ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาความพร้อมทางสังคมด้านการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นโดยการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน ของนักเรี

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบความพร้อมทางสังคมด้านการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 1/1 โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว สำนักการศึกษา เทศบาลนครเชียงราย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมพัฒนาความพร้อมทางสังคม คู่มือครูการจัดกิจกรรมพัฒนาความพร้อมทางสังคม และแบบประเมินพฤติกรรมทักษะทางสังคมด้านการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ผลการวิจัยพบว่า

หลังจากที่นักเรียนชั้นอนุบาล 1/1 โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว ได้เรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาความพร้อมทางสังคม ด้านการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น โดยการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน ทั้ง 30 กิจกรรมแล้ว พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/1 มีการพัฒนาความพร้อมทางสังคมด้านการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ในภาพรวมมีความก้าวหน้าอยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าก่อนการจัดกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 57.95 โดยก่อนจัดกิจรรมมีการพัฒนาความพร้อมทางสังคมด้าน การสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น คิดเป็นร้อยละ 39.38 หลังจัดกิจรรมมีการพัฒนาความพร้อมทางสังคมด้านการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น คิดเป็นร้อยละ 97.33 แต่ละด้านมีรายละเอียดดังนี้ (1) ด้านการแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พบว่า ก่อนจัดกิจกรรมนักเรียนมีทักษะด้านการแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นคิดเป็นร้อยละ 36.80 หลังจัดกิจกรรมนักเรียนมีทักษะด้านการแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นคิดเป็นร้อยละ 96.53 โดยมีความก้าวหน้าของทักษะด้านการแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นคิดเป็นร้อยละ 59.73 (2) ด้านการควบคุมอารมณ์ พบว่า ก่อนจัดกิจกรรมนักเรียนมีทักษะด้านการควบคุมอารมณ์คิดเป็นร้อยละ 40.00 หลังจัดกิจกรรมนักเรียนมีทักษะด้านการควบคุมอารมณ์คิดเป็นร้อยละ 97.33โดยมีความก้าวหน้าของทักษะด้านการควบคุมอารมณ์คิดเป็นร้อยละ 57.33 (3) ด้านการแสดงความขอบคุณ การขอโทษ และการให้อภัย พบว่า ก่อนจัดกิจกรรมนักเรียนมีทักษะด้านการแสดงความขอบคุณ การขอโทษ และการให้อภัย คิดเป็นร้อยละ 41.33 หลังจัดกิจกรรมนักเรียนมีทักษะด้านการแสดงความขอบคุณ การขอโทษ และการให้อภัย คิดเป็นร้อยละ 98.13 โดยมีความก้าวหน้าของทักษะด้านการแสดงความขอบคุณ การขอโทษ และการให้อภัย คิดเป็นร้อยละ 56.80

โพสต์โดย ครูปิ่น : [14 ม.ค. 2559 เวลา 16:50 น.]
อ่าน [103558] ไอพี : 183.88.18.125
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ -

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 29,186 ครั้ง
การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย
การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย

เปิดอ่าน 21,365 ครั้ง
หลักเกณฑ์ใหม่ในการตั้งชื่อวัด
หลักเกณฑ์ใหม่ในการตั้งชื่อวัด

เปิดอ่าน 78,849 ครั้ง
การวาดภาพนกเบื้องต้น
การวาดภาพนกเบื้องต้น

เปิดอ่าน 13,326 ครั้ง
รับมืออย่างไรเมื่อทำงานพลาด
รับมืออย่างไรเมื่อทำงานพลาด

เปิดอ่าน 16,396 ครั้ง
10 กิจที่ต้องทำ วันตรุษจีน
10 กิจที่ต้องทำ วันตรุษจีน

เปิดอ่าน 25,457 ครั้ง
อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น
อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น

เปิดอ่าน 23,201 ครั้ง
ฟักทองญี่ปุ่น
ฟักทองญี่ปุ่น

เปิดอ่าน 16,857 ครั้ง
5 สิ่งที่ควรทำก่อนจะอายุ 30
5 สิ่งที่ควรทำก่อนจะอายุ 30

เปิดอ่าน 33,662 ครั้ง
เคยสังเกต โลโก้ 7-ELEVEn มั้ย..ทำไม n ถึงตัวเล็ก!!
เคยสังเกต โลโก้ 7-ELEVEn มั้ย..ทำไม n ถึงตัวเล็ก!!

เปิดอ่าน 13,703 ครั้ง
6 วิธี กินซูชิให้อร่อย
6 วิธี กินซูชิให้อร่อย

เปิดอ่าน 212,690 ครั้ง
ระบบย่อยอาหาร
ระบบย่อยอาหาร

เปิดอ่าน 92,161 ครั้ง
สมุนไพรกำจัดแมลง
สมุนไพรกำจัดแมลง

เปิดอ่าน 35,162 ครั้ง
ชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆ
ชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆ

เปิดอ่าน 26,938 ครั้ง
เปิดชื่อ 11 จังหวัด หนาวยะเยือกที่สุดในประเทศ
เปิดชื่อ 11 จังหวัด หนาวยะเยือกที่สุดในประเทศ

เปิดอ่าน 13,601 ครั้ง
มาจัดโครงการพัฒนาศักยภาพให้แก่บุคลากรในองค์กรกัน
มาจัดโครงการพัฒนาศักยภาพให้แก่บุคลากรในองค์กรกัน

เปิดอ่าน 50,592 ครั้ง
กฎสามส่วน (Rule of Third)
กฎสามส่วน (Rule of Third)
เปิดอ่าน 211,218 ครั้ง
สรุปสูตรการคำนวณของสารละลาย : เคมี
สรุปสูตรการคำนวณของสารละลาย : เคมี
เปิดอ่าน 1,801 ครั้ง
"วุ้น" กินแล้วไม่อ้วนจริงไหม ? มีประโยชน์อะไรบ้าง ?
"วุ้น" กินแล้วไม่อ้วนจริงไหม ? มีประโยชน์อะไรบ้าง ?
เปิดอ่าน 11,148 ครั้ง
สตอเรจแก้วเก็บข้อมูลได้หลายร้อยล้านปี
สตอเรจแก้วเก็บข้อมูลได้หลายร้อยล้านปี
เปิดอ่าน 35,225 ครั้ง
ระบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548
ระบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ