ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569 วันที่ ที่ 24 มีนาคม 2569


ข่าวการศึกษา 24 มี.ค. 2569 (15:02 น.)

214

views
Advertisement

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569 วันที่ ที่ 24 มีนาคม 2569

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569 วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยมี ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

1. เห็นชอบ แนวปฏิบัติระบบติดตามการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และร้องทุกข์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (Teachers and Educational Personnel Disciplinary and Appeal Tracking System: TEP-Distrack)

สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการพัฒนาระบบติดตามการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และร้องทุกข์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (Teachers and Educational Personnel Disciplinary and Appeal Tracking System: TEP-Distrack) และได้จัดทำแนวปฏิบัติฯ เพื่อใช้เป็นกรอบในการกำกับ ติดตาม การดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดย ก.ค.ศ. มีมติเห็นชอบแนวปฏิบัติในการนำระบบ TEP-Distrack ไปใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับ ติดตาม และรายงานผลการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ การกำหนดแนวปฏิบัติดังกล่าวอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. ตามมาตรา 19 และมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ระบบ TEP-Distrack ถือเป็นเครื่องมือในการกำกับ ติดตาม และบริหารจัดการข้อมูลการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ในรูปแบบดิจิทัล โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่หรือขั้นตอนการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ตามที่กฎหมายกำหนด เป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการให้สามารถติดตามขั้นตอนได้อย่างต่อเนื่อง โปร่งใสและตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงสถิติและเชิงบริหารสำหรับใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและแนวทางป้องกันปัญหาด้านวินัย อุทธรณ์และร้องทุกข์ในภาพรวมของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของสำนักงาน ก.ค.ศ. ในฐานะองค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

2. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการฯ เดิม ซึ่งใช้ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) (ว 22/2559) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) (ล 1011/2557) ได้ใช้มาเป็นระยะเวลานาน จึงมีบางประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับบริบทและกลไกการบริหารงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในปัจจุบัน

ดังนั้น เพื่อให้การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทการปฏิบัติงานในปัจจุบัน รวมทั้งมีความคล่องตัว รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าว โดยปรับกระบวนการคัดเลือกให้สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริง และสามารถรองรับกรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถรวมเขตพื้นที่หรือร่วมกันออกข้อสอบ เพื่อความคุ้มค่าและลดค่าใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในการดำเนินการคัดเลือกและการบริหาร จัดการเกี่ยวกับการคัดเลือกได้

ทั้งนี้ ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ว 22/2559) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (ล 1011/2557)

3. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เพื่อให้การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถคัดกรองบุคคลผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถตรงตามลักษณะงาน ตามมาตรฐานตำแหน่ง มีทักษะ มีประสบการณ์ที่เหมาะสม รวมทั้งมีศักยภาพในการพัฒนาการจัดการศึกษาสามารถขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการ คัดเลือกฯ ตาม ว 10/2568 โดยมีสาระสำคัญในการปรับปรุง ดังนี้

1) กำหนดระยะเวลาในการขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก ให้ขึ้นบัญชีแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ โดยกำหนดระยะเวลาขึ้นบัญชีไม่เกินสองปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เว้นแต่มีการประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งใหม่ บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก

2) จำนวนผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค ให้ประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่าน ภาค ก เรียงลำดับตามเลขประจำตัวผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก จำนวนไม่เกินสี่เท่าของจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร

3) หลักสูตรการคัดเลือก การประเมินภาค ก กำหนดให้นำการประเมินผลงานมารวมไว้ด้วย

ทั้งนี้ สาระสำคัญอื่นยังคงกำหนดไว้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 10/2568

4. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการฯ เดิม (ว 16/2557) ได้มีการบังคับใช้มาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้แนวทางการดำเนินการ วิธีการ และหลักสูตรการคัดเลือกอาจไม่สอดคล้องกับบริบทการจัดการศึกษาในปัจจุบันของแต่ละส่วนราชการ สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้รวบรวมข้อมูล ความคิดเห็นและปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าว เพื่อให้การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ตรงตามความต้องการจำเป็นของแต่ละส่วนราชการ สอดคล้องกับบริบทการจัดการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป และได้มาซึ่งบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนมีประสบการณ์การปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา มีจิตวิญญาณความเป็นครู และมีศักยภาพในการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา

และเพื่อให้การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ครอบคลุมทุกกรณี สอดคล้องกับบริบท การจัดการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 17/2557 (เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ) ซึ่งใช้สำหรับคัดเลือกผู้มีสมบัติตามข้อ 2.6 ของหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 16/2557 ซึ่งเป็นพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ ด้วย โดยกำหนดรายละเอียดการปรับปรุงเช่นเดียวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ 16/2557

5. เห็นชอบ การกำหนดขนาดสถานศึกษา รายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. 2569

สืบเนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตาม ว 9/2567 ได้กำหนดให้ส่วนราชการกำหนดขนาดสถานศึกษา รายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และแจ้งสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อเสนอ ก.ค.ศ. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นธรรม ก.ค.ศ. จึงได้พิจารณาและเห็นชอบการกำหนดขนาดสถานศึกษาของส่วนราชการ และการกำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ดังนี้

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดขนาดสถานศึกษาตามจำนวนนักเรียน เป็น 4 ขนาด ดังนี้

- สถานศึกษาขนาดเล็ก จำนวนนักเรียน ตั้งแต่ 119 คนลงมา
- สถานศึกษาขนาดกลาง จำนวนนักเรียน ตั้งแต่ 120 – 719 คน
- สถานศึกษาขนาดใหญ่ จำนวนนักเรียน ตั้งแต่ 720 – 1,679 คน
- สถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ จำนวนนักเรียน ตั้งแต่ 1,680 คนขึ้นไป
ในส่วนของ “ส่วนราชการอื่น” ให้กำหนดขนาดสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสม

การกำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ประกอบด้วย

1. ความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการศึกษา
2. ประสบการณ์ในการบริหารสถานศึกษา
3. ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติงานในหน้าที่/คุณภาพการปฏิบัติงาน
(ไม่กำหนดตัวชี้วัดเกี่ยวกับ “การแก้ปัญหานักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา (Dropout)” และ “อัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียนในสถานศึกษาที่ดำรงตำแหน่งอยู่”
4. วิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการศึกษา
5. การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ
6. การมีความประพฤติและค่านิยมสร้างสรรค์ มีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย มีจิตสำนึกรักความเป็นไทย มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและหลักคิดที่ถูกต้องต่อชาติบ้านเมือง สถาบันสำคัญของชาติ และการเป็นพลเมืองที่ดี
7. ผลการประเมินตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement: PA)

6. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 19 ราย

...

7. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งขึ้นบัญชีรอการบรรจุ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 5 ราย

...

8. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 11 ราย

...

9. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งขึ้นบัญชีรอการบรรจุ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 11 ราย 

 

ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ.

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569 วันที่ ที่ 24 มีนาคม 2569ผลการประชุม ก.ค.ศ.ผลประชุม ก.ค.ศ.มติ ก.ค.ศ.มติที่ประชุม กคศผลการประชุม กคศ

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

สพฐ.ประกาศแนวทางลดภาระครู "ปรับ ลด ปลดล็อค" สู่คุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win)

สพฐ.ประกาศแนวทางลดภาระครู "ปรับ ลด ปลดล็อค" สู่คุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win)

เปิดอ่าน 9,177 ☕ 11 มี.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.มีคำสั่งย้าย ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 19 ราย
สพฐ.มีคำสั่งย้าย ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 19 ราย
เปิดอ่าน 180 ☕ 24 มี.ค. 2569

"พิเชฐ" เร่งรัดใช้งบประมาณปี 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้บริหารระดับสูงส่วนกลางไม่ WFH ขณะที่ เรื่องนำมือถือเข้าห้องเรียนมอบโรงเรียนพิจารณาตามความเหมาะสม
"พิเชฐ" เร่งรัดใช้งบประมาณปี 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้บริหารระดับสูงส่วนกลางไม่ WFH ขณะที่ เรื่องนำมือถือเข้าห้องเรียนมอบโรงเรียนพิจารณาตามความเหมาะสม
เปิดอ่าน 770 ☕ 18 มี.ค. 2569

"ก.ค.ศ."เล็งแก้เกณฑ์ขึ้นบัญชีผอ.สพท.จาก1ปี เป็น 2 ปี พร้อมประกาศรางวัลระดับชาตินำมาเลื่อนวิทยฐานะฯ
"ก.ค.ศ."เล็งแก้เกณฑ์ขึ้นบัญชีผอ.สพท.จาก1ปี เป็น 2 ปี พร้อมประกาศรางวัลระดับชาตินำมาเลื่อนวิทยฐานะฯ
เปิดอ่าน 1,128 ☕ 18 มี.ค. 2569

การดำเนินการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2569
การดำเนินการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2569
เปิดอ่าน 931 ☕ 18 มี.ค. 2569

สพฐ.สำรวจข้อมูลจำนวนอัตราว่าง กลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่ประสงค์จะดำเนินการคัดเลือก ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
สพฐ.สำรวจข้อมูลจำนวนอัตราว่าง กลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่ประสงค์จะดำเนินการคัดเลือก ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
เปิดอ่าน 653 ☕ 18 มี.ค. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

13 แอพพลิเคชั่น อันตราย ที่ "Google" แบน ใครลงแล้วต้องแฟลชโอเอสใหม่เท่านั้น
13 แอพพลิเคชั่น อันตราย ที่ "Google" แบน ใครลงแล้วต้องแฟลชโอเอสใหม่เท่านั้น
เปิดอ่าน 25,095 ครั้ง

รับมือปัญหาการนอน
รับมือปัญหาการนอน
เปิดอ่าน 11,840 ครั้ง

ปลูก"ไผ่นานาพันธุ์" ฟันธง...ปลูกแล้วสร้างรายได้ดีแน่นอน!!
ปลูก"ไผ่นานาพันธุ์" ฟันธง...ปลูกแล้วสร้างรายได้ดีแน่นอน!!
เปิดอ่าน 20,010 ครั้ง

การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต
การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต
เปิดอ่าน 19,014 ครั้ง

ปลูกมะนาว 10 ไร่ รายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี
ปลูกมะนาว 10 ไร่ รายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี
เปิดอ่าน 16,854 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ