ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > รมว.ศธ.ให้นโยบายผู้บริหาร สพฐ.

รมว.ศธ.ให้นโยบายผู้บริหาร สพฐ.

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 ก.ย. 2558 เปิดอ่าน : 4,637 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยพลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พบปะและให้นโยบายแก่ผู้บริหาร สพฐ. เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน 2558 ณ ห้องประชุม สพฐ.1

 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สพฐ.ได้นำเสนอถึงโครงสร้างการบริหารงานของหน่วยงานในสังกัด ซึ่งจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานภายใต้วิสัยทัศน์ "การศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยมีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากลบนพื้นฐานของความเป็นไทย"

ทั้งนี้ สพฐ.ได้นำเสนอข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสถานศึกษาทั้งสิ้น 30,816 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนประถมศึกษา 28,358 แห่ง (ขยายโอกาสทางการศึกษา 7,082 แห่ง) โรงเรียนมัธยมศึกษา 2,361 แห่ง โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ 51 แห่ง โรงเรียนศึกษาพิเศษ 46 แห่ง และมีศูนย์การศึกษาพิเศษอีก 77 แห่ง

มีจำนวนนักเรียน 7,063,784 คน บุคลากร 418,949 คน แยกเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 417,980 คน (ผู้บริหาร 33,041 คน ครู 369,371 คน บุคลากรทางการศึกษา 15,568 คน) และข้าราชการพลเรือนในส่วนกลาง 969 คน

งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ สพฐ.ได้รับจัดสรรในปีงบประมาณ พ.ศ.2558 มีจำนวนทั้งสิ้น 315,058,342,600 บาท ส่วนปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ได้รับจัดสรรจำนวนทั้งสิ้น 319,321,049,500 บาท หรือได้รับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.35 นอกจากนี้ ยังได้รับงบประมาณเพื่อใช้ในการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการอีก 150,000,000 บาท รวมงบประมาณปี พ.ศ.2559 ที่ สพฐ.ได้รับจัดสรรจำนวนทั้งสิ้น 319,471,049,500 บาท

โดย สพฐ.ได้กำหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรในปีงบประมาณ 2559 เพื่อใช้จ่ายตามวงเงินงบประมาณที่ได้รับดังกล่าว 2 ยุทธศาสตร์ คือ 1) ยุทธศาสตร์เร่งรัดการวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ 2) ยุทธศาสตร์การศึกษา สาธารณสุข คุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต

สพฐ. ได้กำหนด 12 แผนการดำเนินงานที่สำคัญในปีงบประมาณ 2559 ดังนี้

1) แนวทางยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีการปฏิรูปการเรียนการสอน ปฏิรูปการพัฒนาวิชาชีพ และปฏิรูประบบการบริหารจัดการ

2) การพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ เพื่อพลิกโฉมโรงเรียนตามแนวทางการพัฒนาสมอง ที่มีแผนการดำเนินงานที่สำคัญ คือ Brain-Based Learning การแจกลูกสะกดคำ การสอนเสริม การใช้เทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมด้วยระบบ DLTV การจัดทำหนังสือสื่อ/นวัตกรรมการแก้ปัญหาการอ่านเขียนภาษาไทยทุกระดับชั้น

3) การปฏิรูปหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจะมีการปรับปรุงทั้งหลักสูตรระยะเร่งด่วน คือ การจัดทำแนวทางการบริหารจัดการเวลาเรียน "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" และการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะผู้เรียน และการปฏิรูปหลักสูตรทั้งระบบ โดยคำนึงถึงกรอบทิศทางการพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ที่จะต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ แผนแม่บทเทคโนโลยี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีตัวชี้วัดที่สำคัญคือ ผลสอบ O-NET รวมทั้ง NT และ PISA โดยนำงานวิจัยหลักสูตรมาใช้เพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาหลักสูตรด้วย

4) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการมีงานทำ เพื่อให้นักเรียนมี Career ในแต่ละช่วงชั้น กล่าวคือนักเรียนชั้น ป.1-3 ควรได้รู้จักกับอาชีพต่างๆ, ชั้น ป.4-6 เน้นการสร้างนิสัยการทำงานที่พึงประสงค์, ชั้น ม.1-3 จะจัดการศึกษาให้นักเรียนได้ค้นหาอาชีพตามความต้องการของตนเอง และมีโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ภาพของงานและการฝึกทักษะอาชีพเบื้องต้น, ชั้น ม.4-6 นักเรียนควรได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพในอนาคตอย่างมีความหมายและได้รับการฝึกประสบการณ์ทางอาชีพ โดยกำหนดให้มีหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อการมีงานทำ

5) การดูแลเด็กออกกลางคัน เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับโอกาสในการศึกษาภาคบังคับ โดยจะมีการจัดทำฐานข้อมูลเด็กเพื่อติดตามดูแลเด็กถึงการมีงานทำและการเรียนต่อ รวมทั้งการเพิ่มโอกาสสำหรับเด็กในเขตพื้นที่สูงและชายแดน เพื่อจัดการศึกษาที่เน้นเด็กตกหล่น ตลอดจนสร้างทางเลือกในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาอย่างหลากหลาย

6) การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล ด้วยระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ซึ่งปัจจุบันถ่ายทอดสดจากโรงเรียนต้นทาง คือ รร.วังไกลกังวล ทางช่อง DLTV 15 ช่อง และเว็บไซต์ต่างๆ ไปยังโรงเรียนปลายทางขนาดเล็ก 15,369 โรง และระบบการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) ที่เน้นการถ่ายทอดห้องเรียน (Classroom) คุณภาพจากโรงเรียนชั้นนำไปสู่โรงเรียนขนาดกลาง 15,000 แห่ง โดยใช้สื่อประกอบการสอน (Resources) ที่ตรงกับหลักสูตร พร้อมทั้งจัดระบบสื่อ (Library) ในการค้นคว้า รวมทั้งการสร้างและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) ตลอดจนนำระบบคลังข้อสอบให้ครูนำไปใช้งานได้ (Assessment) โดยทั้งสองระบบคือ DLTV-DLIT จะสอดคล้องเชื่อมโยงกับระบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล (DL Thailand)

7) การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยวางแผนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ จากสหราชอาณาจักร พร้อมทั้งกำหนดการประเมินทักษะภาษาอังกฤษ 4 ทักษะและวิธีสอนเพื่อประเมินการใช้ภาษาอังกฤษของครูและนักเรียน โดยเน้นการเรียนภาษาที่เน้นการสื่อสารและกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษและกิจกรรมนอกห้องเรียน รวมทั้งมีการเพิ่มห้องเรียน 2 ภาษา จัดระบบ EP/MEP ตลอดจนการเตรียมความพร้อมปัจจัยสำคัญต่อการนำหลักสูตรไปใช้

8) การผลิตและพัฒนาครู มีโครงการสำคัญที่จะดำเนินการ เช่น โครงการเพชรในตม โครงการนักศึกษาทุนพระราชทาน ทุน สควค. โครงการคุรุทายาท โครงการพัฒนายกระดับครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษาต่างๆ

9) การดำเนินงานขับเคลื่อนค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ โดยมีการรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ การบูรณาการไว้ในหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอน สอดแทรกในกิจกรรมประจำวัน ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

10) การเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง มีการพัฒนาและขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนในวิชาดังกล่าว การเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ การพัฒนาชุดความรู้ สื่อ และหลักสูตร

11) การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีโครงการสำคัญเพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม การสร้างโอกาสให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การเสริมสร้างสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

12) การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา ตามโครงการโรงเรียนสุจริต โดยเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พัฒนาศักยภาพครู ผู้บริหารในการป้องกันการทุจริตในโรงเรียน การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ และการบูรณาการหลักสูตร "โตไปไม่โกง"

 

 

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้ให้แนวทางนโยบายที่สำคัญ ดังนี้

- การกำหนดวิสัยทัศน์ ควรเชื่อมโยงให้เห็นคุณภาพ และให้ผู้คนและบุคลากรในสังกัดได้รับรู้ทั่วกัน

- สัดส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษาและข้าราชการพลเรือนส่วนกลาง ควรพิจารณาว่าสอดคล้องกันหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรส่วนกลาง 969 คน ระหว่างนักวิชาการกับผู้บริหารการศึกษา

- การอบรมผู้บริหารสถานศึกษาก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง ควรกำหนดหลักสูตรการอบรมพัฒนาให้ผู้บริหารสถานศึกษามีความมั่นใจในตัวเอง ให้ได้ผู้บริหารที่เก่ง มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

- งบบูรณาการกับกระทรวงต่างๆ ในส่วนของ สพฐ. ต้องเข้าใจภารกิจด้านนั้นๆ เพื่อจะได้คิดโครงการได้ และต้องศึกษาด้วยว่าเจ้าของโครงการนั้นๆ คิดอะไร

- การปรับหลักสูตร ให้นำปัญหามาตั้งเพื่อให้ตอบโจทย์

- การตั้งคณะกรรมการปรับหลักสูตร ให้พิจารณาคัดเลือกผู้ที่สามารถแก้ไขแต่ละปัญหาได้ โดยจะนัดหารือเรื่องนี้ในเดือนตุลาคมนี้

- เทคนิคการเรียนการสอน ฝากให้ช่วยพิจารณาถึงกลไกสำคัญ เพื่อให้ครูมีเทคนิคการสอนที่ดี น่าสนใจ

- การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการมีงานทำ ฝากให้พิจารณาดูเนื้อหาที่เหมาะสมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องต่อเนื่องกันในแต่ละช่วงวัย

- เด็กออกกลางคัน ควรให้เชื่อมต่อข้อมูลกับองค์กรหลักอื่นๆ ด้วย

- ระบบการศึกษาทางไกล และการสอนภาษาอังกฤษ จะนัดหารือเรื่องนี้โดยเฉพาะต่อไป

- ทุนต่างๆ เช่น ทุนคุรุทายาท ทุน ODOS โดยกระทรวงศึกษาธิการจะนำมาจัดประเภทใหม่

- การพัฒนาครู ต้องเป็นโครงการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายสำคัญ เป็นหลักสูตรการอบรมพัฒนาที่ทันสมัย พร้อมทั้งวางแผนการประเมินให้ละเอียดด้วย

- TEPE ควรพิจารณาให้เกิดการเชื่อมโยงกับองค์กรหลักอื่นๆ เช่น สอศ.ด้วย

- ค่านิยมหลัก 12 ประการ ให้กำหนดกิจกรรมเพื่อให้ครูเห็นภาพ อย่าเพียงดำเนินการแต่กำหนดแนวปฏิบัติไว้เท่านั้น

- การสอนประวัติศาสตร์ ควรเข้าใจเป้าหมายคืออะไร ครูต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และวิชาหน้าที่พลเมืองนั้น ควรเป็นวิชา "สิทธิและหน้าที่พลเมือง"

- การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ขอให้นำโครงการ "โรงเรียนคุณธรรม" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาขยายผลต่อไปด้วย

- เน้น AAR (After Action Review) ซึ่งเป็นการทบทวนการดำเนินงานหลังจากที่ได้ดำเนินการโครงการต่างๆ ไปแล้ว โดยกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญในเรื่องของการประเมินมากขึ้น 

 

 

ที่มา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 23 กันยายน 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> รมว.ศธ.ให้นโยบายผู้บริหาร สพฐ. , , รมว.ศธ.ให้นโยบายผู้บริหาร , สพฐ. << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
สสวท.ขอเชิญครูผู้สอนวิชาวิทยาการคำนวณ อบรมออนไลน์ ฟรี! หลักสูตร “การจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ” ปี 2561 รุ่น 2☕ 17 ธ.ค. 2561
สสวท.ขอเชิญครูผู้สอนวิชาวิทยาการคำนวณ อบรมออนไลน์ ฟรี! หลักสูตร “การจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ” ปี 2561 รุ่น 2
เปิดอ่าน 904 ครั้ง
สพฐ.กำหนดแนวปฏิบัติการให้และรับของขวัญแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2562☕ 17 ธ.ค. 2561
สพฐ.กำหนดแนวปฏิบัติการให้และรับของขวัญแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2562
เปิดอ่าน 902 ครั้ง
ปูพรมทำความเข้าใจประเมินรอบ 4 กัน รร.เฉื่อย☕ 17 ธ.ค. 2561
ปูพรมทำความเข้าใจประเมินรอบ 4 กัน รร.เฉื่อย
เปิดอ่าน 769 ครั้ง
กสศ. ขยายเวลา ให้โรงเรียนส่งชื่อนร.ยากจนพิเศษถึง 21 ธค.นี้☕ 17 ธ.ค. 2561
กสศ. ขยายเวลา ให้โรงเรียนส่งชื่อนร.ยากจนพิเศษถึง 21 ธค.นี้
เปิดอ่าน 646 ครั้ง
แนะทบทวนเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ☕ 17 ธ.ค. 2561
แนะทบทวนเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ
เปิดอ่าน 256 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

รู้จัก รู้ใช้ ถุงลมนิรภัยรู้จัก รู้ใช้ ถุงลมนิรภัย
เปิดอ่าน 6,346 ครั้ง
5 วิธีจัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานรับปีไก่ 20175 วิธีจัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานรับปีไก่ 2017
เปิดอ่าน 13,347 ครั้ง
จบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ ...เงินเดือน 25,000 จะทำไหม ?จบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ ...เงินเดือน 25,000 จะทำไหม ?
เปิดอ่าน 5,825 ครั้ง
Computer Graphic คืออะไรComputer Graphic คืออะไร
เปิดอ่าน 14,398 ครั้ง
เทคนิคเพิ่มความเร็วในการอ่านภาษาอังกฤษเทคนิคเพิ่มความเร็วในการอ่านภาษาอังกฤษ
เปิดอ่าน 26,154 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม