ชื่อเรื่อง รูปแบบการบริหารจัดการด้วยกระบวนการ PPDCAE เพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนอาจสามารถวิทยา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
ผู้วิจัย นางสุขุมาลย์ อินทเสวก
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
ปีการศึกษาที่วิจัย 2566 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการบริหารจัดการระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนอาจสามารถวิทยา โดยการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้องค์ประกอบและตัวชี้วัดการบริหารจัดการระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน โดยเลือกแบบเจาะจง ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ขององค์ประกอบและตัวชี้วัดการบริหารจัดการระบบประกันคุณภาพภายใน ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการโดยการศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการบริหารจัดการระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนอาจสามารถวิทยา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน รวมจำนวน 424 คน วิธีการสุ่มโดยใช้ตาราง Krejcie และ Morgan และศึกษาแนวทางจากสถานศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน จำนวน 3 สถานศึกษา โดยการสัมภาษณ์ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ จำนวน 1 คน และครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา จำนวน 9 คน โดยเลือกแบบเจาะจง
2) สร้างและตรวจสอบยืนยันความเหมาะสมรูปแบบการบริหารจัดการด้วยกระบวนการ PPDCAE เพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนอาจสามารถวิทยา โดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน โดยเลือกแบบเจาะจง โดยใช้เทคนิคการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion)
3) ทดลองใช้รูปแบบ กับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 32 คน โดยการเลือกแบบเจาะจงและเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ และ
4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารจัดการด้วยกระบวนการ PPDCAE โดยกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่มีส่วนร่วมกับระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาจสามารถวิทยา ได้จากการเปิดตาราง Krejcie & Morgan จำนวน 331 คน
เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม ซึ่งหาคุณภาพมีค่าดัชนีความสอดคล้อง ตั้งแต่ 0.80 - 1.00 ค่าอำนาจจำแนกสภาพปัจจุบัน 0.28 - 0.90 ค่าอำนาจจำแนกสภาพที่พึงประสงค์ 0.27-0.90 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.98 แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจ แบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบสอบถามประเมินความเป็นประโยชน์ โดยหาคุณภาพเครื่องมือ ได้แก่ ค่าดัชนีความสอดคล้อง ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่น
สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัยพบว่า
1. การบริหารจัดการเพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายใน มีกระบวนการบริหารระบบประกันคุณภาพ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นเตรียมการ (Preparatory) 2) ขั้นวางแผน (Plan) 3) ขั้นดำเนินงาน (Do) 4) ขั้นตรวจสอบทบทวนคุณภาพ (Check) 5) ขั้นพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพ (Act) และ 6) ขั้นเตรียมรับการประเมินภายนอก (External Audit Readiness) ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ 33 ตัวชี้วัด มีความเหมาะสมขององค์ประกอบและตัวชี้วัดอยู่ในระดับมากที่สุด สภาพปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด และลำดับความต้องการจำเป็นลำดับที่ 1 มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2. รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ของโรงเรียนอาจสามารถวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด ประกอบด้วย 5 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 หลักการแนวคิด ส่วนที่ 2 วัตถุประสงค์ ส่วนที่ 3 กระบวนการดำเนินการ ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ และมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีกระบวนการบริหารระบบประกันคุณภาพ จำนวน 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นเตรียมการ (Preparatory) 2) ขั้นวางแผน (Plan) 3) ขั้นดำเนินงาน (Do) 4) ขั้นตรวจสอบทบทวนคุณภาพ (Check) 5) ขั้นพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพ (Act) และ 6) ขั้นเตรียมรับการประเมินภายนอก (External Audit Readiness) ส่วนที่ 4 การประเมินผล และส่วนที่ 5 เงื่อนไขความสำเร็จ และผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไป โดยรวมมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบ คะแนนทดสอบความรู้หลังการเข้าร่วมพัฒนาสูงกว่าก่อนเข้าร่วมพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ระดับการปฏิบัติหลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนาและมีความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด
4. ผลการประเมินผลลัพธ์ด้านความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารจัดการด้วยกระบวนการ PPDCAE เพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ของโรงเรียนอาจสามารถวิทยา อยู่ในระดับมากที่สุด
คำสำคัญ : รูปแบบการบริหารจัดการ, กระบวนการ PPDCAE, การประกันคุณภาพภายใน