|
Advertisement
|
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4) ประเมินผลรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือประชากร ได้แก่ โรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษาในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 845 โรงเรียน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ Krejecie & Morgan ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 165 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.985 โดยมีการดำเนินการวิจัยเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการยืนยันรูปแบบการนิเทศของผู้เชี่ยวชาญที่เลือกแบบเจาะจง (Purpose Sampling) จำนวน 13 คน ด้วยวิธีการอภิปรายกลุ่ม (Focus Group Discussion) เพื่อตรวจสอบรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ 3 ศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า สภาพปัจจุบันในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านที่มีสภาพปัจจุบันสูงสุด ได้แก่ ด้านการยกระดับผลสัมฤทธิ์และด้านที่มีสภาพปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำสุด ได้แก่ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา สภาพที่พึงประสงค์ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านที่มีสภาพที่พึงประสงค์สูงสุด ได้แก่ ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และด้านที่มีสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับต่ำสุด ได้แก่ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การประเมินความต้องการจำเป็น พบว่า ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุด ได้แก่ ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และค่าดัชนีความต้องการจำเป็นต่ำสุด ได้แก่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้Technology Digital 2) ผลการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า รูปแบบการนิเทศภายในฯได้ผ่านการตรวจสอบและยืนยันรูปแบบการนิเทศและคู่มือโดยผู้เชี่ยวชาญ ในด้านความสอดคล้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ พบว่า ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศฯในภาพรวมทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ผู้บริหาร หัวหน้าวิชาการและครูที่ได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สามารถพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการเรียนการสอนอย่างน้อยคนละ 1 เรื่องต่อปีการศึกษา และผลการประเมินความพึงพอใจของการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ในระดับมากที่สุด 4) ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศภายในฯจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้รูปแบบการนิเทศภายในฯ มีผลการประเมินทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ความสอดคล้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
คำสำคัญ : รูปแบบการนิเทศภายใน,ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ,นวัตกรรมด้านการจัดการเรียน
การสอน,โรงเรียนเอกชน
|
โพสต์โดย ข้าว : [31 ก.ค. 2566 เวลา 13:41 น.] อ่าน [100264] ไอพี : 223.206.221.85
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 10,636 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,284 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,271 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,167 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,034 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,190 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 35,235 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,731 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,013 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 28,100 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,370 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,017 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 341,886 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,968 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,010 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 12,558 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 62,264 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 33,145 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,733 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 47,372 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|