ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > คุณครูควรรู้ไว้ > รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562

รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 29 มี.ค. 2562 เปิดอ่าน : 16,299 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562

Advertisement

ว่ากันว่า คุณครูที่ดีย่อมไม่หยุดพัฒนาตนเอง ต้องมองหาความรู้ใหม่ๆ รวมถึงเทคนิคการสอนที่ทันสมัยซึ่งจะช่วยให้เด็กๆมีส่วนร่วมในห้องเรียนได้มากขึ้น แต่ในหลายๆครั้งคุณเองอาจจะไม่เข้าใจคำศัพท์ที่ใช้ในทฤษฎีการสอนใหม่ๆเสียด้วยซ้ำไป  เหตุการณ์เหล่านี้เกิดได้ทั้งกับคุณครูมือใหม่และคุณครูผู้มากประสบการณ์  ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลกับปัญหาพวกนี้ เพียงการเปิดใจให้กว้างและรับฟังเด็กนักเรียนของคุณว่าเค้าต้องการอะไร ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ในห้องเรียน  และยิ่งผสานกับเทคนิคการสอน หรือ เลือกสื่อการสอนที่เหมาะสมแล้ว จะยิ่งสามารถพัฒนาศักยภาพทางการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมในห้องเรียนของนักเรียนได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังจุดประกายให้เด็กๆรักการเรียนรู้ในระยะยาวอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เองทีมงานของเรา จึงได้สรุปรูปแบบการสอนที่ได้รับการทดสอบและพิสูจน์ผลลัพธ์ในห้องเรียนมาแล้วว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเด็กได้จริง  คุณไม่จำเป็นต้องใช้ทุกข้อในทันที แค่เลือกหัวข้อที่สามารถประยุกต์เข้ากับสไตล์การสอนของคุณได้ เท่านี้ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเตรียมพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน
 
เชื่อมโยงเรื่องราว

หน้าที่หนึ่งที่คุณครูอย่างพวกเราต้องรับผิดชอบ คือการอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย  และต้องทำให้ให้แน่ใจว่าเด็กๆจะไม่รู้สึกกดดัน หรือเครียดจนกลัวการเข้าชั้นเรียนของคุณ ฉะนั้นหากคุณสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาการสอนกับโลกใกล้ตัวที่เด็กๆสามารถพบเห็น หรือสัมผัสประสบการณ์ได้โดยตรงในชีวิตประจำวัน เด็กๆก็จะสามารถบูรณาการความคิดกับความรู้ที่ได้รับจากคุณได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเค้าเริ่มคิด วิเคราะห์ และเชื่อมโยงความรู้ได้เองแล้ว ก็จะเริ่มสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนโดยอัตโนมัติจากความสนุก และความสนใจจากภายใน เหล่านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่มีพลังอย่างแท้จริง  ไม่ต่างจากการพาไปทัศนศึกษาหรือดูงานตามบริษัท ห้างร้าน หรือร้านค้า โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องรอการติดต่อจากบริษัทใหญ่ๆ เพราะองค์กรขนาดเล็กที่คุณอาจจะมีเพื่อนๆ หรือญาติทำงานอยู่นั้น ก็เป็นจุดเริ่มที่ดีที่ทำจะให้เด็กๆได้เรียนรู้ ในส่วนที่ไม่ควรมองข้าม  นักเรียนจะได้เห็นภาพรวมด้วยตนเอง ได้ฟังคำแนะนำ และเข้าใจได้ยังท่องแท้จากผู้มีประสบการณ์จริงว่า ถ้าเค้าอยากจะทำหรือเป็นอะไรที่เค้าใฝ่ฝันนั้น การที่เค้าจะต้องเริ่มจากจุดเล็กๆนั้นต้องใข้ทักษะ หรือประสบปัญหาอะไรบ้าง เด็กๆก็จะไม่มองข้ามวิชาเรียนที่เกี่ยวข้อง และเด็กๆเองก็จะได้เปิดโลกทัศน์ ได้พบมุมมองหลากหลาย และได้มีทางเลือก หรือเป้าหมายชีวิตที่แตกแขนงกิ่งก้านสาขาออกมาได้มากกว่า  อย่าลืมว่าคุณเองก็เคยรู้สึกเหมือนกันว่าทำไมไม่มีใครเคยบอก สอน หรือเล่าเกี่ยวเรื่องราวต่างๆนอกห้องเรียนให้คุณฟัง 

ส่วนร่วมทางการเรียนรู้

นักเรียนทุกคนต่างมีทักษะที่โดดเด่นแตกต่างกัน การช่วยจับกลุ่มให้พวกเค้าได้ทำงาน/กิจกรรมร่วมกันในห้องเรียน และปล่อยให้พวกเค้าได้โต้เถียง หรือแสดงความคิดเห็นระหว่างกันนั้น จะช่วยพัฒนาความมั่นใจในตนเอง และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ และพัฒนาทักษะการสื่อสารอีกด้วย เพราะคุณคงไม่อยากให้เด็กๆโตมานั่งเงียบในห้องประชุม หรือไม่กล้านำเสนอความคิดของตนเอง แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องแนะนำวิธีการเสนอแนะข้อคิดเห็นที่แตกต่างอย่างไม่ก้าวร้าว หรือศิลปะในการพูดด้วยแล้วเค้าก็จะค่อยเรียนรู้ต่อไปเอง
นอกจากนั้น กิจกรรมอื่นๆอย่าง การให้แก้ปัญหาโจทย์เลข, การทดลองโครงงานทางวิทยาศาสตร์, หรือแม้แต่การแสดงหน้าห้องเรียน ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่จะปลูกฝังให้เด็กๆรู้จักการมีส่วนร่วม 

 

เทคโนโลยีในชั้นเรียน

การนำเทคโนโลยีสื่อการสอนเข้ามาเป็นกลยุทธ์ทางการสอนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะสามารถดึงความสนใจของเด็กๆในยุคนี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อดิจิทัลมีเดียที่เข้ามามีบทบาทหลักในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคนไปแล้วไม่ว่าจะเป็น กระดานอินเตอร์แอคทีฟบอร์ด คอมพิวเตอร์, สมาร์โฟน และ อุปกรณ์ต่างๆ  ที่จะใช้นำเสนอสื่อการสอน รูปภาพประกอบ วีดิโอ ที่จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจแนวคิด หรือเนื้อหาบทเรียนได้ง่ายขึ้น การเรียนก็จะเป็นเรื่องสนุกเมื่อนำทคโนโลยีมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

เรียนรู้จากคำถาม

การสอนวิธีนี้จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งจะช่วยให้เค้าเข้าใจเนื้อหาการเรียนมากขึ้น ดังนั้นการเทคนิคการสอนแบบ  เรียนรู้จากคำถามจะกระตุ้นให้นักเรียนเรียนรู้ได้ทันทีจากการ ตั้งคำถาม, ข้อสงสัย และทางแก้ปัญหาหรือโจท์ย โดยวิธีการค้นคว้าจากการอ่านหนังสือต่างๆและสรุปผล รายงานออกมาว่าคำตอบนั้นได้มาอย่างไร และเรียนรู้อะไรบ้าง  ฉะนั้นในการที่จะประสบความสำเร็จในศวรรตที่ 21 

เราจำเป็นต้องฝึกฝนเด็กๆให้สามารถตอบคำถามที่ซับซ้อน และสามารถหาทางออกให้กับทุกๆสถานการณ์ที่เค้าจะต้องเผชิญให้ได้

การบริหารพฤติกรรม

การบริหารพฤติกรรมนั้นจะมีประสิทธิผลที่ดีได้ คุณต้องให้ความสำคัญกับการการบังคับใช้ แล้วคุณจะได้รับความเคารพเป็นการตอบแทน รับรองได้เลยว่าพวกเค้าทุกคนจะมีโอกาสเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตนเองได้ไม่ยาก เพราะห้องเรียนที่โกลาหล เสียงดังโหวกเหวกนั้นจะไม่ช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ หรือปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีใดๆให้เด็กเลย ในทางกลับกัน ถ้าคุณครูและนักเรียนให้ความเคารพต่อในฐานะเพื่อนมนุษย์ต่อกันบนกฎระเบียบวินัยที่สมดุล เหล่านี้จะเป็นการสร้างอนาคตที่ดีให้ทั้งตัวคุณและนักเรียนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การเป็นคุณครูที่ดี ก็ต้องเผชิญปัญหาต่างๆ และต้องผ่านบททดสอบเหล่านั้นให้ได้ไม่เว้นแต่ละวัน เพราะเด็กทุกคนนั้นแตกต่าง วิธีการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนก็ต่างกัน ดังนั้นคุณจำเป็นต้องฝึกฝนที่จะใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์การสอนรูปแบบต่างๆ ให้ตรงกับเด็กแต่ประเภทหรือแต่ละกลุ่ม ตามสไตล์ และระดับทักษะความถนัดในวิชานั้นๆ เหล่านี้จะช่วยให้ชั้นเรียนของคุณมีความน่าสนใจ และสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กๆได้ดี

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562 , , รูปแบบวิธีการสอน: , การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน , ปี , 2562 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
หลักเกณฑ์สอบ ผอ.และรอง ผอ.

หลักเกณฑ์สอบ ผอ.และรอง ผอ.
เปิดอ่าน 48,053 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่3

ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่3
เปิดอ่าน 6,965 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การย้ายพนักงานงานราชการ☕ คลิกอ่านเลย
การย้ายพนักงานงานราชการ
เปิดอ่าน 15,990 ครั้ง
บทบาทของครูในการเรียนรู้แบบ Active Learning ☕ คลิกอ่านเลย
บทบาทของครูในการเรียนรู้แบบ Active Learning
เปิดอ่าน 164,262 ครั้ง
การใช้ประโยชน์จากแหล่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
การใช้ประโยชน์จากแหล่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา
เปิดอ่าน 16,077 ครั้ง
การส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน☕ คลิกอ่านเลย
การส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
เปิดอ่าน 76,361 ครั้ง
เว็บไซต์เขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด☕ คลิกอ่านเลย
เว็บไซต์เขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด
เปิดอ่าน 96,290 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

7 ขั้นตอนก้าวเปลี่ยนชีวิตสู่ความสำเร็จในอาชีพการงาน 7 ขั้นตอนก้าวเปลี่ยนชีวิตสู่ความสำเร็จในอาชีพการงาน
เปิดอ่าน 9,168 ครั้ง
น้องอันดา ควีโยมี น่ารักสุดๆไปเลยน้องอันดา ควีโยมี น่ารักสุดๆไปเลย
เปิดอ่าน 16,733 ครั้ง
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (กัมพูชา)อาหารยอดนิยมในอาเซียน (กัมพูชา)
เปิดอ่าน 14,132 ครั้ง
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (2)ระบบการศึกษาไม่สมดุล (2)
เปิดอ่าน 5,541 ครั้ง
แก้รอยสิวด้วยน้ำผึ้งและแอปเปิ้ลแก้รอยสิวด้วยน้ำผึ้งและแอปเปิ้ล
เปิดอ่าน 13,472 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ