ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
รูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่

ชื่องานวิจัย รูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ

จังหวัดเชียงใหม่

ผู้วิจัย ว่าที่ร้อยตรี ชสิทธิ์ภิวัฒน์ กันยายน

ปีที่พิมพ์ 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง รูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามกระบวนการของการวิจัยและพัฒนา (Research and Development)) มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและกำหนดกรอบกิจกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ (2)เพื่อพัฒนารูปแบบ การพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ (3) เพื่อนำรูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในไปใช้ในการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ และ (4) เพื่อประเมินความพึงพอใจของรูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนาแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและกำหนดกรอบกิจกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ ขั้นตอนที่ 2 เป็นการพัฒนารูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ ขั้นตอนที่ 3 การนำรูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในไปใช้ในการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของ โรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ และขั้นตอนที่ 4 ประเมินความพึงพอใจของรูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย ครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษา จำนวน 13 คน เครือข่ายผู้ปกครอง จำนวน 9 คน คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 9 คน ของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ ปีการศึกษา 2561-2562 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัย ประกอบด้วย แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบผสานวิธี(mixed methods) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย การวิเคราะห์เนื้อหา(content analysis) ค่าเฉลี่ย(mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviations) และนำเสนอผลโดยพรรณนาความ

สรุปผลการวิจัย

รูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ สรุปผลได้ดังนี้

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและกำหนดกรอบกิจกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่

1.1 ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน

จากการสัมภาษณ์และการสังเคราะห์ข้อมูล พบว่า

1) ไม่มีผลการประเมินความสำเร็จตามเป้าหมายของการดำเนินงาน

2) ไม่มีการจัดทำฐานข้อมูล เครื่องมือสำหรับการประเมินความสำเร็จ ทั้งด้านผู้เรียน ด้านครูและด้านผู้บริหาร

3) ไม่มีการนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพของงาน

4) ไม่มีผลสรุปความสำเร็จตามเป้าหมายทั้งในระดับหน่วยงานและระดับแผนพัฒนา

1.2 ผลการกำหนดกรอบกิจกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพ ภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่

ผลการพัฒนาเกี่ยวกับพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการเก็บรวบรวมข้อมูล จากการสังเกตสัมภาษณ์การสอบถาม และการสำรวจ ปรากฏผลตามกรอบการศึกษา คือ บุคลากรทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการประกันคุณภาพการศึกษาได้ข้อมูลในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพ มีการแต่งตั้งคณะทำงาน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เสียสละ ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจและเวลา ในการร่วมมือกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บุคลากรภายในโรงเรียนมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษามากขึ้น คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองด้วยความมั่นใจมากขึ้น มีการกำหนดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ตลอดทั้งสร้างสื่อคู่มือการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา

2. ผลการพัฒนารูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่

จากการสังเกต สัมภาษณ์ สอบถามและสนทนากลุ่ม( Focus Group) ผู้เกี่ยวข้องกับการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนซึ่งประกอบด้วย ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และเครือข่ายผู้ปกครองพบว่า ผลการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนดังนี้

2.1 ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาและเตรียมการ เป็นขั้นตอนที่จะต้องพัฒนาบุคลากรภายในโรงเรียนให้มีความรู้ความเข้าใจ กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนาคือ การฝึกอบรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ การยอมรับและการตระหนักในคุณค่าความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาให้แก่ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนและแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในโรงเรียน กำหนดบทบาทหน้าที่การสร้างทีมงาน การพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงาน

2.2 ขั้นตอนที่ 2 การวางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนา คือ ประชุมเชิงปฏิบัติการโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ครู บุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ ความสามารถในการจัดทำข้อมูลพื้นฐานการศึกษา การจัดทำมาตรฐานคุณภาพการศึกษา การจัดทำธรรมนูญโรงเรียน การจัดทำแผนปฏิบัติการ และการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานของหมวดฝ่ายและรายบุคคล ตลอดจนการฝึกปฏิบัติงานด้านกิจกรรมการเรียนการสอน รูปแบบ เทคนิค วิธีการสอน

2.3 การนำแผนการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนา คือ การประชุมชี้แจงและการมอบหมายหน้าที่ปฏิบัติโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน กรรมการสถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่นและชุมชนเกี่ยวกับแผนดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา การพัฒนาบุคลากร การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและนิเทศกำกับ ติดตามประเมินผล

2.4 ขั้นตอนที่ 4 การตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา เป็นขั้นการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาประกอบด้วย ขั้นเตรียมการ ขั้นตรวจสอบ ขั้นสรุปและขั้นรายงาน กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนาคือการประชุมกำกับติดตามและประเมินผลโดยมีเป้าหมาย เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของครู บุคลากรทางการศึกษาว่าเป็นไปตามแผนหรือไม่เพียงใด และสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีในระหว่างดำเนินการและมีข้อมูลสารสนเทศจากผลการดำเนินงาน

2.5 ขั้นตอนที่ 5 การพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐาน เป็นขั้นตอนการพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานตัวบ่งชี้และมาตรฐานการปฏิบัติงาน กิจกรรมที่ใช้ในการพัฒนาคือประชุมเชิงปฏิบัติการโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรทุกคนทุกฝ่าย ได้ร่วมกันปรับปรุงมาตรฐานและตัวบ่งชี้ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนปฏิบัติงานและตามบทบาทหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมาย

2.6 ขั้นตอนที่ 6 การเตรียมการรับการประเมินจากองค์กรภายนอกเป็นขั้นตอนที่มีการเตรียมการ 3 ด้าน คือ การสร้างความเข้าใจให้กับครูและบุคลากร และการเตรียมการด้านเอกสารกลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนาการ คือ การนิเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อแนะนำและชี้แจงให้ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษามีความเข้าใจในการเตรียมรับการประเมินจากองค์กรภายนอก

3 . ผลการนำรูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในไปใช้ในการดำเนิน งานประกันคุณภาพภายในของ โรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่

ผลการนำรูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในไปใช้ในการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ มีดังนี้

3.1 ด้านการศึกษาและการเตรียมการ ใช้กิจกรรมการดำเนินงาน การทำกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาและการเตรียมการบรรลุตามเป้าหมาย บุคลากรทุกคนมีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญ และความจำเป็นของการประกันคุณภาพการศึกษา ได้ข้อมูลในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพต่อไป เช่น การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ การวางแผนในการจัดการเรียนรู้ การเตรียมความพร้อมเพื่อการพัฒนาผลงานเข้าสู่การเลื่อนตำแหน่ง หรือเลื่อนให้ได้รับวิทยฐานะต่าง ๆ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการทำงาน ซึ่งทุกคนตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษามากขึ้น คณะกรรมการที่แต่งตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองด้วยความมั่นใจมากขึ้น มีการกำหนดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ตลอดทั้งสร้างสื่อ คู่มือการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา

3.2 ด้านการวางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา การประชุมเชิงปฏิบัติการ การวางแผน การประกันคุณภาพการศึกษา บรรลุเป้าหมาย คือ บุคลากรหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ หัวหน้าฝ่าย คณะกรรมการสถานศึกษา ร่วมกันวางแผนการพัฒนางานประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน มีการจัดทำข้อมูลพื้นฐานและสารสนเทศให้ครบทุกด้านและเป็นปัจจุบันได้เอกสารมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแผนปฏิบัติการของโรงเรียน มาตรฐานการปฏิบัติงานของแต่ละหมวด แต่ละฝ่ายที่ปรับปรุงจากฉบับเดิมให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียนในสภาพปัจจุบันซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานประกันคุณภาพและการรายงานผลต่อสาธารณชนและต้นสังกัดต่อไป

3.3 ด้านการนำแผนการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้

3.3.1 ผลการดำเนินการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม มีความรู้ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองดี การมีส่วนร่วมจะช่วยให้พัฒนาโรงเรียนได้ดีขึ้น ในครั้งต่อไปโรงเรียนควรประชาสัมพันธ์กับผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านขอความร่วมมือประกาศ กระจ่ายข่าวแจ้งว่าไม่มีการบริจาคเงิน และควรจัดประชุมไม่ให้ตรงกับวันหยุด หรือช่วงที่เก็บเกี่ยวทำนา คณะกรรมการสถานศึกษามีความพึงพอใจที่โรงเรียนได้ตั้งหรือกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนอย่างน้อยทุกคนได้รู้และเข้าใจว่านักเรียนเมื่อมาเรียนหนังสือแล้วได้อะไรบ้าง และเสนอแนะว่าต้องการให้โรงเรียนได้จัดทำอะไรบ้าง เช่น การส่งเสริมโครงการศึกษาดูงาน การส่งเสริมใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชน การสอนภาษาต่างประเทศโดยครูเจ้าของภาษา

3.3.2 การมอบหมายงาน มีการประชุมมอบหมายงานโดยมีเป้าหมายเพื่อให้กลุ่มบุคลากรทุกคนรับผิดชอบภาระงานตามความรู้ความสามารถ เมื่อบุคลากรทุกคนได้เข้าใจในภาระงานบทบาทหน้าที่ และขั้นตอนการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาและกำหนดในแผนปฏิบัติการของโรงเรียนจากการมีส่วนร่วมคิดร่วมทำทุกคนทำให้งานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นส่วนหนึ่ง ของการบริหารและการจัดการศึกษาของโรงเรียน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ต้องมีการกำหนดตัวผู้ปฏิบัติงาน โดยผู้วิจัยและผู้ร่วมศึกษาได้เปิดโอกาสให้ครูได้เลือกรับผิดชอบและปฏิบัติงานตามความสนใจ ความรู้ความสามารถและรวมกลุ่มงานที่จะมาร่วมกันทำงานเป็นทีมพัฒนางาน

3.4 ด้านการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา

ผลการดำเนินกิจกรรม จากการทบทวนตรวจสอบคุณภาพการศึกษา พบว่า ครูและนักเรียนได้ทราบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และได้ให้ข้อตกลงพร้อมกันในการดำเนินงานแก้ปัญหา จะไม่หยุดชะงัก เพราะจะทำให้เกิดผลไม่ดีกับนักเรียน โรงเรียน ผู้อำนวยการสถานศึกษาให้ขวัญและกำลังใจในการทำงานแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาและเชื่อมั่นว่า ทุกปัญหาจะต้องได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ด้วยความร่วมมือของบุคลากรทุกคนมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ กำกับติดตาม มีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ แนวทางการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจให้คณะกรรมการสามารถดำเนินการตรวจสอบทบทวนคุณภาพการศึกษาตามกำหนดเวลาสามารถดำเนินการเก็บข้อมูลได้ทุกมาตรฐานสรุปรายงานผลการตรวจสอบได้ตามกำหนดเวลา

3.5 ด้านการพัฒนาและปรับปรุง มาตรฐานการศึกษา

มาตรฐานด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การวิจัยและนวัตกรรมของครูและนักเรียนที่ประชุมตกลงกันว่า ในสภาพของการเปลี่ยนแปลงสังคมและวิทยาการด้านต่าง ๆ ครูควรปรับเปลี่ยนวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครูต้องเปลี่ยนแปลงตนเองในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ครูทุกคนควรเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการในเรื่องการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การทำวิจัยในชั้นเรียนการสร้างสื่อและนวัตกรรม

3.6 ด้านการเตรียมรับการประเมินจากองค์กรภายนอก

ผลการนิเทศการเตรียมรับการประเมินจากองค์กรภายนอก มีข้อค้นพบ คือ

3.6.1 จากที่ครูได้รับการนิเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ครูให้ความร่วมมือในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษามากขึ้น มีความชัดเจนมากขึ้นในการจัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลสารสนเทศและร่องรอยการปฏิบัติงาน ครูมีผลงานที่สะท้อนผลการนิเทศได้ในระดับดี

3.6.2 จากการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้มีความมั่นใจมีความพร้อมให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา เข้าประเมินคุณภาพภายนอก

4. ผลการประเมินความพึงพอใจของรูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่

ผลการประเมินความพึงพอใจของรูปแบบการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ มีดังนี้

4.1 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อกระบวนการพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่จำแนกตามรายด้าน พบว่าโดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.81) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ทุกด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้แก่ ด้านการนำแผนการประกันคุณภาพภายในไปใช้ ( =4.98) ด้านการตรวจสอบทบทวนคุณภาพภายในของสถานศึกษา ( =4.90) การพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานการศึกษา ( =4.89) ด้านการเตรียมการประเมินจากองค์กรภายนอก ( =4.83) ด้านการศึกษาและเตรียมการ ( =4.80) และด้านการวางแผนการประกันคุณภาพภายในไปใช้ ( =4.61) ตามลำดับ

4.2 ระดับการมีส่วนร่วมของผลการประเมินความพึงพอใจของการพัฒนาประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ เปรียบเทียบก่อนและหลังการพัฒนาผู้กรอบแบบสอบถาม จำนวน 13 คน พบว่า เมื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการมีส่วนร่วมในพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ของบุคลากรก่อนที่จะมีการใช้กลยุทธ์นั้น บุคลากรมีความพึงพอใจ ระดับปานกลาง ( = 3.35) หลังการใช้กลยุทธ์มีความพึงพอใจในการมีส่วนร่วม อยู่ในระดับมาก ( = 4.04)

โพสต์โดย ผอ.โจ : [21 ส.ค. 2563 เวลา 09:48 น.]
อ่าน [1587] ไอพี : 118.172.109.55
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ