ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงวงจร เพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางการเงินสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 8 กิจกรรม ผู้พัฒนา: นางทิพย์สุดา อินทะจันทร์ ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดบึงพระ (เหรียญ จั่น อนุสร

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ คือ (1) เพื่อสร้างและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงวงจร เพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางการเงินสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 8 กิจกรรม (2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น (3) เพื่อศึกษาผลการใช้นวัตกรรมที่มีต่อความสามารถในการใช้คณิตศาสตร์คิดวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจทางการเงิน และ (4) เพื่อศึกษาผลการใช้นวัตกรรมที่มีต่อพฤติกรรมที่สะท้อนสมรรถนะทางการเงินของนักเรียน โดยใช้กรอบสมรรถนะทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับผู้เรียนอายุ 7–9 ปี เป็นกรอบอ้างอิงด้านการออกแบบกิจกรรมและเครื่องมือประเมิน

นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยกระบวนการเรียนรู้เชิงวงจร PEARL 6 ขั้น ได้แก่ (1) พบปัญหา/สถานการณ์จริงทางการเงิน (2) เชื่อมโยงข้อมูลกับคณิตศาสตร์ (3) วิเคราะห์และตัดสินใจเลือกแนวทางแก้ปัญหา (4) ลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ (5) ติดตามผลและสะท้อนคิดจากหลักฐานจริง และ (6) ปรับปรุงพฤติกรรมและนำไปใช้ต่อเนื่อง โดยสังเคราะห์จากทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของ Kolb คณิตศาสตร์สัจนิยมของ Freudenthal การสะท้อนคิดของ Schön วงจรวิจัยปฏิบัติการของ Kemmis และ McTaggart การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานของ Barrows และทฤษฎีการสร้างความรู้ของ Piaget และ Vygotsky ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 8 กิจกรรมเรียงลำดับจากการสร้างความตระหนักไปสู่การปฏิบัติจริงและการประยุกต์ใช้ พร้อมแผน Evaluate (แผนที่ 9) โดยใช้สถานการณ์ทางการเงินในชีวิตจริงเป็นบริบทในการเรียนรู้คณิตศาสตร์

นวัตกรรมได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง 3 ปี (พ.ศ. 2566–2568) โดยปีการศึกษา 2566 เป็นขั้นริเริ่มทดลองกิจกรรมบางส่วนในคาบซ่อมเสริม (นักเรียน 34 คน) ปีการศึกษา 2567 เป็นขั้นทดลองใช้นวัตกรรมครบทั้ง 8 กิจกรรมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 26 คน พร้อมหาประสิทธิภาพ E1/E2 และปรับปรุง 9 รายการ และปีการศึกษา 2568 เป็นขั้นใช้จริงกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 24 คน (ชาย 15 คน หญิง 9 คน) ภาคเรียนที่ 2 ตรวจสอบคุณภาพนวัตกรรมและเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (T1) แบบทดสอบระหว่างเรียนรายกิจกรรม 1–8 จำนวน 46 ข้อ (T1 E1) แบบสังเกตพฤติกรรมทางการเงิน (T2) แบบบันทึกรายรับรายจ่าย (T3) แบบบันทึกเงินออม (T4) แบบสัมภาษณ์ (T5) แบบประเมินสถานการณ์จำลอง (T6) แบบประเมินคุณลักษณะ (T7) แบบประเมินสมรรถนะและทักษะ (T8) แบบประเมินความพึงพอใจ (T-เสริม) และแบบประเมินคุณภาพนวัตกรรม (Q1) สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ การทดสอบ Wilcoxon Signed-Rank Test การทดสอบ Friedman Test และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการศึกษาพบว่า (1) นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยคู่มือนวัตกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ 9 แผน ชุดกิจกรรม 8 กิจกรรม ใบงาน 13 ชุด และเครื่องมือประเมิน T1–T8 ซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นระบบผ่านกระบวนการ PEARL 6 ขั้น (2) ผลการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน พบว่าเครื่องมือทุกชุดมีค่า IOC อยู่ในช่วง 0.80–1.00 ผ่านเกณฑ์ทุกข้อ ผลประเมินคุณภาพนวัตกรรม (Q1) ได้ค่าเฉลี่ย 4.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.28 อยู่ในระดับดีมาก ประสิทธิภาพขั้นทดลองใช้ (n = 26) E1/E2 = 86.12/80.19 และขั้นใช้จริง (n = 24) E1/E2 = 83.51/86.46 ผ่านเกณฑ์ 80/80 ทั้งสองระยะ (3) ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มใช้จริง พบว่าคะแนนหลังเรียน (x&#772; = 17.29) สูงกว่าก่อนเรียน (x&#772; = 11.88) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (T = 0, Z = 4.31, p < .001) โดยมีขนาดอิทธิพลใหญ่มาก (r = 0.88) นักเรียนทุกคน (24 จาก 24 คน) มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และ (4) พฤติกรรมที่สะท้อนสมรรถนะทางการเงินของนักเรียนเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นตลอด 4 เดือน โดยค่าเฉลี่ย T2 Progression พัฒนาจาก 3.51 เป็น 3.80 (Friedman &#967;&#178;(3) = 50.41, p < .001, W = 0.70) นักเรียนมีอัตราการออมต่อรายรับคงที่ประมาณร้อยละ 27 ตลอด 3 เดือน (เดือนที่ 2–4) แม้รายรับเดือนที่ 4 ลดลงจากช่วงปิดภาคเรียน นักเรียนฝากเงินออมรวม 11,172 บาท บรรลุเป้าหมายการออมร้อยละ 62.5 ผลการวิเคราะห์เนื้อหาจากแบบสัมภาษณ์ (T5) พบว่านักเรียนร้อยละ 91.7 แสดงพฤติกรรมที่สะท้อนสมรรถนะทางการเงินที่เหมาะสมกับวัย

โดยสรุป นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงวงจรที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้นักเรียนมีความสามารถในการใช้คณิตศาสตร์คิดวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจทางการเงินสูงขึ้น และมีพฤติกรรมที่สะท้อนสมรรถนะทางการเงินเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นว่าการใช้สถานการณ์ทางการเงินในชีวิตจริงเป็นบริบทในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงวงจร สามารถส่งเสริมทั้งความสามารถทางคณิตศาสตร์และพฤติกรรมทางการเงินที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียนระดับประถมศึกษาได้

โพสต์โดย ม่าน : [21 พ.ค. 2569 (18:29 น.)]
อ่าน [1449] ไอพี : 118.172.231.46
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,890 ครั้ง
เคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเอง
เคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเอง

เปิดอ่าน 15,689 ครั้ง
เหรียญศานติมาลา
เหรียญศานติมาลา

เปิดอ่าน 231,373 ครั้ง
สงครามครูเสด
สงครามครูเสด

เปิดอ่าน 3,276 ครั้ง
กรมอนามัย เผยไข่ต้มคลุกน้ำปลาสารอาหารไม่พอ เด็กวัยเรียนควรกินไข่คู่กับอาหารให้ครบหมู่หลากหลาย
กรมอนามัย เผยไข่ต้มคลุกน้ำปลาสารอาหารไม่พอ เด็กวัยเรียนควรกินไข่คู่กับอาหารให้ครบหมู่หลากหลาย

เปิดอ่าน 13,682 ครั้ง
7 วิธีใช้คอมพิวเตอร์ แบบทำร้ายตัวเอง
7 วิธีใช้คอมพิวเตอร์ แบบทำร้ายตัวเอง

เปิดอ่าน 275,148 ครั้ง
มาตรฐานวิชาชีพครู
มาตรฐานวิชาชีพครู

เปิดอ่าน 514,495 ครั้ง
จรรยาบรรณในวิชาชีพครู
จรรยาบรรณในวิชาชีพครู

เปิดอ่าน 17,425 ครั้ง
เสมาการ์ตูน
เสมาการ์ตูน

เปิดอ่าน 16,470 ครั้ง
ฮวงจุ้ยห้องนอน เพื่อรักยืนยาว
ฮวงจุ้ยห้องนอน เพื่อรักยืนยาว

เปิดอ่าน 13,717 ครั้ง
พืชผักสวนครัว
พืชผักสวนครัว

เปิดอ่าน 19,157 ครั้ง
เตือนภัย ระวังไวรัสบน Facebook กำลังระบาด
เตือนภัย ระวังไวรัสบน Facebook กำลังระบาด

เปิดอ่าน 18,970 ครั้ง
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 16,893 ครั้ง
Detoxification ล้างพิษ ล้างโรค
Detoxification ล้างพิษ ล้างโรค

เปิดอ่าน 40,008 ครั้ง
กีฬาฟุตบอล มาจากไหน?
กีฬาฟุตบอล มาจากไหน?

เปิดอ่าน 51,924 ครั้ง
วัสดุในชีวิตประจำวัน
วัสดุในชีวิตประจำวัน

เปิดอ่าน 23,005 ครั้ง
รูปแบบของผลการเรียนในโรงเรียน
รูปแบบของผลการเรียนในโรงเรียน
เปิดอ่าน 11,339 ครั้ง
ปัญหา คือ การเรียนรู้ ?
ปัญหา คือ การเรียนรู้ ?
เปิดอ่าน 32,052 ครั้ง
การนำ e - Learning ไปใช้ประกอบกับการเรียนการสอน
การนำ e - Learning ไปใช้ประกอบกับการเรียนการสอน
เปิดอ่าน 10,967 ครั้ง
"พันธุกรรม"ทำให้ คนลดน้ำหนักได้ไม่เท่ากัน
"พันธุกรรม"ทำให้ คนลดน้ำหนักได้ไม่เท่ากัน
เปิดอ่าน 39,643 ครั้ง
 ศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้สำหรับการกรอกใบสมัครงาน
ศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้สำหรับการกรอกใบสมัครงาน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ