ความเป็นมาและสภาพปัญหา
การจัดการศึกษาในปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งวิชาคณิตศาสตร์ถือเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนากระบวนการคิดของผู้เรียน เพราะคณิตศาสตร์ช่วยส่งเสริมการคิดอย่างมีเหตุผล การคิดอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์ข้อมูล การตัดสินใจ รวมถึงการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ คณิตศาสตร์ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ในศาสตร์อื่น และเป็นทักษะจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในโลกยุคปัจจุบัน
จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่ผ่านมา พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาในการเรียนรู้ โดยเฉพาะด้านการคิดคำนวณ การวิเคราะห์โจทย์ปัญหา และการนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในสถานการณ์จริง นักเรียนบางส่วนขาดความเข้าใจในเนื้อหาพื้นฐาน ขาดความมั่นใจในการคิดคำนวณ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังพบว่านักเรียนจำนวนมากมีเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ มองว่าเป็นวิชาที่ยาก ซับซ้อน และน่าเบื่อ ส่งผลให้ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ และไม่เกิดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนเท่าที่ควร
จากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนวัดน้อยแสงจันทร์(จันทร์ศิริวิทยาคาร) พบว่า นักเรียนยังมีปัญหาเกี่ยวกับการคิดเงิน การทอนเงิน การคำนวณส่วนลด การคำนวณร้อยละ และการแก้โจทย์ปัญหาจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับโจทย์ที่ต้องใช้กระบวนการคิดหลายขั้นตอน นักเรียนมักเกิดความสับสน ขาดทักษะการวางแผน และไม่สามารถเลือกวิธีการคำนวณที่เหมาะสมได้ นอกจากนี้ นักเรียนบางส่วนยังขาดสมาธิในการเรียน ไม่กล้าซักถามเมื่อไม่เข้าใจ และมีพฤติกรรมการเรียนแบบรอรับความรู้จากครูเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในระดับที่ต้องได้รับการพัฒนา
สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นการบรรยายและการทำแบบฝึกหัดเป็นหลัก ทำให้นักเรียนขาดโอกาสในการลงมือปฏิบัติจริง และไม่สามารถเชื่อมโยงเนื้อหาทางคณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวันได้ ส่งผลให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย ขาดความสนุกสนานในการเรียน และไม่เห็นความสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์ นอกจากนี้ ผู้เรียนในยุคปัจจุบันมีความสนใจในกิจกรรมที่ท้าทาย สนุกสนาน และมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าการเรียนรู้แบบเดิม ดังนั้น การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
จากปัญหาและสภาพการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น เกิดความสนุกสนาน และสามารถเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้จัดทำจึงได้พัฒนานวัตกรรม การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้บอร์ดเกม เรื่อง
บอร์ดเกมการบวก ขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อและเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะด้านการบวก ผ่านกระบวนการเล่นเกมที่สนุกสนานและท้าทาย ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง มีโอกาสคิด วิเคราะห์ วางแผน ตัดสินใจ และทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย
บอร์ดเกม การบวก ได้รับการออกแบบให้มีความเหมาะสมกับวัยและบริบทของผู้เรียน โดยใช้สีสันสดใส ภาพการ์ตูนน่ารัก การ์ดคำถาม การ์ดวัดดวง และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ใกล้ตัวนักเรียน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้และช่วยให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการทำกิจกรรม นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ และสามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
การจัดการเรียนรู้ด้วยบอร์ดเกมดังกล่าว ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะด้านการคิดคำนวณและการแก้ปัญหาเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจ และการบริหารจัดการตนเอง อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ลดความเครียดในการเรียน และส่งเสริมให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์มากยิ่งขึ้น
ผู้จัดทำจึงเห็นว่าการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้บอร์ดเกม เป็นนวัตกรรมที่มีความเหมาะสมและสามารถช่วยแก้ปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข มีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ และสามารถพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ควบคู่ไปกับทักษะชีวิตที่จำเป็นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน