ชื่อเรื่องงานวิจัย: การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาภาษากับวัฒนธรรม หน่วยคติชาวบ้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนครบุรี
ผู้วิจัย: นางชมพูนุท สุขรมย์
ปีพ.ศ. 2563
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐาน แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม และการทำโครงงานหน่วยคติชาวบ้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนครบุรี 2) เพื่อพัฒนาร่างหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม หน่วยคติชาวบ้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนครบุรี 3) เพื่อทดลองใช้หลักสูตร โดยมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ 3.1 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ก่อนและหลังการจัดการเรียนเนื้อหาตามหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม หน่วยคติชาวบ้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนครบุรี 3.2 เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการทำโครงงาน ก่อนและหลังการจัดการเรียนเนื้อหาตามหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม หน่วยคติชาวบ้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนครบุรี 3.3 เพื่อศึกษาเจตคติที่ดีต่อท้องถิ่น อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา หลังการจัดการเรียนเนื้อหาตามหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม หน่วยคติชาวบ้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนครบุรี และ 4) เพื่อประเมินหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม หน่วยคติชาวบ้านสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนครบุรี กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 โรงเรียนครบุรี อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 35 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม หน่วยคติชาวบ้าน จำนวน 8 แผน 2) แบบบันทึกการสนทนากลุ่มย่อย 3) แบบสัมภาษณ์เชิงลึก 4) แบบบันทึกการประชุมแบบมีส่วนร่วม 5) แบบประเมินร่างหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม หน่วยคติชาวบ้าน 6) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 7)แบบประเมินทักษะในการทำโครงงาน 8) แบบประเมินเจตคติ 9) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test Dependent) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน พบว่า ครูผู้สอน นักเรียน และผู้เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญและต้องการให้พัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม หน่วยคติชาวบ้าน การจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับคติชาวบ้านในท้องถิ่น คาดหวังให้นักเรียนได้ศึกษาประเภทของคติชาวบ้าน ภาษาถิ่นที่ปรากฏในคติชาวบ้านประเภทต่าง ๆ ในแหล่งเรียนรู้ในชุมชนของตนเอง โดยมีปราชญ์ชาวบ้านในท้องถิ่นร่วมจัดการเรียนรู้ และประเมินผล
2. ผลการพัฒนาหลักสูตร พบว่า หลักสูตรประกอบด้วย หลักการ จุดมุ่งหมาย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ คำอธิบายรายวิชา แนวทางการจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนการสอน การประเมินผล หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หลักสูตร ซึ่งประกอบด้วย สาระสำคัญ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียน การวัดผลประเมินผล แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม
3. ผลการทดลองใช้หลักสูตรกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 โรงเรียนครบุรี จำนวน 35 คน ใช้เวลา 16 ชั่วโมง จัดการเรียนรู้แบบโครงงานในการศึกษาคติชาวบ้าน โดยครูผู้สอนและปราชญ์ชาวบ้านในท้องถิ่น ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากศึกษาแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อทำโครงงาน ในเรื่องคติชาวบ้านที่ปรากฏในท้องถิ่น พบว่านักเรียนมีความตั้งใจรับผิดชอบ เอาใจใส่ในการศึกษาเรียนรู้ เพียรพยายาม อดทน และร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมโครงงานคติชาวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ผลการประเมินและปรับปรุงหลักสูตรพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาเพิ่มเติมภาษากับวัฒนธรรม หลังการใช้หลักสูตรสูงกว่าก่อนการใช้หลักสูตรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 นักเรียนมีความสามารถในการทำโครงงาน หน่วยคติชาวบ้านอยู่ในระดับดี นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อท้องถิ่นตนเองในเรื่องคติชาวบ้าน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอยู่ในระดับปานกลาง และเห็นว่าหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม หน่วยคติชาวบ้าน ทำให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปอนุรักษ์ภาษาถิ่นของตนเองได้