ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมเกมสัมพันธ์เพื่อพัฒนาความพร้อม ด้านสังคมของเด็กชั้นเด็กเล็กปีที่ 1 (อายุ 3-4 ปี) การเล่นเกมโดยใช้กิจกรรมเกมกลุ่มส

ชื่อเรื่อง รายงานผลการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมเกมสัมพันธ์เพื่อพัฒนาความพร้อม

ด้านสังคมของเด็กชั้นเด็กเล็กปีที่ 1 (อายุ 3-4 ปี)

การเล่นเกมโดยใช้กิจกรรมเกมกลุ่มสัมพันธ์

ผู้วิจัย นางวิไลพร ระยะ ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลยาง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี

ปีที่วิจัย พ.ศ. 2561

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมเกมกลุ่มสัมพันธ์และเพื่อศึกษาพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ การจัดกิจกรรมการเล่นเกมโดยใช้กิจกรรมเกมกลุ่มสัมพันธ์ตลอดการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนเด็กเล็กปีที่ 1 (3-4 ปี) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลยาง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี จำนวน 10 คน ซึ่งเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1. แผนการจัดกิจกรรมเกมกลุ่มสัมพันธ์ จำนวน 25 แผน 25 กิจกรรม เกม ได้แก่ เกมตัวต่อหรรษา เกมรวมพลังเพื่อนรัก เกมแม่ไก่ขน เกมแต่งตัวให้เพื่อน เกมหอคอยจากแก้วพลาสติก เกมสนุกกับกล่องนม เกมรวมใจกลายเป็นโซ่ เกมเก็บสมบัติ เกมโยนบอลเข้าตะกร้า เกมสนุกกับการพับผ้า เกมใบไม้มหัศจรรย์ เกมสร้อยคอรวมใจ เกมหาคู่ให้หนูที เกมพวกเราคือใคร เกมแปลงร่างไม้หนีบผ้า เกมหลอดกาแฟสารพัดประโยชน์ เกมเพื่อนหนูอยู่ไหน เกมพาเพื่อนเข้าบ้าน เกมพี่กับน้อง และ เกมรวมกันเป็นหนึ่ง 2. แบบประเมินพฤติกรรมทางสังคม จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบไปด้วย ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ t – test (Independent Sample t – test)

ผลการศึกษา พบว่า

1. ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมทางสังคมของกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังการทดลองพบว่า เด็กปฐมวัยมีพฤติกรรมทางสังคมก่อนและหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

ทางสถิติที่ระดับ 0.05

2.. ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมทางสังคมของกลุ่มตัวอย่างหลังการทดลอง 2 ครั้ง ระยะห่างกัน 2 สัปดาห์ พบว่า พฤติกรรมทางสังคมของกลุ่มตัวอย่างแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ระหว่างหลังการทดลอง ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2

3. ผลการศึกษาพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยกลุ่มตัวอย่างที่พัฒนาขึ้นตลอดการทดลอง จากการวัดพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่วัดก่อนการทดลอง 2 ครั้ง วัดระหว่างการทดลอง 4 ครั้ง และวัดหลังการทดลอง 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง ตลอดการศึกษา ผลการศึกษาพบว่าพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยมีค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมทางสังคมมีค่าต่ำ สุดกว่าจุดอื่น ๆ (12.90) แล้วพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับ (13.10,17.60,20.50,22.10,23.30,24.60 และ 24.90) จนเมื่อหลังการทดลองครั้งที่ 1 พบว่า เด็กกลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมทางสังคมสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน (24.90) ส่วนผลการวัดหลังการทดลองครั้งที่ 2 ซึ่งห่างจากการวัดหลังการทดลองครั้งที่ 1 เป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่าพฤติกรรมทางสังคมของเด็กได้พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน

โพสต์โดย ศิริ : [2 ธ.ค. 2562 เวลา 18:58 น.]
อ่าน [102944] ไอพี : 114.109.213.29
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,898 ครั้ง
มหกรรม "ติว" สนองตัณหาใคร เด็กได้อะไร
มหกรรม "ติว" สนองตัณหาใคร เด็กได้อะไร

เปิดอ่าน 9,602 ครั้ง
การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก
การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก

เปิดอ่าน 12,766 ครั้ง
แม่ยุคใหม่ ที่ลูกต้องการ
แม่ยุคใหม่ ที่ลูกต้องการ

เปิดอ่าน 25,255 ครั้ง
รูปร่างลักษณะของดวงจันทร์บนฟ้า
รูปร่างลักษณะของดวงจันทร์บนฟ้า

เปิดอ่าน 44,865 ครั้ง
ทำไมขี้จิ้งจกถึงมีสองสี
ทำไมขี้จิ้งจกถึงมีสองสี

เปิดอ่าน 22,668 ครั้ง
ขั้นตอนการเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ขั้นตอนการเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

เปิดอ่าน 11,970 ครั้ง
คุณหมอขอบอก: วิธีคลายเครียดจากน้ำท่วม
คุณหมอขอบอก: วิธีคลายเครียดจากน้ำท่วม

เปิดอ่าน 17,613 ครั้ง
ซีร็อกมาจากคำว่าอะไร
ซีร็อกมาจากคำว่าอะไร

เปิดอ่าน 11,197 ครั้ง
สร้างนวัตกรรมเพื่อคนไทย ใช้ "ปัญญา" แก้ "ปัญหา"
สร้างนวัตกรรมเพื่อคนไทย ใช้ "ปัญญา" แก้ "ปัญหา"

เปิดอ่าน 11,862 ครั้ง
สร้าง "คนเก่ง" ให้เป็น "ครูสอนดี"
สร้าง "คนเก่ง" ให้เป็น "ครูสอนดี"

เปิดอ่าน 1,386 ครั้ง
การเรียนภาษาไทย พื้นฐานสำคัญการสื่อสาร และวัฒนธรรมไทย
การเรียนภาษาไทย พื้นฐานสำคัญการสื่อสาร และวัฒนธรรมไทย

เปิดอ่าน 8,684 ครั้ง
การปลูก กระทกรกฝรั่ง
การปลูก กระทกรกฝรั่ง

เปิดอ่าน 22,704 ครั้ง
หลากวิตามินพิชิตเบาหวาน หยุดน้ำตาลพุ่งสูง ก่อนสายเกินแก้
หลากวิตามินพิชิตเบาหวาน หยุดน้ำตาลพุ่งสูง ก่อนสายเกินแก้

เปิดอ่าน 462,849 ครั้ง
วิธีนำข่าวการศึกษาจากครูบ้านนอก ไปแปะในเว็บท่าน
วิธีนำข่าวการศึกษาจากครูบ้านนอก ไปแปะในเว็บท่าน

เปิดอ่าน 11,970 ครั้ง
ชวนรู้เรื่อง "มะเร็งลำไส้"
ชวนรู้เรื่อง "มะเร็งลำไส้"

เปิดอ่าน 14,912 ครั้ง
วันตรุษจีน
วันตรุษจีน
เปิดอ่าน 9,509 ครั้ง
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
เปิดอ่าน 22,369 ครั้ง
เรียนรู้จากนิราศ
เรียนรู้จากนิราศ
เปิดอ่าน 11,017 ครั้ง
ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นโยบายปฏิรูปที่ใกล้ตัวนักเรียนมากที่สุด
ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นโยบายปฏิรูปที่ใกล้ตัวนักเรียนมากที่สุด
เปิดอ่าน 17,846 ครั้ง
โอกาสไม่ถึง 50-50 จะได้เห็น ขั้วโลกเหนือปลอดน้ำแข็งหุ้ม
โอกาสไม่ถึง 50-50 จะได้เห็น ขั้วโลกเหนือปลอดน้ำแข็งหุ้ม

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ