ผู้สอนให้ผู้เรียนช่วยกันอธิบายตามความหมายขอบคำคู่แย้งที่ได้ และ ขั้นที่ 6 ขั้นการนำความใหม่มาสร้างสรรค์งาน ผู้สอนให้ผู้เรียนนำงานที่ทำไว้เดิมในขั้นที่ 1 ออกมาทบทวนใหม่และลองเลือกนำความคิดที่ได้มาใหม่จากกิจกรรมขั้นที่ 5 มาใช้ในงานของตน ทำให้งานของตนมีการสร้างสรรค์มากขึ้น

2. ผลการหาประสิทธิภาพของการพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาไทยโดยใช้ทฤษฎีซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามเกณฑ์ (E1/E2) ตามเกณฑ์ 80/80 จากกลุ่มตัวอย่าง มีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 83.60/80.63

3. หลังเรียนตามรูปแบบการสอนนักเรียนมีทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 1

4. หลังเรียนตามรูปแบบการสอนพบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับดีมาก

โพสต์โดย เจนจิรา : [22 มิ.ย. 2564 เวลา 03:51 น.]
อ่าน [775] ไอพี : 61.19.123.174
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ