ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา

ชื่องานวิจัย รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนา

ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา

ชื่อผู้วิจัย นายเกียรติ ปะหุสี

ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานของรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา 2) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา 4) เพื่อประเมินผลรูปแบบการบริหาร การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา รูปแบบที่ใช้ในการวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือครูผู้สอน จำนวน 4 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2, 4/2, 5/2, 6/3 โรงเรียนเนินสง่าวิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 89 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน แบบทดสอบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน แบบประเมินการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน แบบสอบถามความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน และแบบประเมินทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย พบว่า

1) ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา พบว่า ผล การวิเคราะห์เอกสารได้ระบุการจัดเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน เป็นการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในแต่ละขั้นตอนของโครงงาน นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะความสนใจของนักเรียนและช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนได้ และจากการให้ข้อมูลเชิงคุณภาพของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร ครูผู้สอน พบว่า การจัด การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดทักษะอาชีพและชีวิต ทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี และทักษะสร้างสรรค์และนวัตกรรม

2) ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา มีชื่อว่า “KIAT Model” โดยมีองค์ประกอบดังนี้ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการ ประกอบด้วย 4 ขั้นคือ 3.1) ความรู้ (Knowledge : K) 3.2) การนำไปใช้ (Implement : I) เป็นขั้นการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL) 3.3) แนะนำ นิเทศ (Advice : A ) และ 3.4) ทดสอบ ประเมินผล (Test : T) 4) ปัจจัยสนับสนุน และ 5) การวัดและประเมินผล ประกอบด้วย 5.1) ผลที่เกิดกับครูที่จัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ 5.2) ทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน 3 ด้าน ได้แก่ ทักษะอาชีพและชีวิต ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และทักษะสร้างสรรค์และนวัตกรรม โดยพบว่า รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ

3) ผลการใช้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา (KIAT Model) พบว่า 3.1) ครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานอยู่ในระดับดี และเห็นว่ารูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนมีความเหมาะสม 3.2) นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สูงขึ้น

4) ผลการประเมินรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่21 ของนักเรียนโรงเรียนเนินสง่าวิทยา (KIAT Model) ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีคุณภาพ

โพสต์โดย เกียรติ ปะหุสี : [9 ก.ย. 2564 เวลา 08:38 น.]
อ่าน [101952] ไอพี : 223.205.232.198
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 9,257 ครั้ง
"ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น
"ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น

เปิดอ่าน 9,675 ครั้ง
อังกฤษเตรียมเปลี่ยนชื่อ "บิ๊กเบน" ตามพระนามควีน
อังกฤษเตรียมเปลี่ยนชื่อ "บิ๊กเบน" ตามพระนามควีน

เปิดอ่าน 14,451 ครั้ง
พระคุณแม่  (ตอนที่ 1)
พระคุณแม่ (ตอนที่ 1)

เปิดอ่าน 17,562 ครั้ง
แนวทางการสร้างคอร์สแวร์
แนวทางการสร้างคอร์สแวร์

เปิดอ่าน 12,047 ครั้ง
นร.ยืน หัวดีกว่า นร.นั่งเรียนปกติ
นร.ยืน หัวดีกว่า นร.นั่งเรียนปกติ

เปิดอ่าน 13,011 ครั้ง
4 สาเหตุที่เด็กๆ เบื่อโรงเรียน
4 สาเหตุที่เด็กๆ เบื่อโรงเรียน

เปิดอ่าน 15,401 ครั้ง
10 วิธีปลูกผักสวนครัวในกระถาง
10 วิธีปลูกผักสวนครัวในกระถาง

เปิดอ่าน 15,096 ครั้ง
เรื่องปูนๆ กับท่อปูนที่คุณอาจยังไม่รู้
เรื่องปูนๆ กับท่อปูนที่คุณอาจยังไม่รู้

เปิดอ่าน 13,039 ครั้ง
9 อาการ ป่วยเพราะน้ำ(ในตัว) ขึ้น-ลง
9 อาการ ป่วยเพราะน้ำ(ในตัว) ขึ้น-ลง

เปิดอ่าน 12,478 ครั้ง
โรคไบโพลาร์
โรคไบโพลาร์

เปิดอ่าน 6,277 ครั้ง
แนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดซื้อวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท (มีผลบังคับใช้ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป)
แนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดซื้อวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท (มีผลบังคับใช้ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป)

เปิดอ่าน 1,620 ครั้ง
5 ข้อต้องรู้ก่อนทำโปรแกรม Thermage เลือกที่ไหนดี ผิวเฟิร์ม ไม่เสี่ยง
5 ข้อต้องรู้ก่อนทำโปรแกรม Thermage เลือกที่ไหนดี ผิวเฟิร์ม ไม่เสี่ยง

เปิดอ่าน 33,631 ครั้ง
หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ
หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ

เปิดอ่าน 18,422 ครั้ง
เทคนิคการถ่ายภาพขนมให้ไฉไลน่ากินมันไม่ได้ยาก
เทคนิคการถ่ายภาพขนมให้ไฉไลน่ากินมันไม่ได้ยาก

เปิดอ่าน 36,681 ครั้ง
เทควันโด : ประวัติกีฬาเทควันโด
เทควันโด : ประวัติกีฬาเทควันโด

เปิดอ่าน 15,179 ครั้ง
พบหลุมยุบยักษ์ปริศนาที่ไซบีเรีย นักวิทย์เร่งหาคำตอบ
พบหลุมยุบยักษ์ปริศนาที่ไซบีเรีย นักวิทย์เร่งหาคำตอบ
เปิดอ่าน 35,347 ครั้ง
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ผู้บริหารการศึกษา)
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ผู้บริหารการศึกษา)
เปิดอ่าน 18,972 ครั้ง
การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต
การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต
เปิดอ่าน 12,409 ครั้ง
พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง
พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง
เปิดอ่าน 21,521 ครั้ง
รอบรู้เกี่ยวกับเรื่องของ พ.ร.บ. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
รอบรู้เกี่ยวกับเรื่องของ พ.ร.บ. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ