ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
วิจัยในชั้นเรียน

รายงานวิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566

ชื่อเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาเคมี เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์

โดยใช้เทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา

ชื่อผู้วิจัย นายสมพงษ์ กลับเส็ง

ปีที่ศึกษา ปีการศึกษา 2566

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ความเป็นมาและความสำคัญ

กระบวนการจัดการเรียนรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพัฒนาด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ตลอดจนการคิดแก้ปัญหาของนักเรียน เพราะฉะนั้นการเลือกรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม หรือเลือกประสบการณ์ต่างๆ ทีดีให้กับนักเรียน เน้นให้นักเรียนได้ฝึกคิด และแก้ปัญหาด้วยตนเอง จะสามารถทำให้นักเรียนพัฒนาสติปัญญาและความคิดของนักเรียนได้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาตามศักยภาพ และตามธรรมชาติ คือสามารถพัฒนาได้ทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กระบวนการคิดและเจตคติทางวิทยาศาสตร์

ซึ่งจากการสังเกตผลการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า นักเรียนมีปัญหาเรื่องของการเรียนเคมี โดยเฉพาะเรื่องปริมาณสัมพันธ์ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่เป็นการคำนวณ ซึ่งทำให้ผลการเรียนของนักเรียนค่อนข้างต่ำ จึงส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาเคมี ต่ำกว่าเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนด

จากสภาพปัญหาและแนวคิดดังกล่าว จึงทำให้หาวิธีการให้นักเรียนมีผลการเรียนเรื่อง

ปริมาณสัมพันธ์ รายวิชาเคมี2 (เพิ่มเติม) สูงขึ้น เพื่อส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น เพื่อเป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อผลทางการเรียน เรื่องปริมาณสัมพันธ์ รายวิชาเคมี2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อนักเรียนได้ใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเป็นแนวทางในการศึกษาหาความรู้ของนักเรียน พร้อมทั้งแนวทางในการจัดการเรียนรู้ของครูต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาผลการเรียนของนักเรียนโดยการใช้กระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับเทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา ในวิชาเคมี2 ว 30222 เรื่องปริมาณสัมพันธ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

2. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ในรายวิชาเคมี 2 ว30222 ให้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

3. เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ ในระดับ มากขึ้นไป และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาเคมี

วิธีดำเนินการวิจัย

ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง

- นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย/นวัตกรรม

- โจทย์ปัญหาเคมี เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้เทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา

การเก็บรวบรวมข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง

การวิเคราะห์ข้อมูล/สถิติที่ใช้ในการวิจัย ค่าเฉลี่ย ((x)) ̅ , ร้อยละ (%)

วิธีดำเนินการวิจัย

1. ศึกษา วิเคราะห์ หลักสูตร และ แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาที่เรียน การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น และเทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา

- การสร้างความสนใจ (Engage) เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้น

เองจากความสงสัยหรือความสนใจของตัวนักเรียนเอง หรือเกิดจากการอภิปรายภายในกลุ่ม เรื่องที่น่าสนใจอาจมาจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลานั้น หรือเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่เพิ่งเรียนมารู้มาแล้วเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนสร้างคำถาม กำหนดประเด็นที่จะศึกษา ในกรณีที่ยังไม่มีประเด็นใดน่าสนใจ ครูอาจะจะจัด กิจกรรมหรือสถานการณ์เพื่อกระตุ้น ยั่วยุ หรือท้าทายให้นักเรียนตื่นเต้น สงสัย ใครรู้ อยากรู้อยากเห็น หรือขัดแย้ง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา การศึกษาค้นคว้า หรือการทดลอง แต่ไม่ควรบังคับให้นักเรียนยอมรับประเด็นหรือปัญหาที่ครูกำลังสนใจเป็นเรื่องที่จะศึกษา ทำได้หลายแบบ เช่น สาธิต ทดลอง นำเสนอข้อมูล เล่าเรื่อง/เหตุการณ์ ให้ค้นคว้า/อ่านเรื่อง อภิปราย/พูดคุย สนทนา ใช้เกม ใช้สื่อ วัสดุอุปกรณ์ สร้างสถานการณ์/ปัญหาที่น่าสนใจ ที่น่าสงสัยแปลกใจ

- การสำรวจและค้นคว้า (Explore) นักเรียนดำเนินการสำรวจ ทดลอง ค้นหา และรวบรวมข้อมูล วางแผนกำหนดการสำรวจตรวจสอบ หรือออกแบบการทดลอง ลงมือปฏิบัติ เช่น สังเกต วัด ทดลอง รวบรวมข้อมูล ข้อสนเทศ หรือปรากฎการณ์ต่างๆ

- การอธิบาย (Explain) นักเรียนนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและค้นหามาวิเคราะห์ แปลผล สรุปและอภิปราย พร้อมทั้งนำเสนอผลงานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอาจเป็นรูปวาด ตาราง แผนผัง ผลงานมีความหลากหลาย สนับสนุนสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือโต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำหนดไว้ โดยมีการอ้างอิงความรู้ประกอบการให้เหตุผลสมเหตุสมผล การลงข้อสรุปถูกต้องเชื่อถือได้ มีเอกสารอ้างอิงและหลักฐานชัดเจน

- การขยายความรู้ (Evaborate)

ครูจัดกิจกรรมหรือสถานการณ์ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ลึกซื้งขึ้น หรือขยายกรอบความคิดกว้างขึ้นหรือเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่ความรู้ใหม่หรือนำไปสู่การศึกษาค้นคว้า ทดลอง เพิ่มขึ้น เช่น ตั้งประเด็นเพื่อให้นักเรียน ชี้แจงหรือร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซักถามให้นักเรียนชัดเจนหรือกระจ่างในความรู้ที่ได้หรือเชื่อมโยงความรู้ที่ได้กับความรู้เดิม

นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม เช่น อธิบายและขยายความรู้เพิ่มเติมมีความละเอียดมากขึ้น ยกสถานการณ์ ตัวอย่าง อธิบายเชื่อมโยงความรู้ที่ได้เป็นระบบและลึกซึ้งยิ่งขึ้น หรือสมบูรณ์ละเอียดขึ้น นำไปสู่ความรู้ใหม่หรือความรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ประยุกต์ความรู้ที่ได้ไปใช้ในเรื่องอื่นหรือสถานการณ์อื่นๆ หรือสร้างคำถามใหม่และออกแบบการสำรวจ ค้นหา และรวบรวมเพื่อนำไปสู่การสร้างความรู้ใหม่

- การประเมิน (Evaluate)

นักเรียนระบุสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ทั้งด้านกระบวนการและผลผลิต

นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องของความรู้ที่ได้ เช่น วิเคราะห์วิจารณ์แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน คิดพิจารณาให้รอบคอบทั้งกระบวนการและผลงาน อภิปราย ประเมินปรับปรุง เพิ่มเติมและสรุป ถ้ายังมีปัญหา ให้ศึกษาทบทวนใหม่อีกครั้ง อ้างอิงทฤษฎีหรือหลักการและเกณฑ์ เปรียบเทียบผลกับสมมติฐาน เปรียบเทียบความรู้ใหม่กับความรู้เดิม

นักเรียนทราบจุดเด่น จุดด้อยในการศึกษาค้นคว้า หรือทดลองมาถึงตอนนี้เราก็ทราบทั้งเรื่องเกี่ยวกับแนวคิด ทฤษฎี และรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Inquiry

เทคนิคการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา

ขั้นที่ 1 การทำความเข้าใจปัญหา นักเรียนต้องทำความเข้าใจโจทย์ขั้นนี้เป็นการช่วยให้

นักเรียนรู้จักวิเคราะห์โจทย์ที่พบว่าโจทย์กำหนดอะไรให้บ้าง และสิ่งที่กำหนดให้มีความสัมพันธ์กันอย่างไรมีเงื่อนไขอะไรบ้างในการที่จะช่วยหาสิ่งที่โจทย์ต้องการทราบ

ขั้นที่ 2 การวางแผนแก้ปัญหา นักเรียนต้องรู้จักการวางแผนการแก้ปัญหาโดยจะคิดหา

วิธีการวางแผนการแก้ปัญหา ว่าจะใช้วิธีการหรือหลักการใดมาคิดแก้ปัญหานั้นๆ

ขั้นที่ 3 การดำเนินการตามแผน นักเรียนจะต้องดำเนินการคำนวณตามแผนที่วางไว้นั้น

ขั้นที่ 4 การตรวจสอบ เมื่อนักเรียนแก้ปัญหาสำเร็จก็จะตรวจสอบดูว่าผลที่ได้นั้น ถูกต้องมีความเป็นไปได้สำหรับโจทย์นั้นหรือไม่ (Polya, 1957: 87 อ้างถึงใน โสมภิลัย สุวรรณ์, 2554: 16–17)

2. ออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้

สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง

- จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเคมี เรื่องปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการสอนแบบ

สืบเสาะหาความรู้ร่วมกับวิธีการแก้โจทย์ปัญหาตามแนวคิดของโพลยา จำนวน 5 แผน โดยสร้างและหาคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้

ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและทำความเข้าใจวิธีการจัดการ เรียนรู้ตามแนวคิด

ของโพลยา ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สร้างโครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เขียนแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเคมี ตามแนวคิดของโพลยา

นำแผนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เชี่ยวชาญ (คณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ในชั่วโมง PLC) เพื่อตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข

- ทำแบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาเคมี โดยสร้างและหาคุณภาพของ

แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาเคมี ดังนี้

ศึกษาแนวคิดทฤษฎีวิธีการ สร้างแบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหา

เคมี

ศึกษาแบบเรียนคู่มือครูการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วิเคราะห์ความสอดคล้อง สร้างแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน

30 ข้อ นำแบบทดสอบให้ผู้เชี่ยวชาญจากการประชุมกลุ่ม PLC ตรวจสอบเพื่อปรับปรุงแก้ไข

- แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของโพลยา โดยสร้าง

และหาคุณภาพของแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของโพลยา ดังนี้

ศึกษา เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวกับความพึงพอใจ สร้างแบบประเมินความพึงพอใจมี

ลักษณะเป็นแบบสอบถามที่ใช้ มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ 10 ข้อ นำแบบประเมินความพึงพอใจตรวจสอบเพื่อปรับปรุงแก้ไข

3. แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อตรวจสอบคุณภาพการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้

4. ปรับปรุง/พัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้

- การปฏิบัติ (Do)

จัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับ

เทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา

ขั้นตอนการดำเนินการพัฒนา

การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาเคมี เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้เทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา โดยมีขั้นตอนนี้

1. การคิดค้น (invention)

- ศึกษา แนวคิดและทฤษฎี วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 กลุ่ม

สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลักสูตรสถานศึกษา แนวคิดทฤษฎีการแก้โจทย์ปัญหาของ

โพลยา

- วิเคราะห์ข้อมูลการศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคลที่ผู้สอนได้ทำการสำรวจก่อนเริ่มเรียนภาค

เรียนที่ 2/2564

- วางแผนออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 E ร่วมกับการใช้เทคนิคการ

แก้โจทย์ปัญหาของโพลยา

2. การพัฒนา (Development)

การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ โดยจัดทำตามขั้นตอนดังนี้

- วิเคราะห์คำอธิบายรายวิชา เพื่อกำหนดหน่วยการเรียนรู้ หัวข้อการเรียนรู้ และเวลาที่

จะใช้การทำกิจกรรม

- วิเคราะห์จุดประสงค์รายวิชาและมาตรฐานรายวิชา เพื่อกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังให้

เกิดขึ้นกับผู้เรียน ทั้งด้าน ความรู้ทักษะกระบวนการ เจตคติและพฤติกรรมลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ โดยการเขียนในรูปจุดประสงค์ทั่วไปและเชิงพฤติกรรม

- วิเคราะห์สาระการเรียนรู้จากผลการเรียนรู้ในรายวิชาเคมี 2 ว30222

- วิเคราะห์กระบวนจัดการเรียนรู้ เลือกรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับจุดประสงค์

การเรียนรู้ สามารถเรียนรู้ได้ง่าย เหมาะสมกับวัย ธรรมชาติของผู้เรียนและสถานที่ กิจกรรมที่ปฏิบัติควรสอดคล้องกับชีวิตประจำวันและชีวิตจริง มีทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน

- วิเคราะห์กระบวนประเมินผล วิธีการวัดและประเมินผลต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์การ

เรียนรู้ใช้วิธีการวัดที่หลากหลาย แปลผลการวัดและการประเมินเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุง

- วิเคราะห์แหล่งการเรียนรู้ โดยให้เรียนรู้จากแหล่งความรู้หลากหลาย

- จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องปริมาณสัมพันธ์ จำนวน 5 คาบ

การสร้างเครื่องมือวัดและประเมิน ดังนี้

- แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับเทคนิคการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา จำนวน 5 แผน

- ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เรื่องปริมาณสัมพันธ์ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ

- แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ผลงานที่เกิดจากการดำเนินงาน

เชิงปริมาณ

1. ผู้เรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับเทคนิค

การแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องปริมาณสัมพันธ์ มีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อย 75

ผลการพัฒนา พบว่า ผู้เรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับเทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องปริมาณสัมพันธ์ มีผลการเรียนเฉลี่ยหลังเรียน ร้อยละ 81.92 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ตารางที่ 1 แสดงคะแนนก่อน และหลังเรียน และคะแนนการพัฒนา

เลขที่ คะแนน

ก่อนเรียน

(30 คะแนน) คะแนน

หลังเรียน

(30 คะแนน) คะแนน

พัฒนา เลขที่ คะแนน

ก่อนเรียน

(30 คะแนน) คะแนน

หลังเรียน

(30 คะแนน) คะแนน

พัฒนา

1 10 25 15 21 8 23 15

2 10 24 14 22 10 25 15

3 9 26 17 23 12 24 12

4 11 23 12 24 12 21 9

5 10 24 14 25 15 22 7

6 10 25 15 26 13 22 9

7 8 25 17 27 9 26 17

8 9 24 15 28 9 25 16

9 9 26 17 29 10 25 15

10 12 25 13 30 10 26 16

11 13 26 13 31 11 23 12

12 11 28 17 32 11 24 13

13 11 24 13 33 12 27 15

14 14 23 9 34 12 28 16

15 11 21 10 35 10 24 14

16 9 25 16 36 10 25 15

17 10 25 15 37 14 26 12

18 11 26 15 38 11 24 13

19 12 24 12 39 10 26 16

20 13 24 11 40 9 24 15

ร้อยละ 35.92 81.92 46.00

2. ผู้เรียนมีผลโดยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเคมี 2 ว30222 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75

ผลการพัฒนา พบว่า ผู้เรียนมีผลโดยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเคมี 2 ว30222ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย ร้อยละ 76.12 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

2. เชิงคุณภาพ

ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับมากขึ้นไป และมีเจตคติที่ดีต่อ

วิชาเคมี

ผลการพัฒนา พบว่า ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับ มาก

สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ตารางที่ 3 แสดงความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ที่ รายการ/ข้อคำถาม X ̅ แปลความหาย

1 นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรีนการสอนโดยใช้เทคนิคการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา 4.58 มากที่สุด

2 นักเรียนมีบทบาทในการเรียนมากขึ้นจากการจัดกิจกรรม 4.38 มาก

3 การเตรียมการสอนมีขั้นตอนที่สามารถเข้าใจง่ายขึ้น 4.62 มากที่สุด

4 กระตุ้นให้เกิดการวิเคราะห์เนื้อหาจากการเรียนรู้ 4.12 มาก

5 เวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 4.58 มากที่สุด

6 สื่อการสอนเหมาะสมกับเนื้อหาวิชาและช่วยให้เกิดการเรียนรู้ 4.37 มาก

7 เอกสารประกอบการเรียนมีความสอดคล้องกับเนื้อหา 4.33 มาก

8 การจัดกิจกรรมสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนรู้ 4.25 มาก

9 การอธิบายเนื้อหาและยกตัวอย่างประกอบ ตรงประเด็น เข้าใจง่าย และชัดเจน 4.54 มากที่สุด

10 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทำให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาเคมี 4.67 มากที่สุด

รวม (เฉลี่ย) 4.44 มาก

โพสต์โดย ครูดิว : [12 ก.ย. 2566 เวลา 11:49 น.]
อ่าน [1291] ไอพี : 223.207.238.78
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 27,667 ครั้ง
สกิมเมอร์ : เทคโนโลยีโฉดเพื่อทรชน
สกิมเมอร์ : เทคโนโลยีโฉดเพื่อทรชน

เปิดอ่าน 14,442 ครั้ง
อย.เตือนหยุดใช้ลิปสติกดังบางรุ่นชั่วคราว หลังสื่อนอกตีข่าวพบปนเปื้อนสารตะกั่ว
อย.เตือนหยุดใช้ลิปสติกดังบางรุ่นชั่วคราว หลังสื่อนอกตีข่าวพบปนเปื้อนสารตะกั่ว

เปิดอ่าน 11,432 ครั้ง
ความต่างของ 3จี กับ 3.9จี
ความต่างของ 3จี กับ 3.9จี

เปิดอ่าน 15,356 ครั้ง
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล

เปิดอ่าน 201,988 ครั้ง
สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ
สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

เปิดอ่าน 161,561 ครั้ง
"ปฏิรูปการสอบครูผู้ช่วย ถึงเวลาหรือยัง?" : ควันหลงสอบครูผู้ช่วย
"ปฏิรูปการสอบครูผู้ช่วย ถึงเวลาหรือยัง?" : ควันหลงสอบครูผู้ช่วย

เปิดอ่าน 13,572 ครั้ง
เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ในแต่ละปี
เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ในแต่ละปี

เปิดอ่าน 10,458 ครั้ง
การทำงานของ"รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์"ในสายตาประชาชน
การทำงานของ"รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์"ในสายตาประชาชน

เปิดอ่าน 11,411 ครั้ง
อาหารเพิ่มน้ำหนักลูก
อาหารเพิ่มน้ำหนักลูก

เปิดอ่าน 15,243 ครั้ง
โรงเรียนสุขภาวะตอบโจทย์ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
โรงเรียนสุขภาวะตอบโจทย์ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”

เปิดอ่าน 10,800 ครั้ง
น้ำคั้นหัวบีทรู้ท ช่วยลดความดันได้ชัวร์
น้ำคั้นหัวบีทรู้ท ช่วยลดความดันได้ชัวร์

เปิดอ่าน 14,062 ครั้ง
การออกกำลังของผู้ที่มีโรคหัวใจ
การออกกำลังของผู้ที่มีโรคหัวใจ

เปิดอ่าน 17,849 ครั้ง
คํานาม
คํานาม

เปิดอ่าน 15,519 ครั้ง
"เก้าอี้เปลี่ยนโลก" ฝีมือเยาวชน PTTEP Teenergy ช่วยลดปัญหาโลกร้อนง่ายๆ ด้วยตัวเอง
"เก้าอี้เปลี่ยนโลก" ฝีมือเยาวชน PTTEP Teenergy ช่วยลดปัญหาโลกร้อนง่ายๆ ด้วยตัวเอง

เปิดอ่าน 32,280 ครั้ง
Adjectives Formation (การทำให้เป็นคำคุณศัพท์ )
Adjectives Formation (การทำให้เป็นคำคุณศัพท์ )

เปิดอ่าน 41,449 ครั้ง
คุณภาพของสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
คุณภาพของสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
เปิดอ่าน 58,271 ครั้ง
6 ผัก-ผลไม้ ที่กินแล้วดี ช่วยดูดซึมคอเลสเตอรอลแถมคุมความดัน
6 ผัก-ผลไม้ ที่กินแล้วดี ช่วยดูดซึมคอเลสเตอรอลแถมคุมความดัน
เปิดอ่าน 10,555 ครั้ง
สร้าง "คนเก่ง" ให้เป็น "ครูสอนดี"
สร้าง "คนเก่ง" ให้เป็น "ครูสอนดี"
เปิดอ่าน 23,320 ครั้ง
เกณฑ์คุณลักษณะเฉพาะรายการครุภัณฑ์ห้องปฏิบัติการและห้องพิเศษ 22 รายการ ประจำปีงบประมาณ 2557
เกณฑ์คุณลักษณะเฉพาะรายการครุภัณฑ์ห้องปฏิบัติการและห้องพิเศษ 22 รายการ ประจำปีงบประมาณ 2557
เปิดอ่าน 11,325 ครั้ง
ทำไมขนมโดนัทจึงมีรู
ทำไมขนมโดนัทจึงมีรู

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ