ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการพัฒนานวัตกรรม การจัดการเรียนการสอนแบบ Activity based learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Comprehension) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ความเป็นมาและความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษ หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พบว่าผู้เรียนเกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ซึ่งมีผลกระทบโดยเฉพาะในด้านการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นวิชาที่ต้องใช้ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนขาดความกระตือรือร้นต่อการเรียน แสดงออกถึงความเบื่อหน่าย และขาดการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เรียนสูญเสียทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ อีกทั้งผู้เรียนยังขาดความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นนอกจากนี้การจัดการเรียนการสอนที่ขาดความหลากหลายและไม่สามารถดึงดูดความสนใจทำให้ผู้เรียนรู้สึกเบื่อหน่าย ขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจได้อย่างเต็มที่

ผู้ศึกษาในฐานะครูผู้สอน จึงคิดหากลวิธี กระบวนการมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนวิชาภาษาอังกฤษและต้องการที่จะพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นและมีความพึงพอใจที่ดีต่อการเรียนการสอน ตลอดจนมีความสุขในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ดังนั้นผู้ศึกษาจึงสนใจที่จะศึกษาค้นคว้าและหาแนวทางในการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษของผู้เรียน ทั้งด้านทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน ซึ่งรูปแบบวิธีการสอนที่ผู้ศึกษาสนใจนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนก็คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Comprehension) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับโอกาสพิเศษต่างๆหรือเทศกาลที่สำคัญของเจ้าของภาษาซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาสาระที่ควรเร่งพัฒนาในรายวิชาภาษาอังกฤษ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Activity Based Learning มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เพราะเป็นวิธีการที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในเนื้อหา พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างความสนุกสนานในการเรียน และส่งเสริมการทำงานร่วมกันในกลุ่ม ทำให้นักเรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจมากขึ้นและสามารถทำให้นักเรียนมีคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

วัตถุประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรม

1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนแบบ Activity based learning เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Comprehension) ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ E1/E2 เท่ากับ 80/80

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Comprehension) โดยการจัดการเรียนการสอนแบบ Activity based learning ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนแบบ Activity based learning เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Comprehension)

สรุปผลการใช้นวัตกรรม

ผลการใช้นวัตกรรมสรุปได้ ดังนี้

1.ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนแบบ Activity based learning เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Comprehension) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 86.18/84.80 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยการจัดการเรียนการสอนแบบ Activity based learning เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Comprehension) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยรวม พบว่า คะแนนก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.54 คะแนน คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 42.68 คะแนนหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 16.96 คะแนน คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 84.80 หรือคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.43 คะแนน มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.7347 หรือคิดเป็นร้อยละความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 73.47 และเมื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล พบว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นทุกคน

3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนแบบ Activity based learning เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Comprehension) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยรวม พบว่า นักเรียน มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย= 4.53) เมื่อพิจารณารายข้อแต่ละด้าน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนได้พัฒนา ความรู้ ทักษะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.70)

โพสต์โดย Kanoon : [5 ก.ย. 2567 (13:37 น.)]
อ่าน [99022] ไอพี : 125.26.204.116
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 9,756 ครั้ง
ทำไมนะ…ลูกเราถึงไม่ฉลาด
ทำไมนะ…ลูกเราถึงไม่ฉลาด

เปิดอ่าน 29,101 ครั้ง
แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการพ.ศ. 2550 - 2554
แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการพ.ศ. 2550 - 2554

เปิดอ่าน 273,094 ครั้ง
Pronouns  ( คำสรรพนาม )
Pronouns ( คำสรรพนาม )

เปิดอ่าน 1,335 ครั้ง
5 เหตุผลที่ควรซื้อรองเท้าแบรนด์เนมไว้ใช้งาน
5 เหตุผลที่ควรซื้อรองเท้าแบรนด์เนมไว้ใช้งาน

เปิดอ่าน 20,829 ครั้ง
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ

เปิดอ่าน 33,444 ครั้ง
"การพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ"
"การพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ"

เปิดอ่าน 14,013 ครั้ง
ความลับของกลดึงกระต่ายออกมาจากหมวก
ความลับของกลดึงกระต่ายออกมาจากหมวก

เปิดอ่าน 11,453 ครั้ง
เด็กชายใช้เงินหมดทุกสัปดาห์ พ่อสงสัยแอบตามสืบ แต่กลับพบสิ่งไม่คาดคิด
เด็กชายใช้เงินหมดทุกสัปดาห์ พ่อสงสัยแอบตามสืบ แต่กลับพบสิ่งไม่คาดคิด

เปิดอ่าน 18,069 ครั้ง
5 วิธีป้องกัน ไวรัสคอมพิวเตอร์ แบบง่าย ๆ
5 วิธีป้องกัน ไวรัสคอมพิวเตอร์ แบบง่าย ๆ

เปิดอ่าน 17,747 ครั้ง
ฟื้นฟูอารมณ์ดีๆ ด้วยของกินสีส้ม
ฟื้นฟูอารมณ์ดีๆ ด้วยของกินสีส้ม

เปิดอ่าน 57,188 ครั้ง
ใครว่าการเขียนด้วยลายมือนั้นล้าสมัย?
ใครว่าการเขียนด้วยลายมือนั้นล้าสมัย?

เปิดอ่าน 10,825 ครั้ง
ทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วย
ทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วย

เปิดอ่าน 13,683 ครั้ง
ประเภทของเครื่องปรับอากาศ และวิธีใช้อย่างประหยัด
ประเภทของเครื่องปรับอากาศ และวิธีใช้อย่างประหยัด

เปิดอ่าน 43,750 ครั้ง
ความสำคัญและความจำเป็นของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
ความสำคัญและความจำเป็นของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน

เปิดอ่าน 16,755 ครั้ง
ชี้เอเชียรู้จักเทคนิควาดภาพด้วยสีน้ำมันก่อนยุโรปหลายร้อยปี
ชี้เอเชียรู้จักเทคนิควาดภาพด้วยสีน้ำมันก่อนยุโรปหลายร้อยปี

เปิดอ่าน 8,161 ครั้ง
ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน
ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน
เปิดอ่าน 61,965 ครั้ง
ริดสีดวงทวารหนักเกิดจากอะไร
ริดสีดวงทวารหนักเกิดจากอะไร
เปิดอ่าน 74,738 ครั้ง
คลื่นความร้อนหรือ "ฮีทเวฟ" (Heat wave)
คลื่นความร้อนหรือ "ฮีทเวฟ" (Heat wave)
เปิดอ่าน 10,533 ครั้ง
ออกกำลังหนักช่วงสั้นๆ หนีโรคหัวใจได้ดีกว่าออกกำลังระยะยาว
ออกกำลังหนักช่วงสั้นๆ หนีโรคหัวใจได้ดีกว่าออกกำลังระยะยาว
เปิดอ่าน 62,429 ครั้ง
ที่มาของ "กรุงเทพมหานคร" และ "บางกอก"
ที่มาของ "กรุงเทพมหานคร" และ "บางกอก"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ