ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

งานวิจัย แก้ปัญหาการเรียนตรรกศาสตร์โดยเกมส์

บทคัดย่อ

จากการสอนตรรกศาสตร์มาหลาย ๆ ปีผู้สอนพบปัญหาการเรียนของนักเรียนในแต่ละปีว่านักเรียนไม่สามารถที่จะเรียนตรรกศาสตร์ได้เป็นส่วนมาก แต่ก็มีบางส่วนที่สามารถเรียนได้ด้วยความเข้า และนักเรียนไม่สามารถจำค่าความจริงของการเชื่อมประพจน์ ของทั้ง 4 ตัวเชื่อม ซึ่งมีทั้งหมด 16 ตัวได้ และเมื่อนักเรียนจำไม่ได้ ส่งผลให้นักเรียนไม่สนุกกับการเรียนและการเรียนกลายเป็นการเรียนที่น่าเบื่อ นักเรียนไม่สนใจ ไม่สามารถทำแบบฝึกทักษะ ไม่สามารถทำแบบทดสอบเมื่อครูประเมินนักเรียนได้ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนลดลง และนักเรียนเกิดอคติ มีทัศนคติที่ไมดีต่อการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์อีกด้วย

ผู้สอนจึงศึกษาและดูความสนใจนักเรียนส่วนใหญ่สนใจสิ่งใด ทำให้พบว่านักเรียนให้ความสนใจและสนุกการสิ่่งบันเทิงไม่ว่าเกมส์ หรือ เพลง ผู้สอนจึงคิดวิจัยออกมาในรูปแบบต่อเนื่องกัน คือ เกมส์มาประกอบการเรียนหลังจากนักเรียนได้ใช้เพลงประกอบการจำการหาค่าความจริงแล้วนั้น ผู้สอนได้สร้างเกมส์ขึ้น แล้วให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม และให้แต่ละกลุ่ม หาค่าความจริงจากโจทย์ในแผ่นเกมส์ที่นักเรียนได้รับ และพบว่า นักเรียนมีความสนุกและสนใจ นักเรียนได้ร้อง นักเรียนเริ่มสนุกมากขึ้น และนักเรียนเริ่มสนใจ และอยากเรียนมากขึ้น นักเรียนสามารถตอบปัญหา สามารถทำแบบฝึกทักษะได้โดยนักเรียนไม่ต้องไปเปิดตารางค่าความจริง และนักเรียนกล้ามากขึ้นในการนำเสนอ ในการแสดงความคิดเห็น กล้าที่จะออกมาทำแบบฝึกทักษะ หรือกล้าที่จะนำความรู้ที่ตัวเองได้รับจากเพลง ไปสอน หรือถ่ายทอดให้กับเพื่อนต่อไป

จุดประสงค์

1) ให้นักเรียนได้รับความรู้ที่ยังยื่น

2)ให้นักเรียนสามารถหาค่าความจริงของการเชื่อมประพจน์ได้โดยไม่น่าเบื่อ

3) ให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1) นักเรียนสามารถมีความรู้ที่ตลอดไปนำไปใช้ประยุกต์ใช้ ในการเรียนเรื่อง ๆ อื่นได้

2) นักเรียนทำกิจกรรม และเรียนได้อย่างสนุกสนาน และส่งงานตรงเวลา ทำแบบฝึกทักษะได้

3) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น

สรุป

จากการประเมินผลการใช้สื่อการสอนโดยเกมส์พบว่า นักเรียนมีความรู้ที่ยังยืนและนักเรียนสามารถบอกค่าความจริงได้โดยที่นักเรียนไม่ต้องเปิดตารางค่าความจริงจากหนังสือ ตลอด และนักเรียนสามารถแก้ปัญหา ทำแบบฝึกทักษะได้เร็วขึ้น นักเรียนมีความสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อแบบเดิม ๆ นักเรียนให้ความสนใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตรืมากขึ้น นักเรียนสามารถร่วมกิจกรรมทำงานเป็นกลุ่มกับเพื่อนได้อย่างสนุก นักเรียนเกิดความสามัคคี มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ผลการวัดผลทางการเรียนในเรื่อง ตรรกศาสตร์ของนักเรียน ผุ้สอนได้ประเมินออกมาพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่ดี

โพสต์โดย nuntp_spr : [17 ก.ค. 2565 เวลา 07:07 น.]
อ่าน [102884] ไอพี : 171.97.109.173
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,639 ครั้ง
ดูกันชัดๆ ค่าเทอมหลักแสน โรงเรียนอินเตอร์
ดูกันชัดๆ ค่าเทอมหลักแสน โรงเรียนอินเตอร์

เปิดอ่าน 32,934 ครั้ง
การวัดปริมาณน้ำฝน
การวัดปริมาณน้ำฝน

เปิดอ่าน 10,460 ครั้ง
ครูพันธุ์ควอลิตี้
ครูพันธุ์ควอลิตี้

เปิดอ่าน 34,250 ครั้ง
ปวดหัว แก้ด้วยวารีบำบัด
ปวดหัว แก้ด้วยวารีบำบัด

เปิดอ่าน 16,545 ครั้ง
ระบบสุริยะอาจสูญสลาย! เมื่อนักดาราศาสตร์พบปรากฏการณ์ "ดาวมรณะ" กลืนดาวบริวาร
ระบบสุริยะอาจสูญสลาย! เมื่อนักดาราศาสตร์พบปรากฏการณ์ "ดาวมรณะ" กลืนดาวบริวาร

เปิดอ่าน 12,062 ครั้ง
5 ซุปเปอร์ฟู้ดส์...ที่สาวๆ ขาดไม่ได้
5 ซุปเปอร์ฟู้ดส์...ที่สาวๆ ขาดไม่ได้

เปิดอ่าน 20,372 ครั้ง
เทคนิคเจ๋งๆ ผสมไข่เเดงให้เข้ากัน ทำอย่างไรไปชมกันเลย
เทคนิคเจ๋งๆ ผสมไข่เเดงให้เข้ากัน ทำอย่างไรไปชมกันเลย

เปิดอ่าน 2,082 ครั้ง
การทำ SEO ทำยังไงให้ติดหน้าแรก Google กลยุทธ์ทางการตลาดที่หลายธุรกิจเลือกใช้
การทำ SEO ทำยังไงให้ติดหน้าแรก Google กลยุทธ์ทางการตลาดที่หลายธุรกิจเลือกใช้

เปิดอ่าน 48,981 ครั้ง
คำศัพท์ภาษาอังกฤษหมวดชื่อเดือนทั้ง 12 เดือน
คำศัพท์ภาษาอังกฤษหมวดชื่อเดือนทั้ง 12 เดือน

เปิดอ่าน 1,831 ครั้ง
วางแผนการเงินฉบับคนรุ่นใหม่ จัดการหนี้ยังไงให้ชีวิตไม่สะดุด
วางแผนการเงินฉบับคนรุ่นใหม่ จัดการหนี้ยังไงให้ชีวิตไม่สะดุด

เปิดอ่าน 12,737 ครั้ง
เคล็ดลับเรียนภาษา ให้ได้ผล
เคล็ดลับเรียนภาษา ให้ได้ผล

เปิดอ่าน 24,688 ครั้ง
คู่มือประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม(พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5ปี) ฉบับสถานศึกษา(แก้ไข)
คู่มือประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม(พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5ปี) ฉบับสถานศึกษา(แก้ไข)

เปิดอ่าน 6,682 ครั้ง
วิธีใช้ "เขียง" ให้ปลอดภัย
วิธีใช้ "เขียง" ให้ปลอดภัย

เปิดอ่าน 19,864 ครั้ง
กินพริกแล้วจะช่วยให้ลดความอ้วนได้หรอ?
กินพริกแล้วจะช่วยให้ลดความอ้วนได้หรอ?

เปิดอ่าน 20,172 ครั้ง
แอบดูไลน์ เป็นไปได้หรือไม่
แอบดูไลน์ เป็นไปได้หรือไม่

เปิดอ่าน 13,464 ครั้ง
8 การออกกำลังดีที่สุด และแย่ที่สุดสำหรับหัวใจ
8 การออกกำลังดีที่สุด และแย่ที่สุดสำหรับหัวใจ
เปิดอ่าน 16,847 ครั้ง
10 อันตรายทลายโลก จากเทคโนโลยี
10 อันตรายทลายโลก จากเทคโนโลยี
เปิดอ่าน 13,259 ครั้ง
รสชาติแบบไหนดีต่อสุขภาพ
รสชาติแบบไหนดีต่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 2,504 ครั้ง
จากบ้านเกิดสู่เมืองกรุง: วางแผนหางานกรุงเทพอย่างเป็นระบบสำหรับมือใหม่
จากบ้านเกิดสู่เมืองกรุง: วางแผนหางานกรุงเทพอย่างเป็นระบบสำหรับมือใหม่
เปิดอ่าน 100,024 ครั้ง
ดูให้รู้ - วิธีการสอนเพื่อพัฒนาสมองทั้งซีกขวาและซ้ายในญี่ปุ่น
ดูให้รู้ - วิธีการสอนเพื่อพัฒนาสมองทั้งซีกขวาและซ้ายในญี่ปุ่น

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ