ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านศรีพงัน ปีการศึกษา 2564

ที่มาและความสำคัญ

ภาษาเป็นเครื่องมือที่มนุษย์ใช้สื่อสารในการดำรงชีวิต อยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใดมนุษย์

ก็ต้องใช้ภาษาเป็นส่วนประกอบ เพื่อแสดงความคิด ความรู้ ความต้องการ ความเข้าใจและประสบการณ์ต่าง ๆ (เยาลักษณ์ ชาติสุขศริเดช,2553) ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทยที่คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้หลักการและวิธีการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เพื่อให้การสื่อสารในชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพมากที่สุด

การอ่านออกเสียงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะการอ่านนำไปสู่การพูด การฝึกอ่านออกเสียงที่ถูกต้องชัดเจน ตามอักขรวิธี จะส่งผลให้การพูดถูกต้อง ชัดเจนตามไปด้วย แต่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ที่ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายมาลายู พูดภาษายาวีเป็นหลักและใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ทำให้การออกเสียงคำในภาษาไทยไม่ชัดเจน โดยผู้วิจัยการทำสอบการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ พบว่า นักเรียนจำนวน 13 คน มีคะแนนผลการทดสอบต่ำกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในการแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ของนักเรียน โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

วัตถุประสงค์การวิจัย

1. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ก่อนและหลังการเรียนด้วยแบบฝึกการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้

2. เพื่อศึกษาปัญหาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังการเรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้

ความสำคัญของการวิจัย

1. ทำให้สามารถแก้ปัญหาด้านการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ของนักเรียน ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ให้มีผลการเรียนรู้ที่สูงขึ้น

2. เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ขอบเขตการวิจัย

ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านศรีพงัน ปีการศึกษา 2564

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่คัดเลือกจากนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การอ่านออกเสียง คำควบกล้ำแท้ ร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม

ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

ตัวแปรที่ศึกษา

ตัวแปรอิสระ แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้

ตัวแปรตาม ผลการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

โรงเรียนบ้านศรีพงัน

เนื้อหาที่ใช้ทดลอง

การอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้

ระยะเวลาดำเนินการทำลอง

ระยะเวลาที่ใช้ดำเนินการทดลองโดย ผู้วิจัยเป็นผู้ฝึกทักษะและควบคุมชั้นเรียนเอง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โดยทำการทดลอง 12 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง รวมเวลาที่ใช้ศึกษาครั้งนี้ 12 ชั่วโมง ใช้แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน ทดสอบก่อนเรียน 1 ชั่วโมง และทดสอบ หลังเรียนอีก 1 ชั่วโมง รวมเวลาที่ใช้ทั้งหมด 14 ชั่วโมง

นิยามศัพท์เฉพาะ

1. คำควบกล้ำแท้ หมายถึง คำที่มีพยัญชนะต้นตัวหน้าเป็น ก ข ค ต ป ผ พ พยัญชนะต้นตัวหลังเป็น ร ล หรือ ว ประสมสระเดียวกัน ออกเสียงกล้ำกันสนิท

2. แบบฝึกอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ หมายถึง แบบฝึกที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นจากค้นคว้าจากคู่มือครู และคู่มือภาษาไทยเพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านศรีพงัน

สมมติฐานการวิจัย

1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้

มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้

มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าร้อยละ 50

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือการวิจัยที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

1. แบบทดสอบการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้

2. แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ประกอบการจัดการ เรียนรู้ เรื่อง แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ จำนวน 6 แผน

3. แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3

4. แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ก่อนเรียน หลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นข้อสอบแบบอ่านเป็นคำ ฉบับละ 20 ข้อ

วิธีดำเนินการวิจัย

แบบแผนการวิจัย

เป็นการศึกษาทดลองโดยใช้กลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว (The One-Group Pretest-Posttest Design) มีการวัดตัวแปรตามก่อน ให้สิ่งทดลอง (Pretest) เมื่อให้สิ่งทดลอง ทำการวัดผลที่เกิดขึ้นในตัวแปรตาม (Posttest) ผู้วิจัยสามารถเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรตามก่อนและหลัง การทดลองได้ (ชูศรี วงศ์รัตนะ,2558)

กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย

ได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่คัดเลือกจากนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม

การเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล

การเก็บรวบรวมข้อมูล

1. ผู้วิจัยสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้

2. ดำเนินการทดลองใช้ กำหนดตาราง วัน และเวลาในการทดลอง

2.1 ผู้วิจัยชี้แจงทำความเข้าใจกับนักเรียนแล้วทำการ ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) ด้วยแบบทดสอบวัดทักษะการ อ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ก่อนเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

2.2 ทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย ตามแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยผู้วิจัยเป็นผู้ฝึกทักษะและควบคุมชั้นเรียน นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แต่ละชุด แล้วตรวจให้คะแนน ทำการบันทึกคะแนนเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป

2.3 ทดสอบหลังเรียน (Post- test) นักเรียนกลุ่มเป้า หมายด้วยแบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ หลังเรียน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

การวิเคราะห์ข้อมูล

1. ตรวจให้คะแนนแบบทดสอบก่อน - หลัง เรียน เรื่อง การอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ ของนักเรียนแต่ละคน

2.เปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนและหลังเรียน

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

2. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

3. ดัชนีประสิทธิผล

จากการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยต้องการแก้ปัญหากับนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ด้วยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ค่าเฉลี่ยก่อนเรียน 4.92 คะแนน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.70 ส่วนคะแนน การอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ หลังการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่ามีค่าเฉลี่ย 14.07 คะแนน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.25 และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนที่สูงขึ้น ก่อนและหลังการใช้ พบว่ามีค่าเฉลี่ย 9.15 คะแนน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.81 มีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.60 แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น 0.60 หรือคิดเป็นร้อยละ 60

แสดงว่าการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 นี้ส่งผลให้คะแนนการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ของนักเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยในครั้งนี้ว่า “นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และสอดคล้องกับผลคะแนนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าร้อยละ 50”

จากผลการวิจัย ทำให้ผู้วิจัยได้ค้นพบแนวทางในการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียน นักเรียนได้ฝึกฝนซ้ำ ๆ จากแบบฝึกได้ด้วยตัวเอง โดยการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้ผู้เรียนกล้าถามและกล้าออกเสียงมากกว่าการเรียนกลุ่มใหญ่ในห้องเรียนปกติและ ครูผู้สอนสามารถดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง ทำให้ผู้เรียนมีการพัฒนาการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำมากขึ้น นอกจากนี้ ครูผู้สอนสามารถใช้การสร้างแบบฝึกทักษะเป็นแนวทางในการพัฒนาเนื้อหาอื่น ๆ ต่อไป

ข้อเสนอแนะในการทำวิจัย

1. ข้อเสนอแนะทั่วไป

ครูผู้สอนควรพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ ให้มีคำที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้นักเรียนพัฒนาทักษะและมีการฝึกฝนเพิ่มมากขึ้น

2. ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป

2.1 ควรพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

2.2 ใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ กับห้องกลุ่มนักเรียนปกติ และในระดับชั้นอื่น ๆ ที่เรียนวิชาภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำแท้ให้ดียิ่งขึ้น

2.3 ควรใช้ระยะเวลาที่เหมาะสมในการฝึกทักษะ เพื่อให้ได้ผลและประสิทธิภาพที่ดี

โพสต์โดย Sine : [12 มิ.ย. 2565 เวลา 14:44 น.]
อ่าน [2661] ไอพี : 1.46.157.27
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,627 ครั้ง
เริ่มแล้ว! กล้องไฮเทค จับผิด 30 แยกทั่วกรุงเทพฯ
เริ่มแล้ว! กล้องไฮเทค จับผิด 30 แยกทั่วกรุงเทพฯ

เปิดอ่าน 7,512 ครั้ง
ใช้ร้านเน็ตให้ปลอดภัย
ใช้ร้านเน็ตให้ปลอดภัย

เปิดอ่าน 20,634 ครั้ง
น้ำแร่และน้ำเปล่าแตกต่างกันอย่างไร
น้ำแร่และน้ำเปล่าแตกต่างกันอย่างไร

เปิดอ่าน 18,254 ครั้ง
ฟุตซอล
ฟุตซอล

เปิดอ่าน 48,081 ครั้ง
Verb Tenses (Past Tenses )
Verb Tenses (Past Tenses )

เปิดอ่าน 27,751 ครั้ง
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม

เปิดอ่าน 10,585 ครั้ง
มหัศจรรย์สมุนไพรไทยต้านโรคคนเมือง
มหัศจรรย์สมุนไพรไทยต้านโรคคนเมือง

เปิดอ่าน 27,183 ครั้ง
ปลิงหรือทากกัด
ปลิงหรือทากกัด

เปิดอ่าน 9,578 ครั้ง
อุจจาระบอกสุขภาพ
อุจจาระบอกสุขภาพ

เปิดอ่าน 12,981 ครั้ง
ล้างพิษด้วยตนเองใน 1 วัน‏
ล้างพิษด้วยตนเองใน 1 วัน‏

เปิดอ่าน 54,633 ครั้ง
การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย
การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย

เปิดอ่าน 9,171 ครั้ง
ครูโซ่สอนตรีโกณมิติ ชิล ๆ ในแบบบอดี้สแลม !
ครูโซ่สอนตรีโกณมิติ ชิล ๆ ในแบบบอดี้สแลม !

เปิดอ่าน 10,904 ครั้ง
ชาผลไม้...บำรุงร่างกาย สูตรทำเองได้...ง่ายๆ
ชาผลไม้...บำรุงร่างกาย สูตรทำเองได้...ง่ายๆ

เปิดอ่าน 21,453 ครั้ง
องค์ประกอบของระบบกราฟิก
องค์ประกอบของระบบกราฟิก

เปิดอ่าน 27,481 ครั้ง
สัมภาษณ์ "น้องเรนนี่" เด็กไทยอัจฉริยะ สอบได้คะแนนอันดับที่ 1 ของโลก
สัมภาษณ์ "น้องเรนนี่" เด็กไทยอัจฉริยะ สอบได้คะแนนอันดับที่ 1 ของโลก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
ตู้แช่ไวน์
BestKru
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 34,440 ครั้ง
สังคหวัตถุ 4
สังคหวัตถุ 4

เปิดอ่าน 9,990 ครั้ง
ขนุนอินโดนีเซีย
ขนุนอินโดนีเซีย

เปิดอ่าน 10,841 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 37 ถึงนายกรัฐมนตรี+รมว.ศธ. เรื่อง บัญญัติ 10 ประการในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในปัจจุบัน
จดหมายฉบับที่ 37 ถึงนายกรัฐมนตรี+รมว.ศธ. เรื่อง บัญญัติ 10 ประการในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในปัจจุบัน

เปิดอ่าน 9,540 ครั้ง
ล้มต้นไม้มือเปล่า ผู้ชายคนนี้ ขวานไม่ต้อง
ล้มต้นไม้มือเปล่า ผู้ชายคนนี้ ขวานไม่ต้อง

เปิดอ่าน 16,803 ครั้ง
ทานไข่วันละกี่ฟอง ถึงจะดี?
ทานไข่วันละกี่ฟอง ถึงจะดี?



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ