ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > นี่ล่ะ..สังคมแรกของหนู

นี่ล่ะ..สังคมแรกของหนู

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 เม.ย. 2553 เปิดอ่าน : 7,379 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ ลูกน้อยของเราเรียนรู้เกี่ยวกับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างไร เด็กน้อยเริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการมีเพื่อนได้อย่างไร คำตอบทั้งหมดนี้อยู่ที่เรา..คนเป็นพ่อแม่นี่เองค่ะ ❞
นี่ล่ะ..สังคมแรกของหนู

Advertisement

          เพราะเมื่อเป็นพ่อแม่ เราคือเพื่อนเล่นคนแรกของลูก เราจะกลายเป็นคนที่ลูกชื่นชอบมากที่สุด ลูกน้อยจะรู้สึกพอใจเมื่อได้ยินเสียงของเรา ได้เห็นหน้าของเรา ได้รับสัมผัสอันนุ่มนวลอบอุ่นจากมือของเรา และด้วยความช่วยเหลือของเรา ลูกน้อยจะสามารถทำความคุ้นเคยกับผู้อื่น และเริ่มสนุกในการคบหาสมาคมกับผู้อื่นต่อไปได้

          ทั้งหมดนี้เองคือจุดเริ่มต้นของพัฒนาการด้านทักษะทางสังคมของลูกน้อย

เรียนรู้ในการตอบสนอง

          มนุษย์เป็นสัตว์สังคม และแม้กระทั่งเด็กแรกเกิดก็เป็นสัตว์สังคมด้วยเช่นกัน ตั้งแต่ช่วงที่เกิดมาแรกๆ เด็กก็เรียนรู้ในการปรับตัวและตอบสนองต่อผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวได้แล้ว

          ระหว่างขวบปีแรกของชีวิต นอกจากลูกน้อยจะพุ่งความสนใจไปที่การค้นหาว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง เช่น คว้าจับสิ่งของ คลาน นั่ง เดิน หรือทักษะอื่นๆ แล้ว ความสนใจอีกอย่างหนึ่งที่เด็กน้อยพุ่งเป้าไปสู่ก็คือ การมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ โดยเด็กสามารถที่จะเล่นสนุกกับคนอื่น ๆ ได้บ้าง แต่คนที่พวกเขาต้องการเห็นหน้าและชื่นชอบเป็นอันดับแรกคือพ่อแม่

          เด็ก ๆ ชอบให้พ่อแม่สัมผัส อุ้ม ส่งเสียงพูดคุย และยิ้มให้ และสังเกตดูสิคะว่าลูกจะเริ่มทดลองทำหน้าตาแบบต่าง ๆ ให้พ่อแม่เห็นอยู่เสมอ และสนุกสนานในการมองหน้าเราค่ะ ทั้งยิ่งสนุกมากกว่านั้นด้วยการเลียนแบบหน้าตาท่าทางของพ่อแม่ได้อีกด้วย ไม่เชื่อลองแลบลิ้นใส่ลูกดูสิคะ และคอยดูหน้าลูกให้ดี บางทีลูกจะแลบลิ้นตอบเราด้วยล่ะ

พ่อแม่คือเพื่อนเล่นที่ดีที่สุด

          สำหรับทารก จะใช้เวลาช่วงที่ตื่นเพื่อมองดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวของเขาบ้าง และเมื่อเริ่มยิ้มให้พ่อแม่ครั้งแรกได้ จากนั้นลูกก็จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสื่อสารด้วยการยิ้ม หรือจะเรียกว่า "พูดคุยด้วยรอยยิ้ม" แล้วลูกก็จะเริ่มต้นมีปฏิสัมพันธ์กับเราด้วยการส่งยิ้มกรุยทางมาก่อนเสมอ พร้อมกับส่งเสียงอ้อแอ้มากับรอยยิ้มด้วย

          เมื่อโตขึ้นอายุสัก 4-5 เดือน ลูกน้อยจะเปิดตัวเองกับคนอื่น ๆ มากขึ้น เมื่อเห็นคนแปลกหน้าก็จะทักทายด้วยการส่งเสียงอ้อแอ้ หรือทำเสียงคิกคัก ๆ แต่อย่างไรก็ตามพ่อแม่ยังเป็นคนที่เด็กรู้สึกใกล้ชิดมากที่สุด และคนที่ลูกกระตือรือร้นในการมีปฏิสัมพันธ์ด้วยมากที่สุดก็ยังเป็นพ่อแม่ อยู่นั่นเอง ซึ่งนี่แสดงถึงสายสัมพันธ์อันแนบแน่นที่พ่อแม่ลูกมีต่อกันค่ะ

          ครั้นอวัยวะต่าง ๆ ของลูกทำงานได้ดีขึ้น เช่น เริ่มใช้มือคว้าจับได้ หันซ้าย หันขวาได้ หากช่วงนี้ลูกน้อยมีโอกาสได้พบกับเด็กคนอื่น ๆ เขาจะเริ่มให้ความสนใจ แต่เป็นความสนใจที่จำกัดมาก อาจจะเพียงแค่ชำเลืองมอง หรือพยายามจะคว้าจับเด็กอีกคน หรืออย่างมากก็แค่ส่งยิ้มให้ แล้วก็ส่งเสียงทักทายกัน แต่ที่น่ารักคือเด็ก ๆ จะส่งเสียงโต้ตอบกัน และพยายามเลียนแบบเสียงของอีกฝ่ายหนึ่งโต้ตอบกันค่ะ แต่ถึงอย่างไรเด็ก ๆ ในวัยนี้ก็ยังสนใจอยู่กับของเล่นตรงหน้ามากกว่าจะสนใจเพื่อนเล่นที่เป็นเด็ก ด้วยกัน

          ลองสังเกตดูสิคะ ถ้าให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ มาเล่นอยู่ใกล้ ๆ กัน เด็กทั้งสองจะง่วนอยู่กับของเล่นของตัวเอง แต่จะไม่เล่นด้วยกัน ทั้งนี้ก็เพราะลูกช่วงวัยนี้ยังทุ่มเทความสนใจให้กับการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของตัวเองให้สมบูรณ์มากกว่าจะรู้สึกเอาใจใส่กับเพื่อนเล่นค่ะ

          แต่ถึงแม้เด็กวัยนี้จะยังไม่สนใจเพื่อนเล่นเป็นเด็กวัยเดียวกัน แต่พวกเขาก็ยังชอบเล่นกับคนในครอบครัว พ่อแม่ หรือคนที่เขาคุ้นเคย สรุปก็คืออย่างไรเสียพ่อแม่ก็ยังเป็นเพื่อนเล่นที่หนูชอบที่สุด เพราะหนูยังไม่สนใจอยากเล่นกับเด็กอื่นมากนักนั่นเอง

หนูกลัวคนแปลกหน้า

          ช่วงใกล้ ๆ จะครบขวบสิคะที่จะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับลูกของเรา เพราะเด็กน้อยจะเริ่มแสดงอาการเหมือนกับต่อต้านสังคมอยู่กลายๆ เช่น ลูกจะร้องไห้ทันทีเมื่อเราหายไปจากสายตา หรือไม่ก็จะรู้สึกวิตกกังวล ตื่นกลัวเมื่อพ่อแม่ส่งให้คนอื่นอุ้ม

          การที่ลูกมีอาการแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ เพราะกำลังเข้าสู่ช่วงกลัวการพรากจากพ่อแม่ ในราวอายุ 10-18 เดือน วัย นี้ลูกจะกีดกันทุกคนออกไปให้ห่างด้วยการแสดงความต้องการพ่อแม่อยู่เสมอ และจะรู้สึกทุกข์ใจมากถ้าพ่อแม่ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ร้องไห้จ้าเมื่อเราหายไปจากสายตา โดยสิ่งที่จะทำให้ลูกสงบลงได้ก็มีแต่การปรากฏตัวให้เห็นของพ่อแม่เท่านั้น

ช่วยลูกเรียนรู้ทักษะสังคม

          คำตอบของเรื่องนี้อยู่ที่ให้เวลาในการพูดคุยกับลูกให้มากที่สุด วิธีการคุยกับลูกก็คือให้ยื่นหน้าของเราเข้าไปมองหน้าลูกให้ใกล้ชิดมาก ๆ ระยะห่างประมาณ 7-8 นิ้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนแรกๆ ลูกจะชื่นชอบการไดัรับความใส่ใจเป็นพิเศษ และจะสนุกสนานในการทำหน้าตาต่าง ๆ โต้ตอบกับเรา

          นอกจากนี้อย่าลืมชวนให้ญาติ ๆ หรือเพื่อน ๆ มาเยี่ยมลูกและยื่นหน้าเข้าไปคุยกับลูกของเราอย่างใกล้ชิดแบบที่เราทำด้วยนะ คะ เด็กวัยนี้ชอบให้คนมาเยี่ยมค่ะ ไม่ว่าเด็กไม่ว่าผู้ใหญ่ หนูน้อยชอบหมด โดยเฉพาะถ้าคนที่มาเยี่ยมเข้าไปพูดคุยส่งเสียงทักทายกับเขาอย่างใกล้ชิด ลูกน้อยจะชอบมากทีเดียว

          แต่เมื่อถึงเวลาที่ลูกพัฒนาความรู้สึกกลัวคนแปลกหน้าขึ้นมาก็ไม่ต้องตกใจหรือ รู้สึกอับอายนะคะ เพราะพออายุประมาณ 7 เดือน ลูกจะรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามาก

          ดังนั้นถ้าลูกร้องไห้มาก เมื่อเราส่งให้ญาติอุ้ม ควรเอาลูกคืนมาก่อน ในขั้นแรกควรอุ้มลูกเพื่อให้ลูกรู้สึกถึงความปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมแขน ให้ญาติพูดคุยและเล่นกับลูกในขณะที่เราอุ้มลูกอยู่ ให้ลูกรู้สึกคุ้นเคยก่อนแล้วจึงค่อย ๆ ส่งลูกให้กับญาติ โดยที่เรายังอยู่ใกล้ชิดลูกให้มาก

          และขั้นสุดท้ายพยายามหาทางออกไปจากห้องนั้นสัก 2-3 นาที และแอบดูว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง หากเพียงเราออกไปจากห้อง ลูกก็ร้องไห้แล้ว ให้ลองพยายามต่อไป โดยเข้า ๆ ออก ๆ จากห้องหลาย ๆ ครั้ง ซึ่งในที่สุดลูกน้อยจะพัฒนาความรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาได้ เพราะเขารู้ว่าถึงแม้เราจะไม่อยู่ในห้องในช่วงเวลานั้น แต่ไม่นานเราก็จะกลับเข้าไปหาเขา

          ควรใช้วิธีนี้ค่อย ๆ ทำให้ลูกคุ้นเคยกับญาติ ๆ หรือเพื่อน ๆ ของเราเป็นราย ๆ ไปนะคะ ซึ่งในที่สุดจะช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่าคนแปลกหน้าไม่ได้น่ากลัว และพ่อแม่จะไม่หายไปไหน แต่จะกลับมาหาเขาเสมอค่ะ

          ด้วยความใกล้ชิดเอาใจใส่จากพ่อแม่ ซึ่งถือเป็นสังคมแรกของเด็ก ๆ นี้เอง ที่จะทำให้เด็กน้อยรู้สึกมีความสุข รู้สึกมั่นคงปลอดภัย ในที่สุดเด็ก ๆ จะค่อย ๆ เรียนรู้วิธีการตอบสนองต่อสถานการณ์ทางสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อไหร่ก็ตามที่เด็ก ๆ เรียนรู้ว่า จะให้ความเห็นอกเห็นใจเด็กคนอื่นได้อย่างไร และรู้สึกสนุกสนานมากเพียงใดที่ได้มีเพื่อนเล่น ในตอนนั้นล่ะที่เขาจะพัฒนาความสามารถในการสร้างมิตรภาพที่แท้จริงและยั่งยืน กับคนอื่น ๆ ต่อไปค่ะ

ขอบคุณที่มา :: รักลูก

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นี่ล่ะ..สังคมแรกของหนู , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
Windows 7 RC พร้อมให้ทดสอบแล้ว

Windows 7 RC พร้อมให้ทดสอบแล้ว
เปิดอ่าน 7,198 ครั้ง
คลิกอ่าน!
รสชาติแบบไหนดีต่อสุขภาพ

รสชาติแบบไหนดีต่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 9,874 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ปากเหม็น...ทำไงดี!!! ☕ คลิกอ่านเลย
ปากเหม็น...ทำไงดี!!!
เปิดอ่าน 9,691 ครั้ง
20 เรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์☕ คลิกอ่านเลย
20 เรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์
เปิดอ่าน 8,273 ครั้ง
ไมโครซอฟท์ พร้อมเปิดตัว วินโดวส์ 7 ☕ คลิกอ่านเลย
ไมโครซอฟท์ พร้อมเปิดตัว วินโดวส์ 7
เปิดอ่าน 9,047 ครั้ง
วังน้ำเขียว สวิสเซอร์แลนด์แดนอีสาน ☕ คลิกอ่านเลย
วังน้ำเขียว สวิสเซอร์แลนด์แดนอีสาน
เปิดอ่าน 8,641 ครั้ง
เรื่องที่คุณไม่รู้ เกี่ยวกับช็อกโกแลต☕ คลิกอ่านเลย
เรื่องที่คุณไม่รู้ เกี่ยวกับช็อกโกแลต
เปิดอ่าน 9,072 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทองคำความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทองคำ
เปิดอ่าน 29,278 ครั้ง
การถ่ายภาพมาโคร MACRO PHOTOGRAPHY การถ่ายภาพมาโคร MACRO PHOTOGRAPHY
เปิดอ่าน 24,406 ครั้ง
เสมาการ์ตูนเสมาการ์ตูน
เปิดอ่าน 13,513 ครั้ง
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉยหนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
เปิดอ่าน 6,793 ครั้ง
ทายใจจากอักษรท้ายชื่อทายใจจากอักษรท้ายชื่อ
เปิดอ่าน 14,968 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ