ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความ

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนา ในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนา ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาครั้งนี้ ได้แก่ 1) ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายบริหาร จํานวน 5 คน 2) หัวหน้ากลุ่มสาระ จำนวน 9 คน 3) ครูผู้สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาภาษาไทย จํานวน 2 คน และ 4) นักเรียนโรงเรียนสีชมพูศึกษา อําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จํานวน 34 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ตอนที่ 1 การวิจัย (การสํารวจ/ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นต่อสภาพปัญหา และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) แบสอบถามความคิดเห็นต่อสภาพการจัดการเรียนรู้และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3) แบบสอบถามความคิดเห็นต่อสภาพการจัดการเรียนรู้ ตอนที่ 2 การพัฒนาออกแบบและพัฒนารูปแบบนวัตกรรม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย จำนวน 14 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ 3) แบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย จํานวน 20 ข้อ ตอนที่ 3 การนําไปใช้จริง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตอนที่ 4 การพัฒนา (ประเมินพัฒนาและปรับปรุง) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย จํานวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณภาพของเครื่องมือ ได้แก่ การหาค่าความเที่ยงตรง การหาระดับความยาก การหาค่าอํานาจจําแนก การหาค่าความเชื่อมั่น การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง 2) สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าคะแนนเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า สภาพและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบัน อยู่ในระดับปานกลางและมีความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก

2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยได้สังเคราะห์รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยขึ้น โดยใช้ชื่อว่า รูปแบบซิปปา จี.โอ.ไอ (CIPPA GOI Model) มีขั้นตอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นทบทวนและสร้างประสบการณ์ 2. ขั้นแสวงหาความรู้ใหม่ 3. ขั้นการศึกษาทําความเข้าใจข้อมูลด้วยแผนภาพโครงเรื่อง 4. ขั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มด้วยผังกราฟิก 5. ขั้นการแสดงผลงาน 6. ขั้นการสรุปและการจัดระเบียบความรู้ด้วยผังกราฟิก และ 7. ขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้ ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เท่ากับ E1/ E2 = 86.79/86.18 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ที่กําหนดไว้คือ 80/80

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01

4. ผลการประเมินการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า

4.1 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ โดยรูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย นางพิสมัย สืบเลย : [2 ก.ย. 2563 เวลา 00:05 น.]
อ่าน [105389] ไอพี : 110.171.28.148
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,750 ครั้ง
ฮิตทะลุโลก เผยยอดผู้ใช้เฟซบุ๊คมีจำนวนกว่าครึงพันล้านคน ใหญ่เท่ากับปท.อันดับสามของโลก
ฮิตทะลุโลก เผยยอดผู้ใช้เฟซบุ๊คมีจำนวนกว่าครึงพันล้านคน ใหญ่เท่ากับปท.อันดับสามของโลก

เปิดอ่าน 15,855 ครั้ง
"ผมร่วง" แก้ไขยังไงดี
"ผมร่วง" แก้ไขยังไงดี

เปิดอ่าน 15,050 ครั้ง
Download เอกสาร " แนวทางการพัฒนาอัตลักษณ์ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน " ของ สพฐ.
Download เอกสาร " แนวทางการพัฒนาอัตลักษณ์ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน " ของ สพฐ.

เปิดอ่าน 12,124 ครั้ง
ทำไมเราถึงหาว รู้ไหม?
ทำไมเราถึงหาว รู้ไหม?

เปิดอ่าน 255,157 ครั้ง
เรื่องที่ควรรู้ ก่อนคิดจะเลี้ยง "ไซบีเรียน ฮัสกี้"
เรื่องที่ควรรู้ ก่อนคิดจะเลี้ยง "ไซบีเรียน ฮัสกี้"

เปิดอ่าน 54,909 ครั้ง
ลูกประคบสมุนไพร
ลูกประคบสมุนไพร

เปิดอ่าน 20,333 ครั้ง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557

เปิดอ่าน 22,013 ครั้ง
15 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ ปาก และ ฟัน
15 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ ปาก และ ฟัน

เปิดอ่าน 22,013 ครั้ง
สำรวจหาดาวเคราะห์แบบเดียวกับโลก มี 100 พันล้านดวง
สำรวจหาดาวเคราะห์แบบเดียวกับโลก มี 100 พันล้านดวง

เปิดอ่าน 21,551 ครั้ง
กล้วยหอม ตัวช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล
กล้วยหอม ตัวช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล

เปิดอ่าน 16,695 ครั้ง
ถ้าผมเป็น "รมต.ศึกษา"
ถ้าผมเป็น "รมต.ศึกษา"

เปิดอ่าน 11,249 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่2
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่2

เปิดอ่าน 52,032 ครั้ง
6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข
6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข

เปิดอ่าน 15,381 ครั้ง
แชร์ซึ้ง! "ฉันเป็นครู ตายแล้วขอเป็นครูต่อไป"
แชร์ซึ้ง! "ฉันเป็นครู ตายแล้วขอเป็นครูต่อไป"

เปิดอ่าน 34,176 ครั้ง
infographic หลักการและแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
infographic หลักการและแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

เปิดอ่าน 15,871 ครั้ง
ทาครีมบำรุงอย่างไร ให้ถูกวิธี
ทาครีมบำรุงอย่างไร ให้ถูกวิธี
เปิดอ่าน 17,810 ครั้ง
เกร็ดควรรู้สำหรับผู้ที่จะสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วย
เกร็ดควรรู้สำหรับผู้ที่จะสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 3,966 ครั้ง
ENNXO ชวนชิม 5 ร้านอาหารเซ็นทรัลเวิลด์ Central World อร่อยถูกใจแน่นอน
ENNXO ชวนชิม 5 ร้านอาหารเซ็นทรัลเวิลด์ Central World อร่อยถูกใจแน่นอน
เปิดอ่าน 56,191 ครั้ง
รายละเอียดเกณฑ์วิทยฐานะ(ใหม่) ใช้บังคับ 1 ต.ค.51
รายละเอียดเกณฑ์วิทยฐานะ(ใหม่) ใช้บังคับ 1 ต.ค.51
เปิดอ่าน 26,092 ครั้ง
13 เรื่องจริงของสุนัขที่คุณอาจยังไม่เคยรู้
13 เรื่องจริงของสุนัขที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ