ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การประเมินโครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โรงเรียนนาสะไมพิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานี

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โรงเรียนนาสะไมพิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้วิจัย นายพุฒิเมธ พวงจันทึก

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา

สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

ปีที่พิมพ์ 2560

บทคัดย่อ

การประเมินโครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โรงเรียนนาสะไมพิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) ด้านกระบวนการ (Process Evaluation) ด้านผลผลิต (Product Evaluation) ด้านผลกระทบ (Impact Evaluation) ด้านประสิทธิผล (Effectiveness Evaluation) ด้านความยั่งยืน (Sustainability Evaluation)ด้านการถ่ายโยงความรู้ (Transportability Evaluation) โดยประยุกต์ใช้รูปแบบ CIPPIEST Model ผลการประเมินจะเป็นสารสนเทศสำหรับนำไปพัฒนาการดำเนินโครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โรงเรียนนาสะไมพิทยาคม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กลุ่มเป้าหมาย ในการวิจัยเชิงประเมินครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 845 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน ครู จำนวน 19 คน นักเรียนจำนวน 406 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 406 คน คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน ประจำปีการศึกษา 2558 จำแนกเป็น กลุ่มผู้ให้ข้อมูลตอบแบบสอบถาม จำนวน 217 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน ศึกษาจากกลุ่มเป้าหมาย ครู จำนวน 19 คน ศึกษาจากกลุ่มเป้าหมาย นักเรียน จำนวน 197 คน โดยผู้วิจัยได้กำหนดขนาดของกลุ่มผู้ให้ข้อมูลแบบสอบถามของนักเรียน จากการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) กลุ่มเป้าหมายผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ จำนวน 18 คน ซึ่งเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 1 คน ครู ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 8 คน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้แทนศิษย์เก่า จำนวน 3 คน และผู้ปกครองนักเรียนซึ่งเป็นผู้ปกครองนักเรียนหัวหน้าระดับชั้นๆละ 1 คน จำนวน 6 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยวิเคราะห์เนื้อหาความคิดเห็นในประเด็นคล้ายคลึงกันแล้วสรุปเป็นความเรียง

ผลการวิจัย

1. ด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม พบว่า ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมฯส่งเสริมให้นักเรียนได้ตะหนักถึงความสำคัญของ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ โครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมฯตอบสนองความต้องการของสังคมปัจจุบัน

2. ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่า ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความเข้าใจในหลักการและวิธีการดำเนินงานตามโครงการ และ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือคืองบประมาณในการดำเนินโครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

3. ด้านกระบวนการ พบว่า ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบพบว่า ความคิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกข้อ กิจกรรมที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การสำรวจสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการในการดำเนินโครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ และการบูรณาการสู่การเรียนการสอนใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และกิจกรรมที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การวางกรอบการวัดและประเมินผลการดำเนินงาน

4. ด้านผลผลิต พบว่า ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การประเมินผลหลังเสร็จสิ้นโครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นสิ่งจำเป็น ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือนักเรียนมีความรอบคอบ ละเอียด ถี่ถ้วนในการปฏิบัติงาน

5. ด้านผลกระทบ พบว่า ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ นักเรียนมีคุณลักษณะที่ชุมชนต้องการและภาคภูมิใจในตนเอง และ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ โรงเรียนมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของชุมชน

6. ด้านประสิทธิผล พบว่า ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ นักเรียนมีความกระตื้อรื้อร้นในการเข้าร่วมโครงการ และ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือโรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและชุมชน

7. ด้านความยั่งยืน พบว่า ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ นักเรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ขึ้นใหม่และใช้องค์ความรู้บูรณาการในชีวิตประจำวัน และ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ นักเรียนได้ขยายองค์ความรู้ที่ได้สู่เพื่อนนักเรียนสู่ชุมชนและส่งเสริมการเรียนในวิชาต่างๆ

8. ด้านการถ่ายโยงความรู้ พบว่า ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน และ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือโรงเรียนมีการเผยแพร่สารสนเทศการดำเนินโครงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานอื่น

โพสต์โดย ปริวัชน์ : [10 ส.ค. 2560 เวลา 19:22 น.]
อ่าน [599] ไอพี : 223.205.239.14
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ