ผู้วิจัย: นายเอกพจน์ กันภัย
ปีการศึกษา: 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) และใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบและสภาพพื้นฐานของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล 1 (ในระบบสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง) (2) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ 2L2P2S Model ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล 1 (ในระบบสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง) (3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ 2L2P2S Model ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล 1 (ในระบบสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง) (4) เพื่อประเมินประสิทธิผลและรับรองรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ 2L2P2S Model ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล 1 (ในระบบสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง)
วิธีดำเนินการวิจัยจำแนกออกเป็น 4 ระยะ กลุ่มเป้าหมายและผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องมือจำนวน 5 ท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิให้สัมภาษณ์เชิงลึกจำนวน 9 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญในกระบวนการเทคนิคเดลฟายจำนวน 17 ท่าน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองและประเมินผลลัพธ์ ได้แก่ ผู้บริหาร ครูและคณะกรรมการสถานศึกษาจำนวน 34 คน และประชากรนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 516 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามประเมินรูปแบบชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คู่มือการปฏิบัติการตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ 2L2P2S Model และแบบประเมิน ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ร่วมกับสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ (IQR) และสถิติทดสอบที (Paired Samples t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาองค์ประกอบและสภาพพื้นฐาน พบว่า องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา ที่จำเป็นต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์คู่ขนาน 6 องค์ประกอบหลัก และ 40 ตัวชี้วัดเชิงปฏิบัติการ ได้แก่ ยุทธศาสตร์คู่ขนานที่ 1 (2L) ภาวะผู้นำของผู้บริหารคู่ขนานกับการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ยุทธศาสตร์คู่ขนาน ที่ 2 (2P) การบริหารแบบมีส่วนร่วมคู่ขนานกับการพัฒนาบุคลากร และยุทธศาสตร์คู่ขนานที่ 3 (2S) การวางแผนกลยุทธ์เชิงรุกคู่ขนานกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยบริบทปัจจุบันต้องการเครื่องมือวิเคราะห์และกำกับติดตามข้อมูลวิชาการอย่างเป็นระบบ ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาอย่างยั่งยืน
2. ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบ พบว่า รูปแบบการบริหารสถานศึกษา และคู่มือการปฏิบัติการตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ 2L2P2S Model ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ และความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาในระดับสูง โดยการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ ผ่านเทคนิคเดลฟายในรอบที่ 3 บรรลุฉันทามติร่วมกันเป็นเอกฉันท์ มีค่ามัธยฐาน (Mdn) เท่ากับ 5.00 ทุกรายการ และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ (IQR) อยู่ระหว่าง 0.00 0.50 ขณะที่คู่มือการปฏิบัติการตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) รวมทั้งฉบับเท่ากับ 0.93 และแบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นแอลฟาของครอนบาค (α) สูงถึง 0.98 ซึ่งยืนยันความพร้อมในการนำไปใช้ปฏิบัติจริงต่อไป
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ 2L2P2S Model ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน พบว่า หลังการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ 2L2P2S Model ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ในสถานการณ์จริงตลอดปีการศึกษา 2568 ส่งผลให้ระดับการปฏิบัติการในภาพรวมของสถานศึกษาเพิ่มขึ้นจากระดับปานกลาง (¯X = 3.35, S.D. = 0.203) สู่ระดับมากที่สุด (¯(X )= 4.59, S.D. = 0.108) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 68.83) และส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียนอย่างเด่นชัด โดยเกรดเฉลี่ยรวม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้สูงขึ้นจากร้อยละ 73.85 เป็นร้อยละ 87.90 เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.05 ซึ่งมิติด้านทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (AI) มีอัตราการเติบโตสูงสุดถึงร้อยละ 26.80
4. ผลการประเมินประสิทธิผลและการรับรองรูปแบบ พบว่า ผู้บริหารและครูผู้สอนมีการรับรองรูปแบบและมีความพึงพอใจต่อประสิทธิผลการปฏิบัติการตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ 2L2P2S Model โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (¯(X )= 4.90, S.D. = 0.17) เมื่อวิเคราะห์จำแนกรายมิติ พบว่า ประเด็นความพึงพอใจด้านการส่งเสริมสมรรถนะครูสู่การเป็นครูยุคดิจิทัล (AI) ภายใต้โครงสร้างยุทธศาสตร์คู่ขนานที่ 2 (2P) ได้รับคะแนนเฉลี่ยสูงสุดที่ 4.97 สะท้อนถึงการยอมรับในการเปลี่ยนผ่านสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์อย่างยั่งยืน