ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์แบบไตรภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ โรงเรียนวัดแหลมฉบัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3

ชื่อเรื่อง รูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์แบบไตรภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ โรงเรียนวัดแหลมฉบัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม ศึกษาชลบุรี เขต 3

ผู้วิจัย เพ็ญแข เสริมศรี

ปีการศึกษา 2565 - 2566

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์แบบไตรภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้โรงเรียนวัดแหลมฉบัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 โดยดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน โดยวิเคราะห์สภาพแวดล้อมโรงเรียนวัดแหลมฉบัง ศึกษาเอกสารและงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และตัวแทนผู้ปกครอง รวมจำนวน 27 คน และสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนต้นแบบ จำนวน 5 คน ได้มาโดยการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกข้อมูล และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปข้อมูล ขั้นตอนที่ 2 พัฒนากลยุทธ์ โดยยกร่างรูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์และจัดทำคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ ตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นไปได้ของกลยุทธ์ โดยการประชุมสนทนากลุ่ม ได้แก่ ครู และคณะกรรมการสถานศึกษา รวมจำนวน 24 คน และประชุมสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ซึ่งได้มาโดยการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ประเด็นสนทนากลุ่ม ละแบบตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ ใน 2 ประเด็น ได้แก่ ผลการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ และผลการใช้ระบบนิเวศการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปข้อมูล และขั้นตอนที่ 4 ประเมิน รูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ด้านความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหาร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดแหลมฉบัง จำนวน 24 คน ได้มาโดยการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า

1.ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน พบว่า 1) องค์ประกอบรูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์แบบไตรภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ มี 6 องค์ประกอบ 31 ตัวบ่งชี้ 2) ผลการประชุมผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ควรประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียนและนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ ควรจัดสภาพแวดล้อมและใช้ระบบนิเวศการเรียนรู้ภายในโรงเรียนให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ และควรจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อพัฒนาวิชาการรอบด้าน ทักษะการทำงาน และทักษะอาชีพ 3) ผลการสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนต้นแบบ พบว่า โรงเรียนควรมีนโยบายแผนการดำเนินงานและโครงการในการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้ ควรสร้างความเข้าใจและสื่อการให้เข้าใจตรงกันระหว่างสถานศึกษาผู้ปกครอง และชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ ระดมทุนและทรัพยากรจากทุกภาคส่วน พัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ให้หลากหลายเหมาะสมในการฝึกปฏิบัติจริง จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างหลากหลายและต่อเนื่อง ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ระบบนิเวศการเรียนรู้ เน้นทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ และผลการใช้ระบบนิเวศการเรียนรู้ และรายงานภาพความสำเร็จต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ 4) ผลวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ทำให้ได้จุดแข็ง 10 ข้อ จุดอ่อน 10 ข้อ โอกาส 5 ข้อ และ อุปสรรค 6 ข้อ สามารถกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์แบบไตรภาคีเครือข่าย โดยใช้สถานศึกษาและชุมชนเป็นฐานได้ 8 กลยุทธ์

2. รูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์แบบไตรภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ โรงเรียนวัดแหลมฉบัง ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์หลัก 9 กลยุทธ์รอง และ 38 กิจกรรม/โครงการ ได้แก่ กลยุทธ์ที่ 1 ปรับปรุงข้อมูลพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์รอง ได้แก่ 1) ปรับปรุงการวางแผนการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ และ 2) ปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศระบบนิเวศการเรียนรู้ กลยุทธ์ที่ 2 สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์รอง ได้แก่ 1) สร้างความเข้าใจและสื่อสารกับบุคลากรและชุมชน 2) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ และ 3) ระดมทรัพยากรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนากิจกรรมให้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์รอง ได้แก่ 1) ปรับปรุงกิจกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนและชุมชน 2) พัฒนาสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ กลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาคุณภาพการติดตามและประเมินผลมี 1 กลยุทธ์รอง คือ พัฒนาคุณภาพการติดตามและประเมินผล และกลยุทธ์ที่ 5 ส่งเสริมการรับรู้และร่วมรับผลประโยชน์ มี 1 กลยุทธ์รอง คือ ขยายผลการรับรู้และร่วมรับผลประโยชน์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า กลยุทธ์มีความถูกต้องและความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด

3. ผลการใช้กลยุทธ์ ทำให้โรงเรียนวัดแหลมฉบัง มีระบบนิเวศการเรียนรู้ใน ได้แก่ 1) ระบบนิเวศการเรียนรู้ทักษะอาชีพในชุมชน 2) ระบบนิเวศการเรียนรู้นักสืบสายน้ำ 3) ระบบนิเวศการเรียนรู้ป่าชายเลน 4) ระบบนิเวศการเรียนรู้พืชสมุนไพร 5) ระบบนิเวศการเรียนรู้วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นชุมชนบ้านแหลมฉบัง 6) ระบบนิเวศการเรียนรู้พรรณไม้ในโรงเรียน 7) ระบบนิเวศการเรียนรู้สารพัดช่าง 8) ระบบนิเวศการเรียนรู้ห้องสมุด 9) ระบบนิเวศการเรียนรู้พ่อครัวตัวน้อย 10) ระบบนิเวศการเรียนรู้รักษ์ไทย 11) ระบบนิเวศการเรียนรู้การทำปุ๋ยจากเศษใบไม้ และ 12) ระบบนิเวศการเรียนรู้การจัดการขยะ และผลการใช้ระบบนิเวศการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจากระบบนิเวศการเรียนรู้จริง ส่งผลให้นักเรียนมีความรู้และทักษะอาชีพ มีทักษะการแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม

4.ผลการประเมินรูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์แบบไตรภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้โรงเรียนวัดแหลมฉบัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 พบว่า มีความเหมาะสมและมีความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย pk : [5 ส.ค. 2568 (15:58 น.)]
อ่าน [96026] ไอพี : 1.20.175.175
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,093 ครั้ง
การประเมินความจำเป็นในการกำหนดวัตถุประสงค์
การประเมินความจำเป็นในการกำหนดวัตถุประสงค์

เปิดอ่าน 2,468 ครั้ง
ทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เปิดอ่าน 37,449 ครั้ง
กุ้งลายเสือ - เรื่องน่ารู้
กุ้งลายเสือ - เรื่องน่ารู้

เปิดอ่าน 11,099 ครั้ง
จัดสวนสวย..เสริมฮวงจุ้ยบ้าน
จัดสวนสวย..เสริมฮวงจุ้ยบ้าน

เปิดอ่าน 22,516 ครั้ง
งานบันทึกเสียงมีความเป็นมาอย่างไร?
งานบันทึกเสียงมีความเป็นมาอย่างไร?

เปิดอ่าน 20,308 ครั้ง
VTR การพัฒนาครูในรูปแบบใหม่ โดยการใช้การพัฒนาอย่างครบวงจร
VTR การพัฒนาครูในรูปแบบใหม่ โดยการใช้การพัฒนาอย่างครบวงจร

เปิดอ่าน 86,842 ครั้ง
กระแสอะไรที่จะช่วยปรับรูปแบบโครงสร้างการปฏิรูปการศึกษาของไทย โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
กระแสอะไรที่จะช่วยปรับรูปแบบโครงสร้างการปฏิรูปการศึกษาของไทย โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

เปิดอ่าน 10,570 ครั้ง
สอนลูกรู้จักใช้จ่าย
สอนลูกรู้จักใช้จ่าย

เปิดอ่าน 49,527 ครั้ง
ธงชาติไทยเอกลักษณ์ความเป็นชาติ
ธงชาติไทยเอกลักษณ์ความเป็นชาติ

เปิดอ่าน 129,916 ครั้ง
เตือนข้าราชการ นอกใจ มีชู้ มีกิ๊ก โดนโทษวินัย โทษมีตั้งแต่ตัดเงินเดือนจนถึงไล่ออก
เตือนข้าราชการ นอกใจ มีชู้ มีกิ๊ก โดนโทษวินัย โทษมีตั้งแต่ตัดเงินเดือนจนถึงไล่ออก

เปิดอ่าน 20,039 ครั้ง
ขจัดไขมันบนพุงด้วยการแขม่วท้อง
ขจัดไขมันบนพุงด้วยการแขม่วท้อง

เปิดอ่าน 11,819 ครั้ง
วิธีแต่งหน้าใส ๆ สวยสบายผิวหน้า
วิธีแต่งหน้าใส ๆ สวยสบายผิวหน้า

เปิดอ่าน 20,517 ครั้ง
ดูให้รู้ : อนุบาลอัจฉริยะ
ดูให้รู้ : อนุบาลอัจฉริยะ

เปิดอ่าน 13,983 ครั้ง
ชำแหละ"กล้องสปาย"สู่ขบวนการทุจริตสอบแพทย์
ชำแหละ"กล้องสปาย"สู่ขบวนการทุจริตสอบแพทย์

เปิดอ่าน 35,420 ครั้ง
การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมการพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์
การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมการพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 363,560 ครั้ง
สูตรการหาพื้นที่และปริมาตรต่างๆ
สูตรการหาพื้นที่และปริมาตรต่างๆ
เปิดอ่าน 22,402 ครั้ง
การส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ส่งในย่าน VHF
การส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ส่งในย่าน VHF
เปิดอ่าน 14,616 ครั้ง
บุตรี เผือดผ่อง
บุตรี เผือดผ่อง
เปิดอ่าน 10,036 ครั้ง
ประทับใจ! คลิปช่วยลูกช้างขึ้นจากหลุม ก่อนวิ่งหาแม่ด้วยความดีใจ
ประทับใจ! คลิปช่วยลูกช้างขึ้นจากหลุม ก่อนวิ่งหาแม่ด้วยความดีใจ
เปิดอ่าน 29,712 ครั้ง
Photosynth สังเคราะห์ภาพ3 มิติ
Photosynth สังเคราะห์ภาพ3 มิติ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ