|
Advertisement
|
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ คือ (1) เพื่อสร้างและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงวงจร เพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางการเงินสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 8 กิจกรรม (2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น (3) เพื่อศึกษาผลการใช้นวัตกรรมที่มีต่อความสามารถในการใช้คณิตศาสตร์คิดวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจทางการเงิน และ (4) เพื่อศึกษาผลการใช้นวัตกรรมที่มีต่อพฤติกรรมที่สะท้อนสมรรถนะทางการเงินของนักเรียน โดยใช้กรอบสมรรถนะทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับผู้เรียนอายุ 79 ปี เป็นกรอบอ้างอิงด้านการออกแบบกิจกรรมและเครื่องมือประเมิน
นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยกระบวนการเรียนรู้เชิงวงจร PEARL 6 ขั้น ได้แก่ (1) พบปัญหา/สถานการณ์จริงทางการเงิน (2) เชื่อมโยงข้อมูลกับคณิตศาสตร์ (3) วิเคราะห์และตัดสินใจเลือกแนวทางแก้ปัญหา (4) ลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ (5) ติดตามผลและสะท้อนคิดจากหลักฐานจริง และ (6) ปรับปรุงพฤติกรรมและนำไปใช้ต่อเนื่อง โดยสังเคราะห์จากทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของ Kolb คณิตศาสตร์สัจนิยมของ Freudenthal การสะท้อนคิดของ Schön วงจรวิจัยปฏิบัติการของ Kemmis และ McTaggart การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานของ Barrows และทฤษฎีการสร้างความรู้ของ Piaget และ Vygotsky ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 8 กิจกรรมเรียงลำดับจากการสร้างความตระหนักไปสู่การปฏิบัติจริงและการประยุกต์ใช้ พร้อมแผน Evaluate (แผนที่ 9) โดยใช้สถานการณ์ทางการเงินในชีวิตจริงเป็นบริบทในการเรียนรู้คณิตศาสตร์
นวัตกรรมได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง 3 ปี (พ.ศ. 25662568) โดยปีการศึกษา 2566 เป็นขั้นริเริ่มทดลองกิจกรรมบางส่วนในคาบซ่อมเสริม (นักเรียน 34 คน) ปีการศึกษา 2567 เป็นขั้นทดลองใช้นวัตกรรมครบทั้ง 8 กิจกรรมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 26 คน พร้อมหาประสิทธิภาพ E1/E2 และปรับปรุง 9 รายการ และปีการศึกษา 2568 เป็นขั้นใช้จริงกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 24 คน (ชาย 15 คน หญิง 9 คน) ภาคเรียนที่ 2 ตรวจสอบคุณภาพนวัตกรรมและเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (T1) แบบทดสอบระหว่างเรียนรายกิจกรรม 18 จำนวน 46 ข้อ (T1 E1) แบบสังเกตพฤติกรรมทางการเงิน (T2) แบบบันทึกรายรับรายจ่าย (T3) แบบบันทึกเงินออม (T4) แบบสัมภาษณ์ (T5) แบบประเมินสถานการณ์จำลอง (T6) แบบประเมินคุณลักษณะ (T7) แบบประเมินสมรรถนะและทักษะ (T8) แบบประเมินความพึงพอใจ (T-เสริม) และแบบประเมินคุณภาพนวัตกรรม (Q1) สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ การทดสอบ Wilcoxon Signed-Rank Test การทดสอบ Friedman Test และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า (1) นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยคู่มือนวัตกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ 9 แผน ชุดกิจกรรม 8 กิจกรรม ใบงาน 13 ชุด และเครื่องมือประเมิน T1T8 ซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นระบบผ่านกระบวนการ PEARL 6 ขั้น (2) ผลการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน พบว่าเครื่องมือทุกชุดมีค่า IOC อยู่ในช่วง 0.801.00 ผ่านเกณฑ์ทุกข้อ ผลประเมินคุณภาพนวัตกรรม (Q1) ได้ค่าเฉลี่ย 4.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.28 อยู่ในระดับดีมาก ประสิทธิภาพขั้นทดลองใช้ (n = 26) E1/E2 = 86.12/80.19 และขั้นใช้จริง (n = 24) E1/E2 = 83.51/86.46 ผ่านเกณฑ์ 80/80 ทั้งสองระยะ (3) ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มใช้จริง พบว่าคะแนนหลังเรียน (x̄ = 17.29) สูงกว่าก่อนเรียน (x̄ = 11.88) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (T = 0, Z = 4.31, p < .001) โดยมีขนาดอิทธิพลใหญ่มาก (r = 0.88) นักเรียนทุกคน (24 จาก 24 คน) มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และ (4) พฤติกรรมที่สะท้อนสมรรถนะทางการเงินของนักเรียนเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นตลอด 4 เดือน โดยค่าเฉลี่ย T2 Progression พัฒนาจาก 3.51 เป็น 3.80 (Friedman χ²(3) = 50.41, p < .001, W = 0.70) นักเรียนมีอัตราการออมต่อรายรับคงที่ประมาณร้อยละ 27 ตลอด 3 เดือน (เดือนที่ 24) แม้รายรับเดือนที่ 4 ลดลงจากช่วงปิดภาคเรียน นักเรียนฝากเงินออมรวม 11,172 บาท บรรลุเป้าหมายการออมร้อยละ 62.5 ผลการวิเคราะห์เนื้อหาจากแบบสัมภาษณ์ (T5) พบว่านักเรียนร้อยละ 91.7 แสดงพฤติกรรมที่สะท้อนสมรรถนะทางการเงินที่เหมาะสมกับวัย
โดยสรุป นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงวงจรที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้นักเรียนมีความสามารถในการใช้คณิตศาสตร์คิดวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจทางการเงินสูงขึ้น และมีพฤติกรรมที่สะท้อนสมรรถนะทางการเงินเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นว่าการใช้สถานการณ์ทางการเงินในชีวิตจริงเป็นบริบทในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงวงจร สามารถส่งเสริมทั้งความสามารถทางคณิตศาสตร์และพฤติกรรมทางการเงินที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียนระดับประถมศึกษาได้
|
โพสต์โดย ม่าน : [21 พ.ค. 2569 (18:29 น.)] อ่าน [44] ไอพี : 118.172.231.46
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 10,932 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,531 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,546 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,275 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 42,050 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 23,290 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,452 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 33,346 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,693 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 31,014 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,900 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 30,700 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 70,903 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,931 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,594 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 19,334 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 36,026 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 36,100 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 7,964 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,213 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|