ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (จบ)

ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (จบ)

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 พ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 5,093 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (จบ)

Advertisement

คอลัมน์ Education Idea โดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณภาพเยาวชน (สสค.)

ประเทศไทยเคยมีระบบการจัดการศึกษา "มัธยมแบบประสม" ซึ่งพบว่าเป็นระบบการออกแบบหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น ลดปัญหานักเรียนออกกลางคัน สร้างทัศนคติที่ดีทางด้านอาชีพให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง โดยปัจจุบันมีโรงเรียนสายสามัญร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษาที่เปิดสอนเพื่อให้เด็ก 2 วุฒิ คือ ม.6 และ ปวช. เช่น ร.ร.หนองบุนนากพิทยาคม จ.นครราชสีมา ร.ร.สระหลวงพิทยาคม จ.พิจิตร และ ร.ร.ดีนูลอิสลาม จ.สงขลา

สิ่งที่น่าคิดต่อไปคือ ประเทศไทยควรจะลงทุนการศึกษาอย่างไร ในขณะที่งบประมาณการศึกษาใกล้จะชนเพดาน ?จากสถิติงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการย้อนหลัง 10 ปี (2548-2557) จาก 262,938 ล้านบาท เป็น 482,788 ล้านบาท ซึ่งพบว่าประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษายังตกต่ำ

หากมีการลงทุนเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น แต่เติมเข้าไปในระบบเดิมก็จะได้ผลดังเดิม จึงมีตัวอย่างการใช้นวัตกรรมการจัดรายได้และการใช้จ่ายเงิน อย่างประเทศบราซิล ซึ่งมีจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการศึกษาในเวลาที่ใกล้เคียงกับประเทศไทย คือระหว่างปี 2542-2543 แต่บราซิลมีโจทย์ที่ท้าทายยิ่งกว่า นั่นคือ จำนวนประชากรที่สูงกว่าไทยถึง 3 เท่า และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าไทย

แต่ 10 ปีผ่านไป ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนในบราซิลกลับเพิ่มขึ้น ทั้งผลการสอบ PISA ในวิชาคณิตศาสตร์ ปี 2552 ที่มีคะแนนเพิ่มขึ้น 30 คะแนน และวิทยาศาสตร์ เพิ่มขึ้น 15 คะแนน ขณะที่ไทยลดลงในวิชาคณิตศาสตร์ 13 คะแนน

ผ่านมาทั้งไทยและบราซิลต่างใช้มาตรการเพิ่มงบประมาณเข้าไปในระบบการศึกษา โดยไทยมีสัดส่วนการลงทุนด้านงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัว ในขณะที่บราซิลไม่ได้เริ่มที่การเพิ่มงบประมาณเข้าสู่ระบบการศึกษาทันที แต่เริ่มที่การติดตั้งระบบสารสนเทศ (Basic Education Development Index หรือ IDEB) เพื่อติดตามการเข้าเรียนและพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก

จากนั้นจึงจัดสรรเงินอุดหนุนตามตัวผู้เรียนเพิ่มเติม ตามความต้องการด้านการเรียนรู้ของผู้เรียนและเด็กกลุ่มเสี่ยงเป็นรายบุคคล เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงการเพิ่มเงินอุดหนุนเงินเดือนครูเพื่อสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมคุณภาพการพัฒนาครู โดยเฉพาะครูที่อยู่โรงเรียนห่างไกล และการอุดหนุนเงินไปที่ครอบครัวผู้เรียนยากจนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ครอบครัวสนับสนุนให้เด็กวัยเรียนศึกษาต่อจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นมาตรการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

การเพิ่มงบประมาณเข้าไปในระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะทำให้ระบบการศึกษาดีขึ้น สิ่งสำคัญคือการจัดสรรงบประมาณไปให้ถูกจุดโดยมีระบบสารสนเทศเป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดการที่ลงลึกถึงโรงเรียนเพื่อเติมทรัพยากรตามความต้องการได้อย่างตรงจุด การให้อิสระในการจัดการเรียนการสอนแก่โรงเรียน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบของครูและผู้อำนวยการโรงเรียนโดยใช้ระบบสารสนเทศเป็นตัวกำกับ

ขณะนี้ สสค.อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบสารสนเทศหลักประกันโอกาสทางการเรียนรู้เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยติดตามผลการพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงวัยแรงงาน โดยจะพัฒนาพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน นครราชสีมา ภูเก็ต พิษณุโลก และอำนาจเจริญ ก่อนที่จะขยายผลการจัดทำข้อมูลสู่ระดับประเทศต่อไป

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 6 พ.ค. 2558

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (1)

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (จบ) , , ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา , (จบ) << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ซูปเปอร์ไฮเวย์การศึกษา

ซูปเปอร์ไฮเวย์การศึกษา
เปิดอ่าน 5,125 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จัดอันดับทุนมนุษย์☕ คลิกอ่านเลย
จัดอันดับทุนมนุษย์
เปิดอ่าน 4,941 ครั้ง
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ☕ คลิกอ่านเลย
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ
เปิดอ่าน 11,162 ครั้ง
โรงเรียนสุขภาวะตอบโจทย์ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”☕ คลิกอ่านเลย
โรงเรียนสุขภาวะตอบโจทย์ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
เปิดอ่าน 11,059 ครั้ง
อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"☕ คลิกอ่านเลย
อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"
เปิดอ่าน 17,897 ครั้ง
เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม☕ คลิกอ่านเลย
เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดอ่าน 7,756 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ยากับน้ำผลไม้ อันตรายกว่าที่คิดยากับน้ำผลไม้ อันตรายกว่าที่คิด
เปิดอ่าน 8,528 ครั้ง
ชมเลย! เพลงจับดินสอ เพื่อให้เด็กได้ฝึกการจับดินสอที่ถูกวิธีชมเลย! เพลงจับดินสอ เพื่อให้เด็กได้ฝึกการจับดินสอที่ถูกวิธี
เปิดอ่าน 29,305 ครั้ง
คิดเอาเองว่าเครียด ร้ายหนักกว่าเครียดจริงคิดเอาเองว่าเครียด ร้ายหนักกว่าเครียดจริง
เปิดอ่าน 7,070 ครั้ง
โรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหารโรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหาร
เปิดอ่าน 51,454 ครั้ง
ใบบัว มีคุณประโยชน์อย่างไรบ้าง?ใบบัว มีคุณประโยชน์อย่างไรบ้าง?
เปิดอ่าน 13,911 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ