ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง : รายงานการประเมินโครงการจัดสภาพแวดล้อม

เพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนวัดพรุพ้อ

ผู้วิจัย : นายธนิต แท่นรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพรุพ้อ

ปีการศึกษา : 2564

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินโครงการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนวัดพรุพ้อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 มีวัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการเพื่อ 1) ประเมินสภาพแวดล้อมของโครงการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนวัดพรุพ้อ 2) ประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนวัดพรุพ้อ 3) ประเมินกระบวนการดำเนินโครงการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนวัดพรุพ้อ 4) ประเมินผลผลิตของโครงการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนวัดพรุพ้อ ได้แก่ 4.1) ประเมินคุณลักษณะนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียน 4.2) ประเมินทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยครูจำนวน 10 คน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน นักเรียนจำนวน 51 คน และผู้ปกครอง จำนวน 51 คน เครื่องมือที่ใช้ประเมิน เป็นแบบสอบถาม จำนวน 5 ฉบับ แบบสอบถามทุกฉบับได้ผ่านการตรวจสอบทุกผู้เชี่ยวชาญ และได้นำไปทดลองใช้และมีค่าความเชื่อมั่น อยู่ในเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ หลังนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ได้วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

สรุปผลการประเมิน

1. ผลการประเมินโครงการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียน วัดพรุพ้อ ปีการศึกษา 2564 ด้านสภาพแวดล้อม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.47, S.D. = 0.302) เมื่อจำแนกตามความคิดเห็นของครู อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅ = 4.54, S.D. = 0.307) และเมื่อจำแนกตามความคิดเห็นของกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่าอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.37, S.D. = 0.285)

2. ผลการประเมินโครงการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียน วัดพรุพ้อ ด้านปัจจัยนำเข้า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.40, S.D. = 0.27) เมื่อจำแนกตามความคิดเห็นของครู พบว่า อยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.41, S.D. = 0.307) และเมื่อจำแนกตามความคิดเห็นของกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

พบว่า อยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.38, S.D. = 0.239)

3. ผลการประเมินโครงการสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนวัดพรุพ้อ ด้านกระบวนการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.46, S.D. = 0.261) และเมื่อจำแนกตามความคิดเห็นของกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า อยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.38, S.D. = 0.126)

4. ผลการประเมินโครงการสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนวัดพรุพ้อ ด้านผลผลิต คุณลักษณะนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.49, S.D. = 0.422)

5. ผลการประเมินโครงการสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนวัดพรุพ้อ ด้านผลผลิต ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.47, S.D. = 0.396) เมื่อจำแนกตามความคิดเห็นของนักเรียน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅ = 4.52, S.D. = 0.429) จำแนกตามความคิดเห็นของครู พบว่า อยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.22, S.D. = 0.333) และเมื่อจำแนกตามความคิดเห็นของผู้ปกครอง พบว่า อยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.47, S.D. = 0.360)

ข้อเสนอแนะ

1. การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการดำเนินโครงการเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนดำเนินงานที่จะให้ประสบความสำเร็จนั้น นอกจากจะนำนโยบายทุกระดับที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนแล้ว ควรให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) กับการดำเนินงานโดยเฉพาะชุมชน และผู้ปกครองนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอปัญหาและความต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งจะก่อให้เกิดความร่วมมือ ร่วมใจในการดำเนินงานต่อไป

2. โรงเรียนควรประสานและเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และชุมชนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตนที่มีต่อการเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อจะได้ปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามบทบาทหน้าที่ในการเสริมสร้างและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนให้เป็นไปอย่างราบรื่น ต่อเนื่อง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน

3. ผู้บริหาร ครู และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของโครงการ ควรยกย่องเชิดชูเกียรติ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงผลงานของบุคคล กลุ่มบุคคลหน่วยงาน ที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุนโครงการ ด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมเพราะจะทำให้มีกำลังใจในการทำงานและส่งผลต่อความสำเร็จของงาน

ในครั้งต่อๆไป

4. ควรศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน

5. ควรศึกษาการเปรียบเทียบกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างยั่งยืน

6. ควรมีการศึกษาความคงทนและการเปลี่ยนแปลงของผลผลิตหลังสิ้นสุดโครงการในปีการศึกษาต่อไป

7. ควรนำผลกาประเมินโครงการมาวิเคราะห์ หาจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนาเพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางพัฒนา เพราะจะทำให้รู้ทิศทางของการพัฒนาในแต่ละด้าน

เกิดความคล่องตัวในการประสานงานกับทุกๆ ฝ่ายและจำทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

8. ควรนำผลการประเมินไปใช้ เพื่อวางแผนการพัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ (Best Practice) ของสถานศึกษาต่อไป

โพสต์โดย Thanit : [4 ก.ค. 2565 เวลา 12:17 น.]
อ่าน [101584] ไอพี : 113.53.195.103
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 73,225 ครั้ง
3ป. ที่ทำให้ลูก"เสียคน"
3ป. ที่ทำให้ลูก"เสียคน"

เปิดอ่าน 13,599 ครั้ง
ผิวสวย หน้าใส ด้วยมะพร้าว
ผิวสวย หน้าใส ด้วยมะพร้าว

เปิดอ่าน 20,820 ครั้ง
งานสัมมนา เปิดโลกการอ่านด้วยวรรณกรรมระดับโลก
งานสัมมนา เปิดโลกการอ่านด้วยวรรณกรรมระดับโลก

เปิดอ่าน 1,749 ครั้ง
บัตรกดเงินสด ตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของมนุษย์เงินเดือน
บัตรกดเงินสด ตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของมนุษย์เงินเดือน

เปิดอ่าน 398,746 ครั้ง
ครุ ลหุ เอก โท
ครุ ลหุ เอก โท

เปิดอ่าน 15,874 ครั้ง
นอนหลับท่าไหนดีที่สุด
นอนหลับท่าไหนดีที่สุด

เปิดอ่าน 14,938 ครั้ง
ไฟหมุนร้านตัดผมมีที่มาอย่างไร
ไฟหมุนร้านตัดผมมีที่มาอย่างไร

เปิดอ่าน 12,133 ครั้ง
ส่งท้ายปีเก่า 2553
ส่งท้ายปีเก่า 2553

เปิดอ่าน 92,502 ครั้ง
ปล้นสะดม หรือ ปล้นสดมภ์  กันแน่
ปล้นสะดม หรือ ปล้นสดมภ์ กันแน่

เปิดอ่าน 12,643 ครั้ง
วิธีแก้เมื่อลืมกินยาตามเวลา
วิธีแก้เมื่อลืมกินยาตามเวลา

เปิดอ่าน 34,765 ครั้ง
อาหรับ มาจากไหน?
อาหรับ มาจากไหน?

เปิดอ่าน 11,334 ครั้ง
จัดสิ่งแวดล้อมหน้าจอคอมพ์ ช่วยสุขภาพดี-ทำงาน มีสุข
จัดสิ่งแวดล้อมหน้าจอคอมพ์ ช่วยสุขภาพดี-ทำงาน มีสุข

เปิดอ่าน 18,075 ครั้ง
ฮิตจัด มาชม กังนัมสไตล์ ฉบับ "ทหารเรือไทย"
ฮิตจัด มาชม กังนัมสไตล์ ฉบับ "ทหารเรือไทย"

เปิดอ่าน 20,717 ครั้ง
"ไผ่ร้อยกอ" เป็นไผ่แบบไหน มีลักษณะอย่างไร
"ไผ่ร้อยกอ" เป็นไผ่แบบไหน มีลักษณะอย่างไร

เปิดอ่าน 14,963 ครั้ง
สธ. เตือนดื่มน้ำมากเกินไม่ดี เสี่ยงสมองบวม เสียชีวิตได้
สธ. เตือนดื่มน้ำมากเกินไม่ดี เสี่ยงสมองบวม เสียชีวิตได้

เปิดอ่าน 18,007 ครั้ง
การขับเคลื่อน "6 ยุทธศาสตร์" ด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ
การขับเคลื่อน "6 ยุทธศาสตร์" ด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ
เปิดอ่าน 17,545 ครั้ง
คำแนะนำช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 8 วิธีการเตรียมปรุงอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
คำแนะนำช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 8 วิธีการเตรียมปรุงอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เปิดอ่าน 21,813 ครั้ง
ต้นกำเนิดของปลา
ต้นกำเนิดของปลา
เปิดอ่าน 44,541 ครั้ง
นวดศีรษะและต้นคอก่อให้เกิดอันตรายจริงหรือ?
นวดศีรษะและต้นคอก่อให้เกิดอันตรายจริงหรือ?
เปิดอ่าน 74,542 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 5 ผู้ตัดสิน (The Referee)
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 5 ผู้ตัดสิน (The Referee)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ