ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาสภาพแวดล้อม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ โรงเรียนบ้านทอนหาน ปีการศึกษา 2564

การประเมินโครงการพัฒนาสภาพแวดล้อม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ โรงเรียนบ้านทอนหาน ปีการศึกษา 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินด้านสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิตของโครงการ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) เป็นกรอบแนวคิดในการประเมินเกี่ยวกับความสำเร็จของการดำเนินงาน ได้แก่ ผลสำเร็จของการดำเนินงานโครงการความพึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการดำเนินงานโครงการ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินโครงการครั้งนี้ ทั้งสิ้นจำนวน 79 คน ประชากรศึกษาจากจำนวนครูทั้งหมด 8 คน และกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย นักเรียนจำนวน 32 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 32 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยกเว้นผู้บริหารและผู้แทนครู จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ รวมทั้งสิ้น 5 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (MU, X-Bar ) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Sigma, S.D.)

ผลการประเมินสรุปได้ดังนี้

1. ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อมของโครงการ

1.1 ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อม ตามความคิดเห็นของครู พบว่าค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (MU=4.55, Sigma=0.50) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

1.2 ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อม ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่าค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (X-Bar =4.56, S.D.=0.50) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ

2.1 ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า ตามความคิดเห็นของครู พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (MU=4.51, Sigma=0.53) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

2.2 ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (X-Bar =4.54, S.D.=0.50) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการของโครงการ

3.1 ผลการประเมินด้านกระบวนการ ตามความคิดเห็นของครู พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (MU=4.63, Sigma=0.49) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

3.2 ผลการประเมินด้านกระบวนการ ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( X-Bar=4.62, S.D.=0.49) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4. ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ

4.1 ผลการประเมินความสำเร็จที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการ

4.1.1 ผลการประเมินความสำเร็จที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการตามความคิดเห็นของนักเรียน พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( X-Bar=4.69, S.D.=0.46) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.1.2 ผลการประเมินความสำเร็จที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการ ตามความคิดเห็นของครู พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (MU=4.74, Sigma=0.44) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.1.3 ผลการประเมินความสำเร็จที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการ ตามความคิดเห็นของผู้ปกครอง พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( X-Bar=4.66, S.D.=0.47) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.1.4 ผลการประเมินความสำเร็จที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการ ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( X-Bar=4.66, S.D.=0.48) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.2 ผลการประเมินความพึงพอใจที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการ

4.2.1 ผลการประเมินความพึงพอใจที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการ ตามความคิดเห็นของนักเรียน พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( X-Bar=4.64, S.D.=0.48) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.2.2 ผลการประเมินความพึงพอใจที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการ ตามความคิดเห็นของครู พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (MU=4.76, Sigma=0.43) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.2.3 ผลการประเมินความพึงพอใจที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการ ตามความคิดเห็นของผู้ปกครอง พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( X-Bar=4.63, S.D.=0.49) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.2.4 ผลการประเมินความพึงพอใจที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการ ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับ มากที่สุด ( X-Bar=4.63, S.D.=0.47) และผ่านเกณฑ์การประเมิน

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้

1. ควรนำผลการประเมินโครงการมาวิเคราะห์หาจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา เพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางในการพัฒนาสภาพแวดล้อม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ เพราะจะทำให้รู้ทิศทางของการพัฒนาในแต่ละด้าน เกิดความคล่องตัวในการประสานงานกับทุก ๆ ฝ่าย และจะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

2. ควรพัฒนาสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้นักเรียนได้ใช้แหล่งเรียนรู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มุ่งพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น

3. ควรนำผลการประเมินไปใช้ เพื่อนำไปวางแผนการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา ของสถานศึกษาต่อไป

ข้อเสนอแนะในการประเมินครั้งต่อไป

1. การประเมินโครงการพัฒนาสภาพแวดล้อม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ ในครั้งต่อไป ควรเพิ่มประเด็นและด้านของการประเมินให้มากขึ้น มีการพัฒนาสภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้น โดยให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วม มีการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

2. ควรมีการประเมินโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียน ในระดับงานหรือกลุ่มงานย่อยทุกโครงการ โดยการประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินอื่นที่เหมาะสม และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

3. ควรศึกษางานวิจัยและการประเมินโครงการอื่น ๆ นำมาประยุกต์ใช้ในครั้งต่อไป เพื่อให้การดำเนินโครงการมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา

โพสต์โดย กาญจนา คงเลิศ : [23 ก.ย. 2565 เวลา 12:32 น.]
อ่าน [101874] ไอพี : 118.173.153.141
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 22,121 ครั้ง
ภาษาพูด
ภาษาพูด

เปิดอ่าน 12,002 ครั้ง
บัตรประชาชนทายรัก
บัตรประชาชนทายรัก

เปิดอ่าน 15,683 ครั้ง
คลิป"เล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย" โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คลิป"เล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย" โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เปิดอ่าน 14,100 ครั้ง
เกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐานครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ฉบับเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562
เกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐานครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ฉบับเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562

เปิดอ่าน 21,227 ครั้ง
การย้ายพนักงานงานราชการ
การย้ายพนักงานงานราชการ

เปิดอ่าน 17,073 ครั้ง
ใบชะมวง ต้านมะเร็งและแบคทีเรีย
ใบชะมวง ต้านมะเร็งและแบคทีเรีย

เปิดอ่าน 13,155 ครั้ง
เดิน วิ่ง เพื่อบำรุงสมอง
เดิน วิ่ง เพื่อบำรุงสมอง

เปิดอ่าน 324,227 ครั้ง
รายการคำทับศัพท์รวบรวมจากการสะกดตามราชบัณฑิตยสถาน
รายการคำทับศัพท์รวบรวมจากการสะกดตามราชบัณฑิตยสถาน

เปิดอ่าน 32,472 ครั้ง
การปรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
การปรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน

เปิดอ่าน 16,816 ครั้ง
10 อันตรายทลายโลก จากเทคโนโลยี
10 อันตรายทลายโลก จากเทคโนโลยี

เปิดอ่าน 17,319 ครั้ง
การเลือกโต๊ะสำหรับการเขียนหนังสือ
การเลือกโต๊ะสำหรับการเขียนหนังสือ

เปิดอ่าน 16,880 ครั้ง
ถั่วพร้า
ถั่วพร้า

เปิดอ่าน 410 ครั้ง
Rotator Cuff Syndrome คือโรคอะไร? มีกี่ประเภท รักษาอย่างไร
Rotator Cuff Syndrome คือโรคอะไร? มีกี่ประเภท รักษาอย่างไร

เปิดอ่าน 23,065 ครั้ง
วันอาสาฬหบูชา
วันอาสาฬหบูชา

เปิดอ่าน 22,526 ครั้ง
กินรสจืด ยืดชีวิต
กินรสจืด ยืดชีวิต

เปิดอ่าน 2,724 ครั้ง
ทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เปิดอ่าน 2,893 ครั้ง
การเรียนการสอนแบบ e-Learning
การเรียนการสอนแบบ e-Learning
เปิดอ่าน 15,182 ครั้ง
การนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน
การนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน
เปิดอ่าน 72,543 ครั้ง
เครื่องแบบข้าราชการ
เครื่องแบบข้าราชการ
เปิดอ่าน 49,374 ครั้ง
ทานโจ๊กตอนเช้ามีประโยชน์อย่างไร
ทานโจ๊กตอนเช้ามีประโยชน์อย่างไร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ