ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

บทคัดย่อ

ชื่องานประเมิน : รายงานผลการประเมินโครงการการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงงาน

ของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลย่านดินแดง สังกัดเทศบาลตำบลย่านดินแดง

อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้ประเมิน : ลักษมี ชุมภูธร

ปีที่ประเมิน : ปี 2558

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินผลการพัฒนาโครงการการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงงานของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลย่านดินแดง สังกัดเทศบาลตำบลย่านดินแดง ในครั้งนี้ เพื่อประเมินกระบวนการดำเนินงานของโครงการ โดยผู้ประเมินเลือกใช้ซิปโมเดล (CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) และขยายผลผลิตเป็น IEST การดำเนินการประเมินโครงการเพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงงานนั้น มีขอบเขตการพัฒนาออกเป็น 2 ด้าน คือ ขอบเขตด้านประชากร ที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่รับผิดชอบโครงการงานด้านวิชาการของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลย่านดินแดง สังกัดเทศบาลตำบลย่านดินแดง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปีการศึกษา 2558 จำนวน 11 คน และ ขอบเขตเนื้อหาการประเมิน เป็นรายด้าน คือ ด้านบริบท (Context) ด้านปัจจัยป้อน (Input) ด้านกระบวนการ (Process) ด้านผลผลิต (Product) ด้านผลกระทบของโครงการ (Impact) ด้านประสิทธิผลของโครงการ (Effectiveness) ด้านประเมินความยั่งยืนของโครงการ (Sustainability) ด้านประเมินการถ่ายโยงความรู้ของโครงการ (Transportability) ผู้ประเมินได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และนำผลที่ได้เปรียบเทียบกับระดับผลของการประเมินแต่ละรายการตามที่ได้กำหนดไว้ ผลที่ได้นำเสนอในรูปแบบตารางประกอบคำบรรยาย

ผลการประเมินโครงการพบว่า

1. ด้านการประเมินบริบท (Context ) ผลการมีประเมินในภาพรวมคุณภาพอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก ทุกข้อโดยเรียงลำดับดังนี้ สามารถใช้ในการพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของครูได้อย่างเหมาะสม รองลงมา คือ โครงการนี้สอดคล้องกับการจัดการศึกษาทุกระดับ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียน สามารถนำไปเป็นข้อมูลในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน มีการกำหนดงานจัดประสบการณ์การเรียนรู้ไว้ในฝ่าย/งานได้ถูกต้องเหมาะสม และข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และ ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย

2. ด้านการประเมินปัจจัยป้อน (Input) ผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า มีแผนควบคุม กำกับ ติดตาม การดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน มีผลการประเมินเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ มีการประเมินผลระหว่างการดำเนินงานเป็นระยะๆ มีผลการประเมินอยู่ในระดับ มากที่สุด ส่วนที่มีผลการประเมินต่ำสุด คือมีการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเป็นระบบมีความเหมาะสมสอดคล้องกับกิจกรรม อยู่ในระดับ มาก

3. ด้านการประเมินกระบวนการ (Process) ผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า มีการวิเคราะห์ข้อมูลก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง และสามารถขอใช้ข้อมูลสรุปการประเมินได้ทุกเวลาตามต้องการ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ มีการสำรวจความต้องการโดยมีประชุมเชิงปฏิบัติการและนิเทศการสอน, มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจคณะทำงานก่อนการประเมิน, มีระบบการวิเคราะห์ข้อมูลที่สะดวกและรวดเร็ว, สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ทันเวลาที่ต้องการใช้ และ การติดต่อประสานงานกันระหว่างผู้ขอใช้กับผู้ให้บริการก่อนทุกครั้ง อยู่ในระดับ มากที่สุด ส่วนที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล, มีการตรวจสอบข้อมูลซ้ำ,มีการตรวจสอบการประมวลผล และมีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบเชื่อถือได้จากแบบประเมินที่ผ่านผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้ว ผลการประเมินอยู่ในระดับ มาก

4. ด้านการประเมินผลผลิต (Product) ผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าครูจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงงานได้สอดรับกับการปฏิบัติงานจริง มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ผลการประเมินอยู่ในระดับ มากที่สุด รองลงมาได้แก่ ครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโครงงาน, แบบสรุปผลประเมินโครงการมีความชัดเจนไม่คลุมเครือ กะทัดรัด อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนผลการประเมินที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ สรุปผลการประเมินนำไปใช้ในการรายงาน, สรุปผลการประเมินที่ได้นำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ ผลการประเมินอยู่ในระดับ มาก

5. ด้านผลกระทบของโครงการ (Impact) ผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริหารระดับเทศบาลต่อโรงเรียน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาได้แก่ ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในกิจกรรมของโรงเรียน อยู่ในระดับ มากที่สุด ส่วนที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือชุมชนให้การสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน อยู่ในระดับ มาก ผลโดยรวมเป็นผลกระทบในทางที่ดี มีความเชื่อมั่นของผู้บริหารระดับเทศบาลต่อโรงเรียนดีมาก ผู้ปกครองให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน มีความเชื่อมั่นของผู้ปกครองต่อโรงเรียนดีมาก โรงเรียนได้พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ความเชื่อมั่นต่อพัฒนาการของเด็กทุกคน ทำให้ชุมชนให้การสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนเป็นอย่างดี

6. ด้านประสิทธิผลของโครงการ (Effectiveness) ด้านการประเมินประสิทธิผลของโครงการ เกี่ยวกับประสิทธิภาพด้านวิชาการของนักเรียนด้านการดำเนินงานที่คุ้มค่า และความพึงพอใจที่มีต่อผลผลิตของโครงการ ในภาพรวมของ ด้านประสิทธิผลของโครงการ ผลการประเมินอยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าความพร้อมด้านพัฒนาการของเด็กที่เรียนจบชั้นอนุบาลปีที่ 3 อยู่ในระดับ มากที่สุด รองลงมาได้แก่ มีความพร้อมในการที่จะเรียนต่อในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานต่อไป ส่วนที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่แสดงต่อการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ อยู่ในระดับ มาก

7. ด้านประเมินความยั่งยืนของโครงการ (Sustainability) ด้านการประเมินความยั่งยืนของโครงการ เกี่ยวกับความสามารถในการบูรณาการความรู้ ทักษะ และกระบวนการปฏิบัติของนักเรียน ผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ครูความสามารถนำความรู้ทักษะกระบวนการปฏิบัติที่ได้รับไปพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของนักเรียน,ครูสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาศักยภาพในการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบโครงงาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับ มากที่สุด ส่วนที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือนักเรียนมีทักษะกระบวนการและความชำนาญในการปฏิบัติกิจกรรม อยู่ในระดับ มาก

8. ด้านประเมินการถ่ายโยงความรู้ของโครงการ (Transportability) พบว่าด้านการประเมินการถ่ายโยงความรู้ของโครงการ เกี่ยวกับความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ของนักเรียนมีผลการประเมินในภาพรวม อยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าความสามารถในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันมีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับ มากที่สุด รองลงมาได้แก่ สามารถต่อยอดองค์ความรู้ในระดับที่สูงขึ้นได้ อยู่ในระดับมาก ส่วนที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือครูสามารถให้คำปรึกษาแก่เพื่อนครูได้ อยู่ในระดับ มาก

โพสต์โดย mee : [13 ก.ค. 2559 เวลา 07:39 น.]
อ่าน [102815] ไอพี : 1.4.217.50
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ -

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,683 ครั้ง
เคล็ดลับเด็ด "ลดหน้าท้อง"
เคล็ดลับเด็ด "ลดหน้าท้อง"

เปิดอ่าน 17,403 ครั้ง
สุดยอดอาหารช่วยให้ผอมเร็วขึ้น แถมยังช่วยล้างพิษด้วย
สุดยอดอาหารช่วยให้ผอมเร็วขึ้น แถมยังช่วยล้างพิษด้วย

เปิดอ่าน 13,984 ครั้ง
พลังงานรอผลศึกษาผลกระทบเลิกขายเบนซิน 91
พลังงานรอผลศึกษาผลกระทบเลิกขายเบนซิน 91

เปิดอ่าน 11,515 ครั้ง
ปริญญาโทกับคนทำงาน ….สำคัญจริงหรือ?
ปริญญาโทกับคนทำงาน ….สำคัญจริงหรือ?

เปิดอ่าน 122,736 ครั้ง
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับทะเบียนบ้านกลาง
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับทะเบียนบ้านกลาง

เปิดอ่าน 17,155 ครั้ง
สมุนไพรน่ารู้
สมุนไพรน่ารู้

เปิดอ่าน 12,218 ครั้ง
พระคุณแม่ (ตอนที่ 2)
พระคุณแม่ (ตอนที่ 2)

เปิดอ่าน 19,431 ครั้ง
โรคมะเร็งจอประสาทตา (Retinoblastoma)
โรคมะเร็งจอประสาทตา (Retinoblastoma)

เปิดอ่าน 11,803 ครั้ง
5 สูตรสวยด้วยเกลือ
5 สูตรสวยด้วยเกลือ

เปิดอ่าน 10,022 ครั้ง
ปลุกพลังเยียวยาตัวเอง ด้วยเคล็ดลับจากแดนอาทิตย์อุทัย
ปลุกพลังเยียวยาตัวเอง ด้วยเคล็ดลับจากแดนอาทิตย์อุทัย

เปิดอ่าน 10,766 ครั้ง
ผลิต ใช้ และพัฒนาครูอย่างไร จึงจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพผู้เรียน
ผลิต ใช้ และพัฒนาครูอย่างไร จึงจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพผู้เรียน

เปิดอ่าน 24,960 ครั้ง
ข้อห้ามของคนอกหัก
ข้อห้ามของคนอกหัก

เปิดอ่าน 50,126 ครั้ง
6 ข้อคิดดี ๆ จากนิทานอีสปที่คุณอาจจะลืมไปแล้ว
6 ข้อคิดดี ๆ จากนิทานอีสปที่คุณอาจจะลืมไปแล้ว

เปิดอ่าน 16,759 ครั้ง
บ้าเก่าไม่ทันหาย....บ้าใหม่กำลังมา
บ้าเก่าไม่ทันหาย....บ้าใหม่กำลังมา

เปิดอ่าน 49,604 ครั้ง
คุณสมบัติของรัฐมนตรี
คุณสมบัติของรัฐมนตรี

เปิดอ่าน 2,893 ครั้ง
สมเด็จพระสังฆราช พระราชทานพรปีใหม่ 2567
สมเด็จพระสังฆราช พระราชทานพรปีใหม่ 2567
เปิดอ่าน 16,163 ครั้ง
10 โรคเรื้อรังของคนวัย 40 อัพ
10 โรคเรื้อรังของคนวัย 40 อัพ
เปิดอ่าน 16,852 ครั้ง
เสียงประทัดส่งผลกระทบผู้ป่วย "โรคหัวใจ-ความดันโลหิต"
เสียงประทัดส่งผลกระทบผู้ป่วย "โรคหัวใจ-ความดันโลหิต"
เปิดอ่าน 23,116 ครั้ง
13-17 พ.ค.2554 ครม.ไฟเขียวให้เป็นวันหยุดยาว 5 วัน
13-17 พ.ค.2554 ครม.ไฟเขียวให้เป็นวันหยุดยาว 5 วัน
เปิดอ่าน 39,257 ครั้ง
คิดจะซื้อ "ทีวีจอแบน" ต้องรู้อะไรบ้าง ?
คิดจะซื้อ "ทีวีจอแบน" ต้องรู้อะไรบ้าง ?

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ