ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การจัดประสบการณ์เชิงรุก (Active Learning) สำหรับเด็กอนุบาล 3 โดยใช้ STEM เป็นฐาน เรื่อง “หมวกกันน็อกของไข่ต้ม”

แนวทางการจัดประสบการณ์โดยใช้นวัตกรรม การจัดประสบการณ์เชิงรุก (Active Learning) สำหรับเด็กอนุบาล 3 โดยใช้ STEM เป็นฐาน เรื่อง”หมวกกันน็อกของไข่ต้ม” โดยคำนึงถึงความสมดุลและครอบคลุมพัฒนาการของเด็กให้ครบทุกด้าน ในการดูแล พัฒนา และจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคมและด้านสติปัญญา โดยให้ความสำคัญกับความแตกต่างระหว่างบุคคล และความเหมาะสมกับบริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ในศตวรรษที่ 21 โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ในการวางแผน ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมจนประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่างที่ดีได้

กิจกรรมการเรียนรู้รายวัน

วันจันทร์ | วันที่ 1 จุดประกายความคิดและระบุปัญหา (STEM ขั้นที่ 1)

กิจกรรม เล่านิทานสร้างสถานการณ์

จุดประสงค์

เด็กสามารถบอกปัญหาหรือสถานการณ์ความเดือดร้อนของ "พี่ไข่ต้ม" จากนิทานที่ฟังได้

กระบวนการจัดประสบการณ์

1. ครูนิทานเรื่อง "พี่ไข่ต้มกับบทเรียนของเขา" ให้เด็กๆ ชั้นอนุบาล 3 ฟัง

2. จากนั้นครูให้ โจทย์คำถามกับเด็กๆ ว่า "เราจะช่วยกันสร้างหมวกกันน็อกให้พี่ไข่ต้ม เพื่อป้องกันไม่ให้หัวแตกเมื่อตกลงมาจากรถได้อย่างไร" โดยครูเขียนคำตอบเด็กๆลงในกระดาษชาร์ต

3. ครูชวนเด็กสนทนาและระบายสีอุปกรณ์ไอเดียแรกเริ่มของเด็กๆ ทุกคนจากนั้นตัดและลงบนกระดาษชาร์ตขนาดใหญ่ เช่น แปะสำลี ใส่ถ้วย ใช้ฟองน้ำ

สื่อและวัสดุอุปกรณ์

1. ภาพประกอบเล่านิทานเรื่อง "พี่ไข่ต้มกับบทเรียนของเขา"

2. กระดาษชาร์ตแผ่นใหญ่ และปากกาเคมี สำหรับครูบันทึก

การวัดและการประเมินผล

1. สังเกตการบอกปัญหาหรือสถานการณ์ความเดือดร้อนของ "พี่ไข่ต้ม" จากนิทานที่เด็กได้ฟัง

วันอังคาร | วันที่ 2 นักสืบวัสดุ สำรวจและรวบรวมข้อมูล (STEM ขั้นที่ 2)

กิจกรรม ตลาดนัดวัสดุกันกระแทก (สำรวจสื่อ Loose Parts)

จุดประสงค์

เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสำรวจ ใช้นิ้วกด และนับจำนวนวัสดุภายในกลุ่มได้อย่างถูกต้อง

กระบวนการจัดประสบการณ์

1. ครูแนะนำมุมวัสดุอิสระ (Loose Parts) ที่จัดเตรียมไว้ อาทิ สำลี, ฟองน้ำ, แผ่นกันกระแทก (บับเบิ้ล), ถ้วยกระดาษ, ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น

2. ให้เด็กๆ สัมผัสและทดลองใช้นิ้วกดวัสดุต่างๆ ที่ครูเตรียมไว้และนับจำนวน

3. ครูชวนเด็กๆสนทนาว่า "วัสดุชิ้นไหนนุ่มที่สุด ชิ้นไหนที่น่าจะช่วยรับแรงกระแทกได้ดี" เด็กๆ ร่วมกันสรุปคุณสมบัติวัสดุร่วมกัน

4. เด็กนำวัสดุที่ชอบไปปะติดกระดาษจำลองหมวกกันน็อก

สื่อและวัสดุอุปกรณ์

1. สื่ออิสระ (Loose Parts): สำลี, ฟองน้ำ, แผ่นกันกระแทก (บับเบิ้ล), ถ้วยกระดาษ, ผ้าเช็ดหน้า

2. กล่องสำหรับใส่สื่ออิสระให้แต่ละกลุ่ม

การวัดและการประเมินผล

1. สังเกตการใช้ประสาทสัมผัสในการสำรวจ ใช้นิ้วกด และนับจำนวนวัสดุภายในกลุ่มได้อย่างถูกต้อง

วันพุธ | วันที่ 3 สถาปนิกตัวน้อย ออกแบบและวางแผน (STEM ขั้นที่ 3)

กิจกรรม วาดภาพร่างหมวกกันน็อก

จุดประสงค์

เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ และปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่มด้วยการรับฟังและเลือกแบบร่วมกัน

กระบวนการจัดประสบการณ์

1. ให้เด็กๆ วาดภาพออกแบบหมวกกันน็อกที่จะสร้างลงบนกระดาษ

2. จากนั้นเด็กๆแบ่งกลุ่มกันแล้วเลือกแบบภาพที่คิดว่าเหมาะสมในการสร้างหมวกกันน็อกที่สุดมากลุ่มละ 1 ภาพ

สื่อและวัสดุอุปกรณ์

1. กระดาษ

2. ดินสอ, ยางลบ, สีไม้หรือสีเทียน

การวัดและการประเมินผล

1. สังเกตเด็กมีความคิดสร้างสรรค์ และปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่มด้วยการรับฟังและเลือกแบบร่วมกัน

วันพฤหัสบดี | วันที่ 4 วิศวกรลงมือทำ สร้างสรรค์หมวกกันน็อก (STEM ขั้นที่ 4)

กิจกรรม ประกอบร่างหมวกให้พี่ไข่ต้ม

จุดประสงค์

เด็กสามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการตัด แปะ พัน หรือประกอบวัสดุ Loose Parts ให้เป็นหมวก 3 มิติได้ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและเลือกใช้เครื่องมือยึดติด เทปกาว ยางยืด ในการยึดวัสดุเข้าด้วยกัน

กระบวนการจัดประสบการณ์

1. เด็กๆ ช่วยกันลงมือประกอบหมวกกันน็อกโดยใช้สื่ออุปกรณ์อิสระ (Loose Parts) ที่ครูเตรียมไว้ให้

2. จากนั้นแล้วลองสวมหรือหุ้มตัวไข่ไก่ที่ต้มสุกแล้วเอาไว้ โดยใช้เทปกาวหรือยางยืดช่วยยึด

สื่อและวัสดุอุปกรณ์

1. ไข่ต้มสุก (กลุ่มละ 1-2 ฟอง เป็นตัวแทนพี่ไข่ต้ม)

2. สื่อ Loose Parts ที่เลือกไว้: สำลี, ฟองน้ำ, บับเบิ้ล, ถ้วยกระดาษ ฯลฯ

3. เทปกาว, ยางยืด, กรรไกรปลายมนสำหรับเด็ก

การวัดและการประเมินผล

1. สังเกตการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการตัด แปะ พัน หรือประกอบวัสดุ Loose Parts ให้เป็นหมวก 3 มิติได้ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและเลือกใช้เครื่องมือยึดติด เทปกาว ยางยืด ในการยึดวัสดุเข้าด้วยกัน

วันศุกร์ | วันที่ 5 ทดสอบความปลอดภัยและนิทรรศการสะท้อนคิด (STEM ขั้นที่ 5-6)

กิจกรรม จำลองอุบัติเหตุ ปรับปรุง และเปิดบ้านนำเสนอผลงาน

จุดประสงค์

เด็กสามารถทดลอง สังเกตผลลัพธ์ คาดคะเน ปรับปรุงแก้ไขชิ้นงาน และพูดนำเสนอผลงานสั้นๆ ได้

กระบวนการจัดประสบการณ์

1. คุณครูพานักเรียนไปที่จุดทดสอบ นำไข่ที่ใส่หมวกกันน็อกแล้ว ทิ้งลงมาจากความสูงระดับโต๊ะ (สมมติว่าตกจากรถมอเตอร์ไซค์)

2. จากนั้นช่วยกันเปิดดูว่าไข่แตกหรือร้าวหรือไม่ หากไข่เกิดการร้าวและแตก ชวนเด็กๆ คิดแก้ไข "ไข่ร้าวหรือแตก แสดงว่าหมวกยังนุ่มไม่พอ เรามาเพิ่มสำลีกันไหม?" แล้วให้ปรับปรุงชิ้นงาน

3. นำเสนอ และสะท้อนคิดเรื่องความปลอดภัย

3.1 ให้กลุ่มเด็กๆ นำพี่ไข่ต้มที่ปลอดภัยมาชูให้เพื่อนดู

3.2 สรุปบทเรียนร่วมกัน "หมวกกันน็อกที่ปลอดภัยต้องมีส่วนที่นุ่มและแข็ง และเวลาเรานั่งมอเตอร์ไซค์หรือปั่นจักรยาน เราก็ต้องใส่หมวกกันน็อกเหมือนพี่ไข่ต้ม เพื่อความปลอดภัยของตัวเราด้วยนะ"

สื่อและวัสดุอุปกรณ์

1. โต๊ะสำหรับจำลองจุดปล่อยไข่ (ทดสอบความสูง)

2. ตารางบันทึกสถิติอย่างง่าย เช่น ปลอดภัย / ร้าว / แตก

การวัดและการประเมินผล

1. สังเกตการสามารถทดลอง สังเกตผลลัพธ์ คาดคะเน ปรับปรุงแก้ไขชิ้นงาน และพูดนำเสนอผลงานสั้นๆ ได้

พบว่า เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนสะอาด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 3 มีคะแนนทักษะการคิดและการแก้ปัญหาเชิงรุกก่อนและหลังได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ STEM เป็นฐาน จากเรื่อง “หมวกกันน็อกของไข่ต้ม”ดังนี้

ก่อนการจัดประสบการณ์ พบว่า เด็กปฐมวัยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.14 คิดเป็นร้อยละ 54.29 ของคะแนนเต็ม แสดงให้เห็นว่าเด็กมีพัฒนาการอยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้

หลังการจัดประสบการณ์ พบว่า เด็กมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 14 คิดเป็นร้อยละ 93.33 แสดงถึงระดับพัฒนาการอยู่ในระดับคุณภาพ ดี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของพัฒนาการตามเกณฑ์ เมื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการจัดประสบการณ์ พบว่าเด็กมี ผลต่างคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 5.86 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 39.05 ของคะแนนเต็ม ซึ่งแสดงว่าเด็กมีทักษะการคิดและการแก้ปัญหาเชิงรุกเพิ่มขึ้น ภายหลังได้รับการจัดประสบการณ์

2) เด็กชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านโนนสะอาด ทั้ง 7 คนได้รับการพัฒนาการปลูกฝังกระบวนการคิด การสร้างความอยากรู้อยากเห็น และการลงมือทำผ่านการเล่นของเกิดพัฒนาการทักษะ ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตามเป้าหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

โพสต์โดย ครูชม : [16 ก.ค. 2569 (18:34 น.)]
อ่าน [265] ไอพี : 184.22.240.82
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,361 ครั้ง
"ราชบัณฑิตฯ" แจงชื่อเมืองหลวงใหม่ ใช้ได้ทั้ง Krung Thep Maha Nakhon และ Bangkok
"ราชบัณฑิตฯ" แจงชื่อเมืองหลวงใหม่ ใช้ได้ทั้ง Krung Thep Maha Nakhon และ Bangkok

เปิดอ่าน 12,621 ครั้ง
ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป
ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป

เปิดอ่าน 13,276 ครั้ง
ลีลาตำรวจโบกรถ เชียงใหม่ ช่วยผู้ขับขี่คลายเครียดได้เยอะ
ลีลาตำรวจโบกรถ เชียงใหม่ ช่วยผู้ขับขี่คลายเครียดได้เยอะ

เปิดอ่าน 20,487 ครั้ง
วีดิทัศน์ประกอบการสอนคณิตศาสตร์ชั้น ป.5 โดย สสวท.
วีดิทัศน์ประกอบการสอนคณิตศาสตร์ชั้น ป.5 โดย สสวท.

เปิดอ่าน 20,261 ครั้ง
คำว่า "ตายน้ำตื้น" มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ชมคลิป
คำว่า "ตายน้ำตื้น" มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ชมคลิป

เปิดอ่าน 23,507 ครั้ง
วีดิทัศน์คณิตศาสตร์ ชั้น ป.4 โดย สสวท.
วีดิทัศน์คณิตศาสตร์ ชั้น ป.4 โดย สสวท.

เปิดอ่าน 108,976 ครั้ง
ประเภทของระบบสารสนเทศ
ประเภทของระบบสารสนเทศ

เปิดอ่าน 11,666 ครั้ง
สีแดงกับสมอง ความเชื่อมโยงอันน่าอัศจรรย์ที่คุณไม่เคยรู้
สีแดงกับสมอง ความเชื่อมโยงอันน่าอัศจรรย์ที่คุณไม่เคยรู้

เปิดอ่าน 11,328 ครั้ง
การล้างลำไส้ทำให้อาการสิวดีขึ้น
การล้างลำไส้ทำให้อาการสิวดีขึ้น

เปิดอ่าน 15,612 ครั้ง
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต

เปิดอ่าน 6,515 ครั้ง
8 โรงเรียนนวัตกรรมโลกตามหลัก Education 4.0 : สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา EP.3
8 โรงเรียนนวัตกรรมโลกตามหลัก Education 4.0 : สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา EP.3

เปิดอ่าน 12,586 ครั้ง
คุณสมบัติของ คนที่ประสบความสำเร็จ (จบ)
คุณสมบัติของ คนที่ประสบความสำเร็จ (จบ)

เปิดอ่าน 30,317 ครั้ง
ผักแว่น...ผักพื้นบ้านแต่มีคุณค่า
ผักแว่น...ผักพื้นบ้านแต่มีคุณค่า

เปิดอ่าน 4,247 ครั้ง
Customer data platform (CDP) โปรแกรมที่คนทำธุรกิจไม่ควรพลาด
Customer data platform (CDP) โปรแกรมที่คนทำธุรกิจไม่ควรพลาด

เปิดอ่าน 17,575 ครั้ง
เด็กๆ นี่มีเสน่ห์ คนนี้ชอบพูด NO น่ารักดี
เด็กๆ นี่มีเสน่ห์ คนนี้ชอบพูด NO น่ารักดี

เปิดอ่าน 22,787 ครั้ง
2012 วันสิ้นโลก จริงหรือ?
2012 วันสิ้นโลก จริงหรือ?
เปิดอ่าน 38,304 ครั้ง
ภาวะผู้นำยุค 4.0 ในพลวัตศตวรรษที่ 21
ภาวะผู้นำยุค 4.0 ในพลวัตศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 11,612 ครั้ง
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ
เปิดอ่าน 486 ครั้ง
Oligio คืออะไร? เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความเฟิร์มโดยไม่ต้องผ่าตัด
Oligio คืออะไร? เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความเฟิร์มโดยไม่ต้องผ่าตัด
เปิดอ่าน 16,019 ครั้ง
ครูใช้เวลาว่างเลี้ยงไก่งวงขายลูกค้าสั่งซื้อเพียบ เตรียมรวมกลุ่มส่งขายต่างประเทศ
ครูใช้เวลาว่างเลี้ยงไก่งวงขายลูกค้าสั่งซื้อเพียบ เตรียมรวมกลุ่มส่งขายต่างประเทศ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ