ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• Best Practicesกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

การนำเสนอนวัตกรรม/ด้วยวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices)

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชื่อนวัตกรรม คณิตศาสตร์คิดสร้างสรรค์

โดย นางมลิวัลย์ ขาวทอง

โรงเรียน ทุ่งโพธิ์ทะเลพิทยา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 41

โทรศัพท์มือถือ 07-207372

1 .ความสำคัญและความเป็นมาของนวัตกรรม

คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่น ๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 , หน้า 56)

การจัดการเรียนรู้ตามแนวการจัดการศึกษาที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 22 หมวด 4 คือ การเรียนรู้ที่ถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุดให้ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถ

ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและเกิดทักษะในการแสวงหาความรู้ จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย สามารถนำวิธีการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้ ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุดหรือถือผู้เรียนเป็นศูนย์กลางรูปแบบต่าง ๆ พบว่า โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน 4 องค์ประกอบคือ 1) การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 2) การสร้างความรู้ร่วมกัน 3) การนำเสนอความรู้ 4) การประยุกต์ใช้หรือลงมือปฏิบัติ (กรมวิชาการ, 2546 , หน้า 227 )

ฉะนั้น กระบวนการจัดการเรียนรู้แต่ละช่วงชั้นจึงต้องใช้รูปแบบ วิธีการที่หลากหลายดังที่ กรมวิชาการ (2544, หน้า 1 - 2) กล่าวว่า ปรัชญาการศึกษาแบบใหม่ที่เชื่อว่า การศึกษา คือการเรียนรู้ ดังนั้น รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยครูจะเป็นผู้จัดกิจกรรมหรือสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงออกซึ่งศักยภาพ หรือความรู้ความสามารถของตนด้วยการเรียนรู้จากการปฏิบัติของตนเอง แล้วสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติด้วยตนเอง ครูไม่ต้องบอกความรู้ทั้งหมดให้แก่ผู้เรียน แต่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนคิดหาเหตุผล เพื่อแก้ปัญหาเองด้วยการสอนให้ผู้เรียน "คิดมากกว่าจำ สอนให้ทำมากกว่าท่อง" ทำให้นักเรียนกลายเป็น "บุคคลแห่งการเรียนรู้" หรือเป็นผู้นำตนเอง สามารถนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตจริงได้

การสอนจึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญของผู้ที่มีอาชีพครู โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ผลของการสอนที่มีการเรียนรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ถ้าการสอนมีการวางแผนและจัดวางระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้การเรียนบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ ในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่ง เพราะถึงแม้หลักสูตรจะได้วางแผนไว้ อย่างดีเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าการนำหลักสูตรไปใช้หรือการจัดการเรียนการสอนไม่ได้ดำเนินไปตามเป้าหมายที่หลักสูตรได้กำหนดไว้ ก็จะทำให้หลักสูตรนั้นล้มเหลว หรือไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย ดังนั้น การจัดการเรียนการสอนจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบและผู้ที่เป็นครูต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบการสอนอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้อย่าง มีประสิทธิภาพ ( ชมพันธุ์ กุญชร ณ อยุธยา, 2544, หน้า 4 )

การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ จะต้องมุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนทุกคนในชั้นเรียน ซึ่งมีทั้งเก่ง ปานกลาง และอ่อน ผู้สอนจะต้องเตรียมบทเรียนต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความถนัดของผู้เรียน การเรียนการสอนคณิตศาสตร์นั้นไม่ใช่เรียนรู้จากครูเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนจะต้องรู้จักคิด วิเคราะห์ จัดลำดับ แก้ปัญหา ผู้สอนอาจใช้การถามตอบ การฝึกวิเคราะห์เป็นกลุ่ม การทำงานเป็นกลุ่มจะช่วยให้ผู้เรียนแต่ละคนเกิดการเรียนรู้วิธีการอย่างมีขั้นตอน ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนานิสัยที่ดีงามและสามารถนำวิธีการเรียนรู้นั้น ๆ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ( วรณัน ขุนศรี, 2546, หน้า 74-75 ) วิธีการสอนที่ครูใช้ในการถ่ายทอดความรู้ การอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ การใช้สื่ออุปกรณ์การสอน ( Instructional Material ) เพื่อช่วยให้นักเรียนสนใจและเข้าใจเรื่องที่จะเรียนได้ง่ายขึ้น ( มาลินท์ อิทธิรส, 2544, หน้า 27 ) , (วรณัน ขุนศรี, 2546, หน้า 74 ) กล่าวถึงสิ่งสำคัญในการเรียน คือ ผู้สอนจะต้องคำนึงเสมอว่าจะสอนอย่างไรจึงจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสรุปสิ่งที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ต้องตระหนักว่าการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนจะต้องลงมือปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง การจัดกระบวนการเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะต้องหลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนทุกคนสามารถทำได้ตามศักยภาพของเขา ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนของครูจึงต้องเลือกวิธีสอน และสื่อที่เร้าความสนใจ เพื่อช่วยให้นักเรียนสนใจ และเข้าใจเรื่องที่เรียนได้ง่ายขึ้น ดังนั้นผู้รายงานในฐานะครูผู้สอน ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับการจัดประสบการณ์การเรียนการสอนให้นักเรียนมีคุณลักษณะบรรลุตาจุดมุ่งหมายของหลักสูตรจึงต้องการพัฒนารูปแบบการสอนคณิตศาสตร์เพื่อให้นักเรียนเรียนคณิตศาสตร์อย่างเข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้

จากผลการทดสอบปลายปีการศึกษา 2557 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ในเรื่องสมการและการแก้สมการ และจากผลการทดสอบO-NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เกี่ยวข้องกับสมการและการแก้สมการ อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งส่งผลกระทบนักเรียนที่มีปัญหาในเรื่องสมการและการแก้สมการในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งปัญหาและอุปสรรคในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ มีสาเหตุมาจากนักเรียนขาดความรู้ และทักษะทางคณิตศาสตร์และอาจเป็นเพราะครูผู้สอนขาดเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะมาสนับสนุนการเรียนการสอน

จากปัญหาดังกล่าว พบว่า ปัญหาเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเกิดทักษะการคิดคำนวณ และทักษะทางคณิตศาสตร์ เป็นผลทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ

ทิศนา แขมมณี (2545, หน้า 280) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมีหลากหลาย

วิธีที่ครูพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งในฐานะครูผู้สอน เห็นว่า รูปแบบการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนบรรลุจุดมุ่งหมายของ การเรียนที่ได้คาดหวังไว้ เนื่องจากเป็นการเรียนที่ผู้เรียนได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี เรียนรู้อย่างมีความหมายต่อตนเอง ความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นลึกซึ้งและคงทนมากขึ้น ดังนั้น บทบาทของครูผู้สอนต้องเปลี่ยนจากผู้สอนมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นผู้เตรียมประสบการณ์สื่อการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนใช้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง

ด้วยเหตุผลและสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ผู้รายงานจึงสนใจที่จะศึกษาการพัฒนาและปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการ โดยดำเนินการสร้างแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนให้มีคุณภาพสูงขึ้นได้ เพราะแบบฝึกทักษะช่วยเร้าและกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน สนับสนุนและสนองตอบความแตกต่างระหว่างบุคคล ผู้เรียนสามารถฝึกทักษะการคิดคำนวณ และทักษะทางคณิตศาสตร์ และช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น

2. วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของนวัตกรรม

1. เพื่อแก้ปัญหานักเรียนที่มีปัญหาเรื่องสมการและการแก้สมการ

2. เพื่อพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนทุ่งโพธิ์ทะเล

3. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนทุ่งโพธิ์ทะเล

3. ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. วิเคราะห์โครงสร้างของสาระการเรียนรู้ เรื่องสมการและการแก้สมการ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้

คณิตศาสตร์พื้นฐาน ศึกษารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้

2. ผู้รายงานได้จัดทำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการออกเป็นชุด จำนวน 30 ชุด โดย 10 ชุดแรกเป็นแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

โดย 10 ชุดที่สองเป็นแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

โดย 10 ชุดที่สามเป็นแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

3. ดำเนินการฝึกทักษะแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 10 ชุด ครั้งละ 10 นาที เมื่อนักเรียนทำการฝึกทักษะการคิดคำนวณจนครบทั้ง 10 ชุดแล้วให้นักเรียนทำการทดสอบเพื่อดูความก้าวหน้าของนักเรียน

4. นักเรียนที่มีความก้าวหน้าจากการทดสอบแล้ว ดำเนินการฝึกทักษะแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 10 ชุด ครั้งละ 10 นาที เมื่อนักเรียนทำการฝึกทักษะการคิดคำนวณจนครบทั้ง 10 ชุดแล้วให้นักเรียนทำการทดสอบเพื่อดูความก้าวหน้าของนักเรียน สำหรับนักเรียนที่ยังไม่ผ่านการทดสอบความก้าวหน้าให้นักเรียนศึกษาเรื่องสมการและการแก้สมการ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อีกครั้ง

5. นักเรียนที่มีความก้าวหน้าจากการทดสอบแล้ว ดำเนินการฝึกทักษะแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 10 ชุด ครั้งละ 10 นาที เมื่อนักเรียนทำการฝึกทักษะการคิดคำนวณจนครบทั้ง 10 ชุดแล้วให้นักเรียนทำการทดสอบเพื่อดูความก้าวหน้าของนักเรียน สำหรับนักเรียนที่ยังไม่ผ่านการทดสอบความก้าวหน้าให้นักเรียนศึกษาเรื่องสมการและการแก้สมการ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อีกครั้ง

6. ดำเนินการฝึกทักษะจนครบ 30 ชุด สรุปรายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการ

4. ผลการดำเนินงาน

1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสมการและการแก้สมการ

2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น

5. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

1. นักเรียนมีพื้นฐานมีความรู้ความสามารถ มีทักษะทางคณิตศาสตร์ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์

คิดสังเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ มีความสามารถในการสื่อสาร การแก้ปัญหา และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี รวมทั้งมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน

2. ครูเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจ มีการเสียสละ และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้

3. ผู้บริหารเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ ให้การสนับสนุนในการทำงาน

6. บทเรียนที่ได้รับ

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้วิธีจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมประกอบกับให้นักเรียนได้ประสบการณ์ตรง เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนยิ่งขึ้น มีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลการต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฝึกทักษะอย่างรอบอย่างมีประสิทธิภาพมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ

7. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ

- ได้รับรางวัลเหรียญทอง งานวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา (5 บท) โครงการรักการอ่านเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้านักอ่าน ปีการศึกษา 2558 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41

โพสต์โดย แขก : [10 ส.ค. 2559 เวลา 21:32 น.]
อ่าน [642] ไอพี : 125.25.233.186
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
การเลี้ยงแมว
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ