ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความส

ผู้วิจัย นางศศิธร ธุระสุข

สถานที่ทำงาน โรงเรียนสีคิ้ว "สวัสดิ์ผดุงวิทยา" อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

ปีที่ทำการวิจัย ปีการศึกษา 2561

บทคัดย่อ

การดำเนินการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถใน

การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อออกแบบและหาประสิทธิภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา

ปีที่ 5 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) เพื่อประเมินประสิทธิผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ดังนี้ (4.1) เปรียบเทียบทักษะการแก้ปัญหาก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (4.2)เปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (4.3) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียนจำนวน 46 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 2) แบบทดสอบวัดทักษะการแก้ปัญหา 3) แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 5) แบบสอบถามความคิดเห็น

ของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับ

การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT วิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าร้อยละ (%) และการทดสอบค่าที (dependent t – test)

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการ

เรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า นักเรียนมีปัญหาในการทำโจทย์ประยุกต์ทางคณิตศาสตร์และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ดังนั้นผู้วิจัยเห็นว่าปัญหาของผู้เรียนเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรีบดำเนินการแก้ไข จึงได้พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ขึ้นมาใช้แก้ปัญหาของผู้เรียนเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ซึ่งการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์นั้นสอดคล้องกับเนื้อหาและหลักสูตรของสถานศึกษา และผลการประเมินคุณภาพของแบบวิเคราะห์เอกสาร วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพและข้อมูลพื้นฐานการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ 3 รหัสวิชา ค32113

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้ค่าความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67 ถึง 1.00

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับ

การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีชื่อว่า

“TFROLPE Model” ผลจากการตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยผู้เชี่ยวชาญได้ค่าความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.80 ถึง 1.00 ซึ่งแสดงว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกันทุกองค์ประกอบ รูปแบบการจัดการเรียนรู้มี 8 องค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการจัดการเรียนรู้ สาระความรู้ หลักการตอบสนอง ระบบสนับสนุน ระบบสังคม และส่งเสริมการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้มี 7 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) ขั้นนำ

เข้าสู่บทเรียน (Take the lesson : T) 2) ขั้นเผชิญสถานการณ์ปัญหา (Facing the problem : F) 3) ขั้นกิจกรรมไตร่ตรองระดับกลุ่มย่อย (Reflection activities at sub-level : R) 4) ขั้นเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อทั้งชั้น (Offer a solution to the whole floor : O) 5) ขั้นสรุปบทเรียน (Lesson Summary : L) 6) ขั้นฝึกทักษะและนำไปใช้ (Practice and apply : P) และ 7) ขั้นประเมินผล (Evaluation : E) โดยที่รูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (TFROLPE Model) ที่พัฒนาขึ้นมามีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.87/84.35 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ทีเอฟอาร์โอแอลพีอี (TFROLPE Model)

พบว่า มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.43 ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบ

ร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด

4. ผลการประเมินประสิทธิผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้แนวคิด

ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า

4.1 หลังการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น นักเรียนมีทักษะ

การแก้ปัญหาสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.2 หลังการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น นักเรียนมี

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.3 ความเห็นของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับเห็นด้วยมาก

ที่สุด

โพสต์โดย ครูเป้ : [14 ก.ค. 2562 เวลา 19:43 น.]
อ่าน [104952] ไอพี : 223.205.249.222
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 27,764 ครั้ง
มาตรฐานของ e-learning
มาตรฐานของ e-learning

เปิดอ่าน 3,962 ครั้ง
บัตรเลือกตั้ง 2566
บัตรเลือกตั้ง 2566

เปิดอ่าน 13,595 ครั้ง
กลิ่นหอมทำให้นอนหลับฝันดี
กลิ่นหอมทำให้นอนหลับฝันดี

เปิดอ่าน 14,906 ครั้ง
เคล็ดลับคั้นมะนาวให้ได้น้ำมาก
เคล็ดลับคั้นมะนาวให้ได้น้ำมาก

เปิดอ่าน 2,887 ครั้ง
4 จุดภายในบ้าน ที่ควรตรวจสอบ ป้องกันผู้สูงวัยลื่นล้ม เสี่ยงอันตราย
4 จุดภายในบ้าน ที่ควรตรวจสอบ ป้องกันผู้สูงวัยลื่นล้ม เสี่ยงอันตราย

เปิดอ่าน 24,113 ครั้ง
3G สามจี หรือ ทรีจี
3G สามจี หรือ ทรีจี

เปิดอ่าน 58,228 ครั้ง
เผยแพร่ตัวอย่าง SAR สถานศึกษา โรงเรียนหนองอ้อวิทยาคม
เผยแพร่ตัวอย่าง SAR สถานศึกษา โรงเรียนหนองอ้อวิทยาคม

เปิดอ่าน 22,012 ครั้ง
ไม่อยากแก่ เรามีเคล็ดลับมาบอก
ไม่อยากแก่ เรามีเคล็ดลับมาบอก

เปิดอ่าน 13,905 ครั้ง
โรคกระดูกพรุน..ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง
โรคกระดูกพรุน..ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง

เปิดอ่าน 19,568 ครั้ง
อาหารที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพผิว
อาหารที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพผิว

เปิดอ่าน 15,762 ครั้ง
ตัวอย่างแนววินิจฉัยของ ก.พ.ค. 24 กรณี
ตัวอย่างแนววินิจฉัยของ ก.พ.ค. 24 กรณี

เปิดอ่าน 67,234 ครั้ง
Verb Tenses (Present Tenses )
Verb Tenses (Present Tenses )

เปิดอ่าน 179,912 ครั้ง
งานแกะสลักไม้
งานแกะสลักไม้

เปิดอ่าน 63,408 ครั้ง
ฟรีระบบเว็บไซต์โรงเรียน (ไม่ใช้ดาต้าเบส)
ฟรีระบบเว็บไซต์โรงเรียน (ไม่ใช้ดาต้าเบส)

เปิดอ่าน 10,406 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : กว่าจะถึงประถมศึกษาก็สายเสียแล้ว
ตูนส์ศึกษา : กว่าจะถึงประถมศึกษาก็สายเสียแล้ว

เปิดอ่าน 113 ครั้ง
ข้อสอบ TPAT3 คืออะไร อยากเข้าคณะไหนต้องสอบ !
ข้อสอบ TPAT3 คืออะไร อยากเข้าคณะไหนต้องสอบ !
เปิดอ่าน 11,856 ครั้ง
17 พฤติกรรมบ่งชี้ ออทิสติกในเด็ก
17 พฤติกรรมบ่งชี้ ออทิสติกในเด็ก
เปิดอ่าน 12,108 ครั้ง
กลิ่นกุหลาบช่วยกระตุ้นหน่วยความจำ
กลิ่นกุหลาบช่วยกระตุ้นหน่วยความจำ
เปิดอ่าน 26,438 ครั้ง
"มะรุม" พืชมหัศจรรย์
"มะรุม" พืชมหัศจรรย์
เปิดอ่าน 51,245 ครั้ง
เรื่องของเลนส์
เรื่องของเลนส์

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ