บทคัดย่อ
รายงานการพัฒนาชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง ชีวิตปลอดภัยเพราะใส่ใจสุขภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วัตถุประสงค์การศึกษาได้แก่ 1) เพื่อพัฒนาชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง ชีวิตปลอดภัยเพราะใส่ใจสุขภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนและหลังเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง ชีวิตปลอดภัยเพราะใส่ใจสุขภาพ 3) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง ชีวิตปลอดภัยเพราะใส่ใจสุขภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนการสอนโดยชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง ชีวิตปลอดภัยเพราะใส่ใจสุขภาพ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครพนม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น จำนวน 20 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน ค่าความเหมาะสม เท่ากับ 4.57 2) ชุดการสอน จำนวน 10 ชุด ค่าความเหมาะสม เท่ากับ 4.53 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน (Pre-test) หลังเรียน (Post-test) จำนวน 30 ข้อ ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 ค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.8607 5) แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 26 ข้อ ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.8955 เก็บข้อมูลแบบ One Group Pre-test Post-test Design ได้แก่ สอบก่อนการทดลอง (Pre - test) การสอนโดยใช้ชุดการสอน (Treatment) และสอบหลังการทดลอง (Post - test) แบบสอบถามความพึงพอใจเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม แล้นำมาให้ค่าคะแนน และแปลผลตามเกณฑ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ IOC วิเคราะห์ค่าความสอดคล้องของแบบทดสอบ E1/E2 หาประสิทธิภาพของชุดการสอน ใช้สถิติ t-test ทดสอบการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ใช้สถิติของ กูดแมน เฟรทเชอร์ และชไนเดอร์ในการหาค่าดัชนีประสิทธิผล (The Effectiveness Index : E.I.) ของชุดการสอน ใช้สถิติของ แบรนแนน (Brennan) หาค่าอำนาจจำแนก (B) ค่าความยากง่าย (p) ใช้สถิติของโลเวท (Lovett) หาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ (rcc) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ใช้วิธี Itemtotal Correlation ใช้สูตรสหสัมพันธ์อย่างง่ายของ Pearson หาค่าอำนาจจำแนกแบบสอบถาม ใช้สถิติสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) หาค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถาม และใช้สถิติพื้นฐานวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ( x̄) ร้อยละ (P) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาพบว่า
1. ประสิทธิภาพของชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง ชีวิตปลอดภัยเพราะใส่ใจสุขภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 E1/E2 = 85.70/83.50 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
2. การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.00 และหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ย 25.05 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
3. ดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง ชีวิตปลอดภัยเพราะใส่ใจสุขภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เท่ากับ 0.7643 หมายความว่าชุดการสอนชุดนี้ทำให้การเรียนของนักเรียนมีความก้าวหน้าเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 76.43 สูงกว่าเกณฑ์ที่ยอมรับได้
4. จำนวนที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 20 คน เป็นนักเรียนชาย 18 คน คิดเป็นร้อยละ 90.00 เป็นนักเรียนหญิง 2 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 โดยรวมทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิง มีความพึงพอใจชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง ชีวิตปลอดภัยเพราะใส่ใจสุขภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.15) S.D. = 0.01