ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความสูญเสียแก่สังคมไทย ทั้งใน
ด้านชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางและมีอัตราการบาดเจ็บสูงจากการสัญจรไปกลับระหว่างบ้านและโรงเรียน (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, 2566) ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อย ได้แก่ การขาดวินัยจราจร การไม่สวมหมวกกันน็อก การข้ามถนนในจุดที่ไม่ปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการจราจรรอบสถานศึกษาที่มีความหนาแน่นสูง โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและหลังเลิกเรียน (กรมการขนส่งทางบก, 2565) สอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก (WHO, 2023) รายงานว่าการเสริมสร้างความรู้และวินัยจราจรตั้งแต่วัยเรียน เป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ., 2565) ที่ส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาเป็น พื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ผ่านกิจกรรมและมาตรการเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง
โรงเรียนบ้านตันหยงหยงเปาว์ตั้งอยู่ในบริบทของชุมชนที่ติดกับทะเล มีถนนคับแคบที่เป็นเส้นทางสัญจรร่วมกันระหว่างรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และจักรยาน รวมทั้งคนเดินเท้า
ส่งผลให้การจราจรมีความหนาแน่นและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะจุดหน้าโรงเรียนที่มีการจอดรถรับส่งนักเรียน ซึ่งบางครั้งไม่มีการจัดระเบียบที่ชัดเจน เพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ใช้ถนนอื่นๆ
จากบริบทดังกล่าว สถานศึกษาจึงเห็นความจำเป็นในการพัฒนาโครงการ Safe School, Safe Road : โรงเรียนอุ่นใจ ถนนปลอดภัย โดยมีแรงบันดาลใจจากความมุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นทั้งในโรงเรียนและชุมชน เพื่อให้ทุกการเดินทางของนักเรียน
ครู และบุคลากรเป็นการเดินทางที่ปลอดภัย ลดจำนวนอุบัติเหตุ และยกระดับคุณภาพชีวิต
ของเยาวชนในระยะยาวสถานศึกษาในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของนักเรียน
จึงตระหนักถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความรู้ ทักษซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย
ของกระทรวงศึกษาธิการและแนวทางการสร้าง สถานศึกษาปลอดภัยโดยมีหลักการอิสลาม
เป็นพื้นฐาน คือ ไม่เป็นภัยหรืออันตรายต่อตนเอง และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น
(รายงานโดยอิบนุมาญะฮฺ, 2341) อันสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยในสังคม