การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาแบบมีส่วนร่วม 2) พัฒนาประสิทธิภาพ การประกันคุณภาพการศึกษาแบบมีส่วนร่วม และส่งเสริมให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการดําเนินงานครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการวางแผน ด้านการดําเนินงาน ด้านการตรวจสอบผลการดําเนินงาน และด้านการปรับปรุง พัฒนาการดําเนินงาน และ 3) ประเมินความพึงพอใจของบุคลากรที่มีต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการประกัน คุณภาพการศึกษาแบบมีส่วนร่วม ของโรงเรียนเทศบาล ๓ ห้าธันวาคม จังหวัดยโสธร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ วิจัยคัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) จําแนกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลพื้นฐาน (4 คน) กลุ่มผู้ร่วมกําหนดกรอบกิจกรรม (21 คน) กลุ่มผู้ทดลองใช้กิจกรรม (21 คน) และ กลุ่มผู้ประเมินความพึงพอใจ (21 คน) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบบสังเกตการณ์ แบบบันทึกข้อมูล แบบทดสอบ และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน พบว่า สภาพการดําเนินงานเดิมไม่มีการจัดทํา ฐานข้อมูลและเครื่องมือประเมินความสําเร็จที่ชัดเจน รายละเอียดโครงการไม่สะท้อนการนํา 2) ผลประเมินมา ใช้พัฒนาคุณภาพ และผลการประเมินภายนอกรอบที่ผ่านมาอยู่ในระดับปรับปรุง เนื่องจากขาดระบบกา ร พัฒนาตามข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรม 3) ผลการพัฒนาประสิทธิภาพการประกันคุณภาพการศึกษาแบบมีส่วน ร่วม พบว่า บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสําคัญของการประกันคุณภาพมากขึ้น มีการ แต่งตั้งคณะทํางานและจัดทําคู่มือการดําเนินงานที่ชัดเจน ในด้านการวางแผน บุคลากรทุกฝ่ายมีส่วนร่วม กําหนดเป้าหมายและจัดทําสารสนเทศให้เป็นปัจจุบัน ด้านการดําเนินงาน มีการทํางานเป็นทีมตามความถนัด ด้านการตรวจสอบ มีระบบนิเทศกํากับติดตามที่ช่วยสะท้อนปัญหาและหาทางแก้ไขร่วมกัน และด้านการ ปรับปรุงพัฒนา ครูมีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลให้โรงเรียนมีความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก
ผลการประเมินความพึงพอใจและการมีส่วนร่วม พบว่า ระดับความคิดเห็นของบุคลากรที่มีต่อการมี ส่วนร่วมในการประกันคุณภาพการศึกษา หลังการพัฒนา (ค่าเฉลี่ย 3.91) สูงกว่าก่อนการพัฒนา (ค่าเฉลี่ย
3.27) โดยผลการประเมินหลังการพัฒนาอยู่ในระดับมากAbstract
This study was conducted as a Research and Development (R&D) project. The objectives were: 1) to study and analyze fundamental data regarding participatory educational quality assurance; 2) to develop the efficiency of participatory educational quality assurance and promote personnel participation across four aspects: planning, implementation, monitoring, and improvement; and 3) to evaluate personnel satisfaction with the development of participatory educational quality assurance efficiency at Thesaban ๓ Ha Thanwakhom School, , Yasothon Province. The samples were selected using simple random sampling and divided into four groups: a fundamental data collection group (4 persons), an operational framework definition group (21 persons), an activity implementation group (21 persons), and a satisfaction evaluation group (21 persons). Research instruments included structured interview forms, observation forms, data recording forms, tests, and satisfaction assessment forms. Data were analyzed using mean, standard deviation, and content analysis.
The research findings indicated that: 1) The study of fundamental data revealed that the previous operation lacked systematic databases and success evaluation tools. Project details did not reflect the utilization of assessment results for quality improvement. Consequently, the previous external assessment result was at the "improvement needed" level due to a lack of systematic development based on recommendations. 2)The development of participatory educational quality assurance efficiency showed that personnel gained knowledge, understanding, and awareness of the importance of quality assurance. Working committees were appointed, and operational manuals were established. Regarding planning, all parties participated in setting goals and updating information systems. Employees worked in teams according to their skills when it came to implementation. For monitoring, a supervision system was implemented to identify problems and solutions collaboratively. Regarding improvement, teachers adapted their teaching methods to be more student-centered and utilized information technology, resulting in the school’s readiness for external quality assessment.3) The evaluation of satisfaction and participation indicated that the level of personnel opinion regarding participation in educational quality assurance after the development (mean = 3.91) was higher than before the development (mean = 3.27), with the post-development result being at a high level.สรุปผลการวิจัย
การพัฒนาประสิทธิภาพการประกันคุณภาพการศึกษาแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนเทศบาล ๓ ห้าธันวาคม
จังหวัดยโสธร สรุปผลได้ดังนี้
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันการดําเนินการ โรงเรียนเทศบาล ๓ ห้า
ธันวาคม จังหวัดยโสธร จากการสัมภาษณ์และการสังเคราะห์ข้อมูล พบว่า
1.1 ไม่มีผลการประเมินความสําเร็จตามเป้าหมายของการดําเนินงาน
1.2 ไม่มีการจัดทําฐานข้อมูล เครื่องมือสําหรับการประเมินความสําเร็จ ทั้งด้านผู้เรียน ด้านครู
และด้านผู้บริหาร
1.3 รายละเอียดของโครงการ เป้าหมาย กิจกรรมโครงการไม่แสดงถึงการนําผลการ ประเมิน มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพของงาน
1.4 ไม่มีผลสรุปความสําเร็จตามเป้าหมายทั้งในระดับโครงการและระดับแผนพัฒนา สอดคล้อง กับผลสรุปการประเมิน ของสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (2565 : 32) พบว่า โรงเรียน พั ฒ นาระบบประกั นคุ ณ ภาพภายใน มี ผลการประเมิ นอิ งเกณ ฑ์ ระดั บคุ ณ ภาพดี แ ต่ ก ารพั ฒ น า ตามข้อเสนอแนะไม่เป็นระบบ จึงไม่มีผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนมีความตระหนักชัดเจน แต่ความพยายามในการปฏิบัติไม่เป็นตามเกณฑ์ และไม่บรรลุมาตรฐาน เป้าหมายตามแผน ส่งผลให้ ผลการประเมินอิงสถานศึกษา มีระดับคุณภาพ ปรับปรุง
2. ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์การวิจัย พบว่า
2.1 ด้านการใช้กิจกรรมการดําเนินงาน การทํากิจกรรม การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษา และการเตรียมการบรรลุตามเป้าหมาย บุคลากรทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสําคัญ และความจําเป็นของการประกันคุณภาพการศึกษา ได้ข้อมูลในการดําเนินการพัฒนาคุณภาพต่อไป เช่น การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ การวางแผนในการจัดการเรียนรู้ การเตรียมความพร้อมเพื่อการพัฒนา ผลงานเข้าสู่การเลื่อนตําแหน่ง หรือเลื่อนให้ได้รับวิทยฐานะต่าง ๆ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการทํางาน ซึ่งทุกคน ตระหนักในคุณค่าและความสําคัญของการประกันคุณภาพการศึกษามากขึ้น คณะกรรมการที่แต่งตั้ง ปฏิบัติ หน้าที่ของตนเองด้วยความมั่นใจมากขึ้น มีการกําหนดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ตลอดทั้งสร้างสื่อ คู่มือ การดําเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
2.2 ด้านการวางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา การประชุมเชิงปฏิ บัติการ การวางแผน การประกันคุณภาพการศึกษา บรรลุเป้าหมาย คือ บุคลากรหัวหน้าระดับสายชั้น หัวหน้างาน รองผู้อํานวยการ สถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ร่วมกันวางแผนการพัฒนางานประกันคุณภาพการศึกษาของ โรงเรียน มีการจัดทําข้อมูลพื้นฐานและสารสนเทศให้ครบทุกด้านและเป็นปัจจุบันได้เอกสารมาตรฐาน การศึกษาของโรงเรียน ธรรมนูญโรงเรียน และแผนปฏิบัติการของโรงเรียน มาตรฐานการปฏิบัติงานของแต่ ละกลุ่มประสบการณ์ แต่ละงานที่ปรับปรุงจากฉบับเดิม ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับ การดําเนิน โครงการต่าง ๆ ของโรงเรียนในสภาพปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการดําเนินงานประกันคุณภาพและการ รายงานผลต่อสาธารณชนและต้นสังกัดต่อไป
2.3 ด้านการนําแผนการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้
2.3.1 ผลการดําเนินการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม มีความรู้ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของ ตนเองดี การมีส่วนร่วมจะช่วยให้พัฒนาโรงเรียนได้ดีขึ้น ในครั้งต่อไปโรงเรียนควรประชาสัมพันธ์ กับผู้นํา ชุมชนขอความร่วมมือ กระจายข่าวแจ้งว่าไม่มีการบริจาคเงิน และควรจัดประชุมไม่ให้ตรงกับวันหยุด หรือช่วงที่ทํางาน คณะกรรมการสถานศึกษามีความพึงพอใจที่โรงเรียนได้ตั้งหรือกําหนดเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน อย่าง น้อยทุกคนได้รู้และเข้าใจว่านักเรียนเมื่อมาเรียนหนังสือแล้วได้อะไรบ้าง และเสนอแนะว่าต้องการให้โรงเรียน ได้จัดทําอะไรบ้าง เช่น การส่งเสริม โครงการศึกษาดูงาน การส่งเสริมใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชน การสอน ภาษาต่างประเทศโดยครูเจ้าของภาษา
2.3.2 การมอบหมายงาน มีการประชุมมอบหมายงาน โดยมีเป้าหมาย เพื่อให้กลุ่มบุคลากร ทุกคนรับผิดชอบภาระงานตามความรู้ความสามารถ เมื่อบุคลากรทุกคนได้เข้าใจในภาระงานบทบาทหน้าที่ และขั้นตอนการดําเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาและกําหนดในแผนปฏิบัติการของโรงเรียนจากการ มีส่วนร่วมคิดร่วมทําทุกคนทําให้งานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารและการจัด การศึกษาของโรงเรียน เพื่อให้การดําเนินงานเป็นไปตามแผนที่ได้กําหนดไว้ต้องมีการกําหนดตัวผู้ปฏิบัติงาน โดยผู้ ศึกษาและผู้ร่วมศึกษาได้เปิดโอกาสให้ครู ได้เลือกรับผิดชอบและปฏิบัติงานตามความสนใจ คว ามรู้ ความสามารถ และรวมกลุ่มงานที่จะมาร่วมกันทํางานเป็นทีมพัฒนางาน
2.4 การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพกรศึกษาของสถานศึกษาผลการดําเนินกิจกรรม จากการ ทบทวนตรวจสอบคุณภาพการศึกษา พบว่า ครูและนักเรียนได้ทราบปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินการพัฒนา คุณภาพสถานศึกษา และได้ให้ข้อตกลงพร้อมกัน ในการดําเนินงานแก้ปัญหา จะไม่หยุดชะงัก เพราะจะทํา ให้เกิดผลไม่ดีกับนักเรียนโรงเรียน ผู้อํานวยการสถานศึกษาให้ขวัญและกําลังใจในการทํางานแก่ครูและ บุคลากรทางการศึกษาและเชื่อมั่นว่า ทุกปัญหาจะต้องได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ด้วยความร่วมมื อของ บุคลากรทุกคน มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ กํากับติดตาม มีการกําหนดแนวทางการปฏิบัติ แนว ทางการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษามีการประชุมชี้แจงทําความเข้าใจให้คณะกรรมการสามารถ ดําเนินการตรวจสอบทบทวนคุณภาพการศึกษาตามกําหนดเวลา สามารถดําเนินการเก็บข้อมูลได้ทุก มาตรฐานสรุปรายงานผลการตรวจสอบได้ตามกําหนดเวลา
2.5 การพัฒนาและปรับปรุง มาตรฐานการศึกษามาตรฐานด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดกิจกรรม การเรียนการสอน การวิจัยและนวัตกรรมของครูและนักเรียนที่ประชุมตกลงกันว่า ในสภาพของการเปลี่ยนแปลงสังคม และวิทยาการด้านต่าง ๆ ครูควรปรับเปลี่ยนวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครูต้องเปลี่ยนแปลงตนเองในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ครูทุกคนควรเข้าร่วม กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการในเรื่องการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ การทําวิจัยในชั้นเรียน การ สร้างสื่อและนวัตกรรม
2.6 การเตรียมรับการประเมินจากองค์กรภายนอกผลการนิเทศการเตรียมรับการประเมินจาก องค์กรภายนอก มีข้อค้นพบ คือ
2.6.1 จากที่ครูได้รับการนิเทศอย่างต่อเนื่อง ทําให้ครูให้ความร่วมมือในการดําเนินงานประกัน คุณภาพการศึกษามากขึ้น มีความชัดเจนมากขึ้นในการจัดเตรียมเอกสาร ข้อมูล สารสนเทศและร่องรอย การปฏิบัติงาน ครูมีผลงานที่สะท้อนผลการนิเทศได้ในระดับดี
2.6.2 จากการดําเนินงานที่ผ่านมาทําให้มีความมั่นใจมีความพร้อมให้สํานักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา เข้าประเมินคุณภาพภายนอก
3. ผลการประเมินความพึงพอใจของบุคลากรต่อผลการดําเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาโรงเรียน เทศบาล ๓ ห้าธันวาคมการพัฒนาประสิทธิภาพการประกันคุณภาพการศึกษาแบบมีส่วนร่วม โรงเรียน เทศบาล ๓ ห้าธันวาคม จังหวัดยโสธรเปรียบเทียบก่อนและหลังการพัฒนา โดยใช้ขั้นตอนระบบการประกัน คุณภาพภายในทั้ง 6 ขั้นตอน 5 กลยุทธ์ ตามที่กล่าวมาข้างต้น ระดับความคิดเห็นของบุคลากรจากการตอบ แบบสอบถามการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการประกันคุณภาพการศึกษาแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนเทศบาล ๓ ห้าธันวาคม จังหวัดยโสธร ก่อนการพัฒนา เฉลี่ย 3.27 อยู่ในระดับปานกลาง หลังจากได้พัฒนาตามขั้นตอนและ กลยุทธ์ดังกล่าว ระดับความคิดเห็นหลังการพัฒนา เฉลี่ย 3.91 อยู่ในระดับมาก แสดงให้เห็นว่า การพัฒนา ประสิทธิภาพการประกันคุณภาพการศึกษาแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนเทศบาล ๓ ห้าธันวาคม จังหวัดยโสธร มีค่า เพิ่มมากขึ้น