ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

“จากสเต็ปเต้น สู่สเต็ปธรรม : การขับเคลื่อนไตรคุณธรรมเพื่อพัฒนาเยาวชนคนดี ด้วยนวัตกรรม 5 STEPs DANCE Model”

รายละเอียดเอกสารการนำเสนอผลงานนวัตกรรม

1. ความสำคัญของผลงานนวัตกรรมที่นำเสนอ

ในยุคปัจจุบันที่สังคมมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใต้กระแสโลกไร้พรมแดน เด็กและเยาวชนต้องเผชิญกับสิ่งเร้ามากมายที่ส่งผลกระทบต่อสมาธิและวุฒิภาวะทางอารมณ์ เยาวชนจำนวนมากต้องเผชิญ

กับสภาวะขาดความมั่นใจในตนเอง มีความเขินอาย ไม่กล้าแสดงออกในทางที่เหมาะสม และเมื่อต้องเผชิญ

กับความยากลำบากในการเรียนรู้หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่น มักเกิดความท้อแท้และยอมแพ้ได้ง่าย สภาพการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการขาดรากฐานทางจิตใจ หรือ "ไตรคุณธรรม" อันได้แก่ ความซื่อสัตย์ต่อตนเองและหน้าที่ (สัจจะ), ความอดทนอดกลั้นต่ออุปสรรค (ขันติ) และ ความเพียรพยายามมุ่งมั่น (วิริยะ) ทั้งนี้ แผนการศึกษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพให้ผู้เรียนมีสมรรถนะ ทักษะชีวิต และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทว่าการอบรมสั่งสอนแบบเดิมที่เน้นเพียงการท่องจำหลักศีลธรรมในห้องเรียน อาจไม่สามารถแปรเปลี่ยนความรู้ทางทฤษฎีให้กลายเป็นพฤติกรรมปฏิบัติจริงของนักเรียนได้ หากขาดกิจกรรมที่ดึงดูดใจและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ขัดเกลาตนเองผ่านการลงมือปฏิบัติ

และประสบการณ์ตรง

เมื่อพิจารณาบริบทของโรงเรียนบ้านดอนทราย ซึ่งเป็นสถานศึกษาขนาดกลาง พบข้อจำกัดที่ท้าทายคือ การขาดแคลนบุคลากรครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนาฏศิลป์และการแสดง ในขณะเดียวกัน นักเรียนกลุ่มที่มีความสนใจด้านศิลปะการแสดง (เช่น ชุมนุม Cover Dance) กลับมีความมุ่งมั่นและพยายามรวมกลุ่มฝึกซ้อมกันเอง แต่ด้วยการขาดผู้ชี้แนะหลักการที่ถูกต้อง ส่งผลให้การฝึกซ้อมขาดความเป็นระบบ

ขาดระเบียบวินัย และเมื่อผู้เรียนไม่สามารถพัฒนาทักษะได้ตามที่คาดหวัง จึงนำไปสู่ความท้อถอย

พลาดโอกาสในการเข้าถึงเวทีการแสดง และกลายเป็นการสูญเสียศักยภาพแฝง (Hidden Potential)

ของผู้เรียนไปอย่างน่าเสียดาย

จากบริบทความต้องการของผู้เรียนที่สวนทางกับข้อจำกัดด้านบุคลากร ผู้จัดทำในฐานะครูผู้สอน

จึงตระหนักถึงบทบาทความเป็นครูที่ต้อง "สร้างโอกาส" และ "สานฝัน" ให้แก่ผู้เรียน โดยมองเห็นว่า กิจกรรมการแสดงไม่ว่าจะเป็น Cover Dance, คีตะมวยไทย หรือแอโรบิก ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมนันทนาการ

เพื่อความสนุกสนานหรือมุ่งเน้นความเป็นเลิศเพื่อการแข่งขันเท่านั้น แต่ "การเต้น" ถือเป็นกุศโลบายชั้นยอด

ในการฝึกฝนคุณธรรม เพราะความพร้อมเพรียงและสวยงามบนเวทีจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากผู้เรียนขาด วิริยะ (ความเพียรพยายามซ้อมซ้ำๆ) ขาด ขันติ (ความอดทนต่อความเมื่อยล้าและคำติชม) และขาด สัจจะ

(ความซื่อสัตย์ต่อจังหวะและการปฏิบัติตามกติกาของทีม)

นวัตกรรม 5 STEPs DANCE Model เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ผู้สอนปรับเปลี่ยนบทบาทตนเองเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) โดยใช้กิจกรรมการแสดง (Cover Dance, คีตะมวยไทย, แอโรบิก) เป็นสื่อกลางในการขับเคลื่อนและปลูกฝัง "ไตรคุณธรรม" ในทุกย่างก้าวของการฝึกฝน ดังนี้

Step 1: D - Decoding & Demonstration (การถอดรหัสและการสาธิต สู่การฝึกสัจจะแห่งการเรียนรู้)

• กระบวนการปฏิบัติ: ครูผู้สอนนำสื่อวิดีโอมาวิเคราะห์และ "ถอดรหัส" ท่าเต้นที่ซับซ้อนให้ช้าลง โดยแบ่งออกเป็นการนับจังหวะพื้นฐาน (1-8) จากนั้นทำหน้าที่เป็นต้นแบบ (Modeling) สาธิตการเคลื่อนไหวทีละจังหวะอย่างชัดเจน เพื่อลดความท้อแท้ในการจำท่าเต้นยาวๆ

• การบูรณาการคุณธรรม (สัจจะ + วินัย): ขั้นตอนนี้มุ่งเน้นการสร้าง "สัจจะ" (ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง) โดยปลูกฝังวัฒนธรรมในชั้นเรียนให้ผู้เรียนกล้ายอมรับความจริง หากจำท่าไม่ได้หรือตามไม่ทัน ต้องกล้ายกมือถามและไม่ปล่อยผ่านความไม่รู้ของตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกระเบียบวินัยพื้นฐานในการจัดแถวและการตั้งใจสังเกตรายละเอียดอย่างมีสมาธิ

Step 2: A - Assistance by Peers (การเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน ด้วยจิตแห่งขันติ)

• กระบวนการปฏิบัติ: ครูจัดกลุ่มย่อยแบบคละความสามารถ โดยให้ผู้เรียนที่จำท่าได้เร็วทำหน้าที่เป็น "ผู้นำกลุ่ม" คอยประกบและทบทวนท่าเต้นให้กับเพื่อนที่เรียนรู้ได้ช้ากว่า (Peer-Assisted Learning) ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎี ZPD (Zone of Proximal Development)

• การบูรณาการคุณธรรม (ขันติ + สัจจะ): ขั้นตอนนี้คือหัวใจของการละลายพฤติกรรมและสร้างสังคมแห่งการเกื้อกูล ผู้ที่เป็นผู้นำต้องใช้ "ขันติ" (ความอดทน) ในการอธิบายซ้ำๆ โดยไม่หงุดหงิดใส่เพื่อน ส่วนผู้ที่เรียนรู้ช้าก็ต้องใช้ความอดทนในการฝึกฝนไม่ยอมแพ้ ทั้งสองฝ่ายต้องสื่อสารกันด้วย "สัจจะ" คือมีความจริงใจต่อกัน ชี้แนะข้อผิดพลาดด้วยความสุภาพ ปราศจากอคติหรือการจับผิด

Step 3: N - Navigating Assessment (การประเมินเพื่อพัฒนาและชี้แนะ อย่างตรงไปตรงมา)

• กระบวนการปฏิบัติ: ระหว่างการฝึกซ้อมกลุ่มย่อย ครูจะจัดให้มีการ "สอบทวนท่าเต้น" ทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว (Formative Assessment) โดยไม่ได้ทำเพื่อตัดสินคะแนน แต่เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ทันที เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการจัดระเบียบร่างกายที่ผิดพลาด

• การบูรณาการคุณธรรม (สัจจะ + วินัย): ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝน "สัจจะ" ผ่านการประเมินตามความเป็นจริง ทั้งการประเมินตนเองและประเมินเพื่อน (Peer Assessment) โดยไม่ลำเอียงเพราะความสนิทสนม และฝึกการมีวินัยในการยอมรับฟังคำติชมของครูเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขท่าทางให้ถูกต้องโดยไม่แสดงอารมณ์ขุ่นมัว

Step 4: C - Collaborative Synchronization (การบูรณาการความพร้อมเพรียง ด้วยวิริยะและขันติ)

• กระบวนการปฏิบัติ: เมื่อผ่านการทดสอบรายบุคคล ผู้เรียนจะเข้าสู่การซ้อมรวมเต็มรูปแบบ (Full Run-through) เพื่อฝึกการจัดระเบียบแถว การแปรขบวน และการประสานงานเข้าจังหวะเพลง

เพื่อสร้างความแข็งแรงของร่างกายและการทำงานเป็นทีม

• การบูรณาการคุณธรรม (วิริยะ + ขันติ): การทำงานเป็นทีมต้องอาศัยการลดอัตตา (ความเห็นแก่ตัว) และใช้ "วิริยะ" (ความเพียรพยายาม) อย่างสูงสุดในการฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ผู้เรียนต้องใช้ "ขันติ" (ความอดทนอดกลั้น) ต่อความเมื่อยล้าทางกาย เพื่อควบคุมจังหวะของตนเองไม่ให้เร็วกว่าหรือช้ากว่าเพื่อน เพื่อให้ความพร้อมเพรียงของทีมบรรลุผลสำเร็จสูงสุด

Step 5: E - Excellence Performance (การแสดงผลสัมฤทธิ์สู่ความเป็นเลิศ คุณธรรมนำจิตสาธารณะ)

• กระบวนการปฏิบัติ: ครูจำลองสถานการณ์เสมือนจริงเพื่อเตรียมความพร้อมด้านอารมณ์และลดความประหม่า (Authentic Assessment) จากนั้นจึงนำผู้เรียนนำศักยภาพที่ผ่านการเคี่ยวกรำออกสู่เวทีจริง ทั้งการแข่งขันระดับเขตพื้นที่ และการแสดงในงานชุมชน

• การบูรณาการคุณธรรม (วิริยะ + จิตสาธารณะ): ขั้นตอนนี้คือดอกผลแห่งความพากเพียร ผู้เรียนได้แสดง "สัจจะ" ผ่านการรับผิดชอบต่อหน้าที่บนเวทีอย่างเต็มกำลังตั้งแต่ต้นจนจบ และที่สำคัญที่สุดคือการต่อยอดคุณธรรมสู่ "จิตสาธารณะ" โดยนำความสามารถที่เกิดจาก "วิริยะ" ไปใช้สร้างประโยชน์และรอยยิ้มให้กับชุมชน

ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะพลิกข้อจำกัดให้เป็นความท้าทาย โดยนำแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มาบูรณาการร่วมกับจิตวิทยาการเรียนรู้ ออกแบบเป็นนวัตกรรม "5 STEPs DANCE Model" เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเชิงรุกในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและยกระดับทักษะชีวิต นวัตกรรมนี้มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน การประเมินเพื่อพัฒนา และการทำงานเป็นทีม ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาความเขินอายและสร้างความกล้าแสดงออกแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนผ่าน "จากสเต็ปเต้น

สู่สเต็ปธรรม" เพื่อบ่มเพาะไตรคุณธรรมให้ฝังรากลึกในจิตใจของผู้เรียน และหล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตเป็นคนดีของสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

2. จุดประสงค์และเป้าหมาย

2.1 จุดประสงค์

1. เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี 5 STEPs DANCE Model ในการขับเคลื่อนไตรคุณธรรม (สัจจะ ขันติ วิริยะ) ของผู้เรียน

2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากความเขินอายและท้อแท้ ไปสู่การมีไตรคุณธรรม มีระเบียบวินัย และมีความมั่นใจในตนเอง

3. เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Assistance) และการนำทักษะการเต้น/การแสดงไปใช้ในการบริการสังคมและจิตอาสาแก่ชุมชน

2.2 เป้าหมาย

เป้าหมายเชิงปริมาณ

1. นักเรียนชุมนุม COVER DANCE โรงเรียนบ้านดอนทราย จำนวน 13 คน ปีการศึกษา 2568 ร้อยละ 90 ได้รับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผ่านกระบวนการนวัตกรรม 5 STEPs DANCE Model

2. นักเรียนชุมนุม COVER DANCE โรงเรียนบ้านดอนทราย ร้อยละ 90 มีผลการประเมินพฤติกรรมด้านไตรคุณธรรม (สัจจะ ขันติ วิริยะ) มีระเบียบวินัย และมีความกล้าแสดงออกอยู่ในระดับดีเยี่ยมขึ้นไป

3. กลุ่มนักเรียนนวัตกรรมนำทักษะการเต้น (Cover Dance, แอโรบิก, คีตะมวยไทย) ออกแสดงจิตอาสาบริการชุมชน ไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อปีการศึกษา

เป้าหมายเชิงคุณภาพ

1. นักเรียนชุมนุม COVER DANCE โรงเรียนบ้านดอนทราย มีไตรคุณธรรม(สัจจะ ขันติ วิริยะ)ด้วยรูปแบบนวัตกรรม “จากสเต็ปเต้น สู่สเต็ปธรรม : การขับเคลื่อนไตรคุณธรรมเพื่อพัฒนาเยาวชนคนดี ด้วยนวัตกรรม 5 STEPs DANCE Model”

2. ผู้เรียนก้าวข้ามความเขินอายและความท้อแท้ กลายเป็นผู้มีไตรคุณธรรม มีความอดทนต่อการซ้อม (ขันติ), มีความเพียรพยายามพัฒนาตนเอง (วิริยะ) และซื่อสัตย์ต่อกติกา เวลา และบทบาทหน้าที่ของตนเอง (สัจจะ)

3. เกิดบรรยากาศการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Assistance by Peers) ในชั้นเรียน คนเก่งคอยดูแลและให้กำลังใจคนอ่อน เกิดความรัก ความสามัคคี และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

4. ชุมชนได้รับการบริการทางสังคมและเกิดความสัมพันธ์อันดีกับสถานศึกษา ผ่านกิจกรรมจิตอาสาของการแสดงเด็กๆ โดยถ้วยรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันถูกเปลี่ยนเป็นผลพลอยได้ แต่ผลลัพธ์หลักคือการสร้างเยาวชนคนดีสู่สังคม

โพสต์โดย ครูสอนเลข : [16 ส.ค. 2569 (23:46 น.)]
อ่าน [31] ไอพี : 125.26.44.200
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,685 ครั้ง
ความเป็นมา  "วันสงกรานต์"
ความเป็นมา "วันสงกรานต์"

เปิดอ่าน 24,271 ครั้ง
ประโยชน์ของน้ำมะนาว ดื่มอุ่น ๆ ยามเช้า ดี
ประโยชน์ของน้ำมะนาว ดื่มอุ่น ๆ ยามเช้า ดี

เปิดอ่าน 49,541 ครั้ง
การเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะในเด็กเล็ก
การเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะในเด็กเล็ก

เปิดอ่าน 76,738 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 16 การเตะเข้าเล่น
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 16 การเตะเข้าเล่น

เปิดอ่าน 12,710 ครั้ง
ฮีโร่&วายร้าย คนเด่นโลกปี 2554
ฮีโร่&วายร้าย คนเด่นโลกปี 2554

เปิดอ่าน 141,891 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 12 การเล่นที่ผิดกติกาและประพฤติผิด
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 12 การเล่นที่ผิดกติกาและประพฤติผิด

เปิดอ่าน 12,667 ครั้ง
ดับร้อนด้วย "เสาวรส" สุดจี๊ดจ๊าด
ดับร้อนด้วย "เสาวรส" สุดจี๊ดจ๊าด

เปิดอ่าน 32,179 ครั้ง
หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินในสถานพยาบาลของเอกชน ว 333
หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินในสถานพยาบาลของเอกชน ว 333

เปิดอ่าน 25,193 ครั้ง
ประเพณีสงกรานต์ล้านนา
ประเพณีสงกรานต์ล้านนา

เปิดอ่าน 15,266 ครั้ง
วันตรุษจีน
วันตรุษจีน

เปิดอ่าน 265,128 ครั้ง
ความหมายของระบบ
ความหมายของระบบ

เปิดอ่าน 14,560 ครั้ง
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว

เปิดอ่าน 16,025 ครั้ง
ขนมเสริมมงคล 12 ราศี
ขนมเสริมมงคล 12 ราศี

เปิดอ่าน 11,318 ครั้ง
Google "ค้นหา" ข้อมูลเก่งขึ้น
Google "ค้นหา" ข้อมูลเก่งขึ้น

เปิดอ่าน 21,762 ครั้ง
เคล็ดลับการเลือกสีผมจากสีผิว
เคล็ดลับการเลือกสีผมจากสีผิว

เปิดอ่าน 13,005 ครั้ง
วันอาสาฬหบูชา
วันอาสาฬหบูชา
เปิดอ่าน 52,705 ครั้ง
ยาสตรี คืออะไร?
ยาสตรี คืออะไร?
เปิดอ่าน 14,348 ครั้ง
พ่อกับลูกชาย คลิปซึ้งกินใจ ไว้เตือนใจตนครับ
พ่อกับลูกชาย คลิปซึ้งกินใจ ไว้เตือนใจตนครับ
เปิดอ่าน 85,631 ครั้ง
ขั้นตอนวิธีการจุดธูปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ขั้นตอนวิธีการจุดธูปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เปิดอ่าน 2,176 ครั้ง
"สูงวัย เนือยนิ่ง ทอดหุ่ยกับสมองเสื่อม" พฤติกรรมแบบไหน ทำให้เกิดความเสี่ยง?
"สูงวัย เนือยนิ่ง ทอดหุ่ยกับสมองเสื่อม" พฤติกรรมแบบไหน ทำให้เกิดความเสี่ยง?

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ