ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์และพฤติกรรมคุณค่าความดี 5 ประการ

ชื่อเรื่อง รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์และพฤติกรรมคุณค่าความดี 5 ประการ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง”กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผู้ศึกษา นายวรวิทย์ สิริกาญจน์ โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์ เทศบาลนครนครคศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

ปีที่ศึกษา 2558

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง” กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง” กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (3) เพื่อศึกษาพฤติกรรมคุณค่าความดี 5 ประการ หลังจากใช้เอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง” กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และ (4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง” กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/5 จำนวน 33 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับสลาก โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้มี 5 ชนิดได้แก่ (1) เอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไป ไม่โกง” จำนวน 4 เล่ม ได้แก่ เล่มที่ 1 เรื่องเด็กดีคิดดีทำดี เล่มที่ 2 เด็กดีทำดีตามบทบาท เล่มที่ 3 เด็กดีทำดีตามสิทธิ และเล่มที่ 4 เด็กดีทำดีมีสมานฉันท์ (2) แผนการจัดการเรียนรู้ (คู่มือ) จำนวน 12 แผน เวลา 12 ชั่วโมง (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 50 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.88 (4) แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง” มีข้อคำถามจำนวน 10 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.81 และ (5) แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมคุณค่าความดี 5 ประการ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ทั้ง 5 ชนิด ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญ และผ่านการทดสอบจนมีคุณภาพก่อนนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบสมมติฐานด้วย t-test (dependent Samples)

ผลการศึกษาปรากฏดังนี้

1. ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยรวมมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.27/84.77 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง” หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

3. ผลการศึกษาพฤติกรรมคุณค่าความดี 5 ประการ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังจากใช้เอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง” โดยรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.46 ร้อยละ 82.00 ในระดับคุณภาพดี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อผ่านการประเมินทุกข้อมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 2.20 – 2.80 ในระดับคุณภาพดีถึงดีเยี่ยม

4. ผลการประเมินความพึงพอใจ ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนเพลงพื้นบ้าน (เพลงบอก) “เด็กดีโตไปไม่โกง” โดยรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.53 ระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละเรื่องพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจเรื่องเด็กดีทำดีตามบทบาท มากที่สุดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.65 ระดับมากที่สุด รองลงมาได้แก่ เรื่อง เด็กดีทำดีมีสมานฉันท์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56 ระดับมากที่สุด รองลงมา เรื่อง เด็กดีทำดีตามสิทธิ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 และเรื่อง เด็กดีคิดดีทำดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.45 ระดับมาก ตามลำดับ

โพสต์โดย somjit : [29 ส.ค. 2559 เวลา 19:15 น.]
อ่าน [102617] ไอพี : 171.96.28.63
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ -

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 156,908 ครั้ง
ขอให้หายไวๆ ภาษาอังกฤษคืออะไร
ขอให้หายไวๆ ภาษาอังกฤษคืออะไร

เปิดอ่าน 14,888 ครั้ง
สธ. เตือนดื่มน้ำมากเกินไม่ดี เสี่ยงสมองบวม เสียชีวิตได้
สธ. เตือนดื่มน้ำมากเกินไม่ดี เสี่ยงสมองบวม เสียชีวิตได้

เปิดอ่าน 13,210 ครั้ง
การถ่ายภาพอาหารด้วยสมาร์ทโฟนช่วยลดน้ำหนักได้
การถ่ายภาพอาหารด้วยสมาร์ทโฟนช่วยลดน้ำหนักได้

เปิดอ่าน 32,224 ครั้ง
วิธีเพาะทานตะวันงอก
วิธีเพาะทานตะวันงอก

เปิดอ่าน 19,701 ครั้ง
อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์
อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 14,759 ครั้ง
สื่อวีดิทัศน์การพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้น ม.ต้น ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
สื่อวีดิทัศน์การพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้น ม.ต้น ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

เปิดอ่าน 13,552 ครั้ง
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! ข้อคิดวันตรุษจีน
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! ข้อคิดวันตรุษจีน

เปิดอ่าน 44,621 ครั้ง
ทำไมขี้จิ้งจกถึงมีสองสี
ทำไมขี้จิ้งจกถึงมีสองสี

เปิดอ่าน 26,831 ครั้ง
"สธ."เตือนอย่าให้เด็กกิน "คลอโรฟิลล์"
"สธ."เตือนอย่าให้เด็กกิน "คลอโรฟิลล์"

เปิดอ่าน 40,704 ครั้ง
ชื่นชม เด็กสระแก้ว สร้างชื่อเสียง คว้ารางวัลชนะเลิศคัดลายมือระดับประเทศ
ชื่นชม เด็กสระแก้ว สร้างชื่อเสียง คว้ารางวัลชนะเลิศคัดลายมือระดับประเทศ

เปิดอ่าน 19,498 ครั้ง
ทําไมลูกไม่หายไอสักที ?
ทําไมลูกไม่หายไอสักที ?

เปิดอ่าน 2,581 ครั้ง
ประโยชน์ของผักผลไม้สีเหลือง
ประโยชน์ของผักผลไม้สีเหลือง

เปิดอ่าน 32,531 ครั้ง
ต้นมันปู
ต้นมันปู

เปิดอ่าน 11,919 ครั้ง
เคล็ดลับเพื่อริมฝีปากเนียนนุ่ม
เคล็ดลับเพื่อริมฝีปากเนียนนุ่ม

เปิดอ่าน 4,551 ครั้ง
การใช้ AI ในการแก้โจทย์ PISA เครื่องมือ ChatGPT ผู้ช่วยสำหรับครู
การใช้ AI ในการแก้โจทย์ PISA เครื่องมือ ChatGPT ผู้ช่วยสำหรับครู

เปิดอ่าน 69,191 ครั้ง
ทำไมจึงไม่ควรให้ผู้ไม่มีใบประกอบอาชีพครูมีสิทธิสอบครูได้ : โดย รศ.ดร.สมาน อัศวภูมิ
ทำไมจึงไม่ควรให้ผู้ไม่มีใบประกอบอาชีพครูมีสิทธิสอบครูได้ : โดย รศ.ดร.สมาน อัศวภูมิ
เปิดอ่าน 14,123 ครั้ง
เตาอบไมโครเวฟ ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ไหม
เตาอบไมโครเวฟ ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ไหม
เปิดอ่าน 86,371 ครั้ง
การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain based Learning: BBL)
การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain based Learning: BBL)
เปิดอ่าน 15,830 ครั้ง
รับประทาน"บร็อคโคลี"ช่วยลดอาการไขข้ออักเสบได้
รับประทาน"บร็อคโคลี"ช่วยลดอาการไขข้ออักเสบได้
เปิดอ่าน 12,307 ครั้ง
8 นิสัยการทานอาหารที่คุณสาว ๆ มักทำพลาด
8 นิสัยการทานอาหารที่คุณสาว ๆ มักทำพลาด

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ